'สิทธิพล' จวก 'รัฐบาล' ทำประเทศเป็น 'ดินแดนศูนย์เหรียญ' เหตุ ฟรีวีซ่าไร้การควบคุม กลายเป็นเวียนเทียน ชี้ คนงานจีนผิดกฎหมายเต็มโรงงาน แย่งงานคนไทย-ทำลายธุรกิจชุมชน ซัด 'แพทองธาร' เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ หากปล่อยไป เศรษฐกิจไทยมีแต่พังพินาศ
25 มีนาคม 2568 - เวลา 16.35 น. นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายนายกฯกำลังปล่อยให้ผู้ประกอบการต่างชาติทำลายเศรษฐกิจไทยไม่ว่าจะเป็น การทำลายงานคนไทยทั้งที่หลายอาชีพสงวนไว้เพื่อคนไทยเท่านั้น ทำลายอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ และทำลายธุรกิจชุมชนที่เป็นเส้นเลือดหลักของประเทศนี้ นายกฯกำลังทำให้ประเทศกลายเป็นดินแดน “คนงาน ธุรกิจ ชุมชน ศูนย์เหรียญ” พรรคประชาชนได้เตือนมาตลอดทั้งเรื่องทุนต่างชาติสีเทาครองเมือง ปัญหาสินค้าต่างชาติผิดกฎหมายทะลัก นอมินีเข้ามาแย่งประกอบธุรกิจคนไทย ปัญหาทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของนายกฯทั้งหมดเพราะมีความเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงซึ่งนายกฯเองสามารถสั่งการได้ทันที แต่การแก้ปัญหาที่ผ่านมานั้นไม่เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนดำเนินนโยบายแบบมักง่ายจนความเสียหายขยายวงกว้าง
นายสิทธิพล กล่าวว่า หากเดินไปในพื้นที่ EEC เช่น จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.ฉะเชิงเทรา จะพบแรงงานจีนจำนวนมากแบบหน้าตกใจ ซึ่งตนได้ตรวจสอบไปยังเจ้าหน้าที่EEC พบว่าอนุญาตให้แรงงานต่างชาติทักษณะสูงเข้ามาเพื่อเป็นผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ในทักษะที่เราไม่มีเพื่อมาสอนแรงงานไทย แต่ในปัจจุบันกลายเป็นว่าโรงงานขนคนงานเข้ามาด้วย เมื่อเป็นแบบนี้แล้วประเทศไทยได้อะไรบ้าง ข่าวเช่นนี้มีไม่เว้นแต่ละวัน แต่นายกฯ กลับเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
นายสิทธิพล กล่าวว่า เมื่อถามไปที่กระทรวงแรงงานเกี่ยวกับข้อมูลคนงานจีนใน 3 จังหวัดนี้ ได้คำตอบว่า 9,000 คน ซึ่งตนเอาตัวเลขไปคุยกับหอการค้าจังหวัด คุยกับประชาชนในพื้นที่ ทุกคนส่ายหัว เมื่อถามว่าได้ไปตรวจหรือไม่ว่ามีแรงงานจีนผิดกฎหมายเท่าไรปีที่แล้ว เจอแรงงานจีนผิดกฎหมายในพื้นที่ 3 จังหวัดนี้แค่ 2 คน ซึ่งน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ หากแรงงานเหล่านี้เป็นแรงงานต่างชาติทักษะสูง ตนคงเห็นด้วยเพราะรัฐบาลโดย EEC ก็เปิดช่องให้จ้างได้ จะได้มาสอนคนไทยให้เก่งขึ้น ไม่ใช่มาแย่งงาน
นายสิทธิพล กล่าวต่อว่า ตนลงพื้นที่เก็บข้อมูลในพื้นที่ดังกล่าวมีคนจีนรวมทั้งสิ้น 15,000-16,000 คน คำถามคือคนจีนเหล่านี้อยู่ได้อย่างไร ทำไมตัวเลขจึงต่างจากตัวเลขคนงานจีนที่กระทรวงแรงงานเก็บได้ ที่สำคัญคนเหล่านี้เข้ามาแย่งทำอาชีพที่สงวนสำหรับคนไทยตามกฎหมายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวทั้งสิ้น ไม่ว่าจะกรรมกร ก่อสร้าง ขับรถ หรือเร่ขายสินค้า ต้นตอสำคัญของเรื่องนี้ที่ประชาชนตั้งคำถามคือ มาตรการ Visa Free ของนายกรัฐมนตรี จะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้ ผู้สื่อสารได้ไปสัมภาษณ์คนไทยในบริษัทคนจีนที่คนงานในบริษัทมีพฤติกรรม “เวียนเทียนวีซ่า” เข้าออกประเทศ อยู่ครบกำหนด 60 วัน 90 วัน ก็เวียนออกแล้วกลับมาใหม่ ขบวนการนี้มีค่าใช้จ่ายหัวละ 3,000 บาท เราเรียกขบวนการนี้ว่า Visa Run คือเข้าออกเวียนเทียนวีซ่า ข้อมูลที่หน่วยงานรัฐให้ในกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเมินว่ามีคนจีนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ 20,000-30,000 คน นายกฯ ปล่อยปละละเลยให้เกิดเรื่องอย่างนี้ได้อย่างไร
นายสิทธิพล กล่าวว่า ความจริงแล้วนโยบาย Visa Free ไม่ได้แย่ การหานักท่องเที่ยวเข้าประเทศไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือออกนโยบายมาแล้ว ไม่กำกับดูแลให้เคร่งครัด คนที่ท่านให้เข้ามา ได้ไปดูหรือไม่ว่าเขานำ Visa Free ไปทำอะไร วันนี้เขาเอาไปทำงาน แย่งงานคนไทย และเป็นแรงงานผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ธุรกิจต่างชาติกำลังรุกคืบมาทำลายธุรกิจไทย กินรวบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตัวอย่างในวงการอสังหาริมทรัพย์ คนในวงการบอกว่ากำลังเจอ “อสังหา 0 เหรียญ” คือการที่ผู้ประกอบการต่างชาติ เข้ามาทำธุรกิจสร้างบ้าน แต่ขนวัสดุทุกอย่างเข้ามาเองทั้งหมด ยังไม่นับคนงานที่ใช้คนงานสัญชาติประเทศตัวเอง ต้องตั้งคำถามว่าบ้านหนึ่งหลัง ประโยชน์ตกอยู่กับเศรษฐกิจไทยกี่บาท ปัจจุบันผู้ประกอบการบอกว่ายิ่งแย่ เพราะผู้ประกอบการต่างชาติใช้ระบบน็อคดาวน์ ความจำเป็นในการใช้วัสดุในประเทศยิ่งน้อยลง ท่านจะบอกไม่รู้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ เพราะข่าวออกกันโครมๆ
“ถ้าในร้าน ในโรงงาน ใช้แต่คนงานต่างชาติ สุดท้ายมีอะไรตกถึงเราบ้าง เศรษฐกิจไทยได้ประโยชน์อะไร ตอบได้ว่าเป็น 0 ตรงกันข้ามกับพวกเขาที่หากำไรแบบผิดๆ ในประเทศเราทุกวัน”นายสิทธิพล กล่าว
นายสิทธิพล ยกตัวอย่าง ตัวเลขการเพิ่มขึ้นของร้านอาหารจีนปี 2567 ร้านอาหารจดทะเบียนตั้งใหม่ 8,119 ราย เป็นทุนจดทะเบียนของนักลงทุนจีนมากกว่าครึ่ง ยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่น่าแปลกใจที่ผู้ประกอบการไทยจะค้าขายลำบาก บางครั้งไม่ใช่เพราะไม่เก่ง ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจไม่ดี แต่เพราะคู่แข่งที่กำลังเผชิญนั้นมีจำนวนมากและกินรวบเหลือเกิน
นายสิทธิพล กล่าวว่า อีกทั้งนายกฯ กำลังปล่อยให้เขาครอบครองที่ดินได้ ถ้าพูดในเชิงเศรษฐกิจ เรากำลังสูญเสียทรัพยากรที่มีจำกัด เสียแล้วเสียเลย ยากที่จะแก้ไขกลับคืนได้ในอนาคต เราเห็นข่าวทุนจีนกว้านซื้อที่ดิน ครอบครองที่ดินเต็มไปหมด นายกฯ จะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้ เราพบว่าทุนเทาเหล่านี้มีการครอบครองที่ดินหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นตั้งบริษัทนอมินีมาซื้อที่ดิน หรือเปลี่ยนประธานมูลนิธิ จากคนไทยเป็นคนจีน มูลนิธิเหล่านี้มีสินทรัพย์ อาคารบ้านเรือน รวมถึงที่ดินได้ ความเจ๋งของเรื่องนี้คือ ได้ที่ดินโดยไม่ต้องจ่ายค่าโอนค่าภาษีอะไรเลย ในขณะที่คนไทยจำนวนมากยังไม่มีที่อยู่ที่ทำกิน มีปัญหาเอกสารสิทธิ์ ประชาชนโดนรัฐฟ้องร้องไล่ที่ รัฐบาลปล่อยปละละเลยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร
นายสิทธิพล กล่าวด้วยว่า อีกตัวอย่างในพื้นที่ EEC จ.ระยอง วันนี้ธุรกิจชุมชน ร้านค้าของคนไทยรายเล็กรายน้อยแทบอยู่ไม่ได้ คนจีนเมื่อเข้ามาจำนวนมากก็เปิดกิจการ ขายอาหารสด ขายของชำ คาราโอเกะ สถานบันเทิง ร้านของคนไทยถูกล้อมไว้หมดแล้ว ที่เราเคยภูมิใจว่าไปชวนเขามาลงทุน มาสร้างโรงงาน วันนี้นอกจากที่มาจะไม่จ้างงานคนไทย จ้างแต่คนจีน ซึ่งส่วนใหญ่ผิดกฎหมาย ยังขนมาทั้งห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช้วัสดุวัตถุดิบในประเทศ แข่งกับธุรกิจไทยในทุกอุตสาหกรรม ขยายซึมลึกไปในระดับธุรกิจชุมชน และถ้าเจาะลึกของที่ขายในร้าน จะพบว่าเป็นของนำเข้าแบบผิดกฎหมาย ไม่มีทั้ง อย. ไม่มีทั้ง มอก.
นายสิทธิพล กล่าวว่า วันนี้ร้านค้ารายเล็กรายน้อยอยู่ไม่ไหวแล้ว ภายใต้การบริหารประเทศของนายกฯ แพทองธาร ประเทศไม่ได้อะไรเลย ดูมีอย่างเดียวที่เราได้ คือบรรดาไทยเทาทั้งหลายที่หากินกับขบวนการเหล่านี้ ทั้งขบวนการหากินกับคนจีนให้สามารถใช้ Free Visa ทำงานในประเทศไทยได้ อำนวยความสะดวกให้เกิดสถานการณ์ Visa Run หรือกระทั่งการตรวจแล้วไม่พบคนงานจีนที่ผิดกฎหมาย
เพราะหากไร้การกำกับดูแลที่ดี นักลงทุนจีนดีๆ ก้าวหน้า ไฮเทคก็มี แต่ก็จะไม่อยากมาไทย เหลือแต่นักลงทุนที่ยอมจ่ายเงินเพื่อทำผิดมาตรฐาน ไม่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ใส่ใจเรื่องขยะ ไม่สนใจคุณภาพชีวิตแรงงาน ขบวนการทุนต่างชาติสีเทาเหล่านี้ ตนยืนยันว่าไม่สามารถอยู่ได้ ถ้าไม่มีไทยเทา ไม่ว่าจะทุนเทาหรือราชการเทา ให้ความช่วยเหลือ
"นายกฯ ปล่อยปละละเลยอย่างร้ายแรง ทำร้ายเศรษฐกิจไทยแบบไม่มีวันหวนกลับ เปลี่ยนประเทศไทยเป็นดินแดนศูนย์เหรียญ ทำลายทั้งงาน ทำลายทั้งธุรกิจ ทำลายทั้งชุมชน นายกฯ อ้างว่า ไม่รู้ไม่ทราบไม่ได้ เพราะสถานการณ์ลุกลามบานปลาย คนในพื้นที่รู้ดี ข่าวออกทุกวัน" นายสิทธิพล ทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
LIVE ก้าวลงเหว!? | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม 2568
พรรคส้ม แซะรัฐบาล รีบคลอดร่าง พ.ร.บ.กาสิโนฯ หลังศึกซักฟอก
พรรคประชาชน แซะรัฐบาล รีบเกิน! คลอดร่าง พ.ร.บ.กาสิโนฯ หลังจบศึกซักฟอก คาดล็อคสเปคใบอนุญาต “สิทธิพล” เผยต้องคุยในพรรค แนะรัฐบาลสร้างความเชื่อมั่น-โปร่งใส
'วิโรจน์' มั่นใจนายกฯออกตั๋ว PN เลี่ยงภาษี เป็นการทำนิติกรรมอำพราง
"วิโรจน์" มองศึกซักฟอกตรงตามแผนที่ฝ่ายค้านคาดหวัง น้อมรับคำวิจารณ์ไปปรับปรุง ไม่กังวลผลลงมติไว้วางใจ ชีวิตต้องทำงานต่อ ย้ำพรุ่งนี้เข้าพบอธิบดีสรรพากร มั่นใจปมตั๋ว PN นายกฯ คือการทำนิติกรรมอำพราง ชี้ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ทำได้ หากเป็นประโยชน์กับ ปชช. แต่ต้องประมูลโปร่งใส-ป้องผลกระทบเชิงลบ
'แพทองธาร' ลั่นเสียงรัฐบาลมีเหลือเฟือ ซื้อ 'งูเห่า' อีกทำไม ข้องใจแชทจริงหรือไม่
นายกฯอิ๊งค์ บอกเสียดายเงินซื้องูเห่า เสียงเหลือเฟือทำไมต้องจ่าย ย้อน "เท้ง" ใช้วาทกรรมไม่เลิก จวกหากยังเป็นนายกฯจะยิ่งทำให้คนไทยอายุสั้นลง
'สรวงศ์' ปัดดึงงูเห่า ทสท.ซื้อตัว สส.ปชน.
'สรวงศ์' ปัดดึงงูเห่า ชี้ สส.โหวตหนุนนายกฯ เป็นเรื่องภายใน ทสท. ส่วนปมแชตหลุดดูดเด็ก ปชน. ไม่ใช่ พท.แน่ ย้ำ 'อิ๊งค์' ยังไม่ได้ส่งสัญญาณปรับ ครม.
วาทะและคำท้า : เมื่อ ’แพทองธาร’ บีบ ‘พรรคประชาชน‘ เปิดตัวเลือกพันธมิตรการเมือง!
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 24-25 มีนาคมที่ผ่านมา ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ โดยมีระยะเวลาอภิปรายถึง 37 ชั่วโมง และผลการโหวตในเช้าวันที่ 26 มีนาคมไม่ได้พลิกโผแต่อย่างใด