'ส.ว.ธานี' เคลื่อนไหวแล้ว ร่อนเอกสารแจงปมคดีฉาว 'ส.ต.ท.หญิง' ขู่สื่อระวังโดนฟ้อง

"ส.ว.ธานี" ร่อนหนังสือแจงปมฉาว "เจ๊นุช" แค่คนเคยสนิท ยัน ไม่ได้ใช้อำนาจมิชอบ สั่งลูกสมุนจับตาสื่อทุกสื่อ เพจทุกเพจ

31 ส.ค.2565 - เมื่อเวลา 18.45 น. นายธานี อ่อนละเอียด ส.ว. ออกเอกสารชี้แจงกรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือหญิงสาวเข้ารับราชการตำรวจว่า ได้ประกอบอาชีพทนายความตั้งแต่ ปี2521 สถานะโสด หย่าร้างมาเกือบ30ปีแล้ว กรณีที่ปรากฎเป็นข่าวมีการทำร้ายร่างกายกันของผู้หญิงสองคน มีการดำเนินคดีกันที่ศาลจังหวัดราชบุรี ข่าวดังกล่าวเป็นข้อพิพาทของบุคคล 2คน ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจต่อการกระทำดังกล่าว ตนเคยรู้จัก และเคยสนิทสนมกับตำรวจหญิงตามที่เป็นข่าว แต่ได้ขาดการติดต่อกันมานานแล้ว เพิ่งทราบจากสื่อว่า ปัจจุบันตำรวจหญิงคบหากับชายที่ปรากฎในข่าว ดังนั้นการเสนอข่าวใด ๆ สื่อควรจะคำนึงถึง สิทธิเสรีภาพของสตรี และควรคำนึงถึงเส้นแบ่งไม่เข้าไปก้าวล่วงเรื่องส่วนตัวของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ

ผลที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนต่างๆ และคำกล่าวอ้างที่หาว่าตนใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหลายสถาบันหลายองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาบันวุฒิสภาคงต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบจริยธรรมของวุฒิสภา และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ ตนพร้อมแสดงข้อเท็จจริงต่อกระบวนการตรวจสอบ หากคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมของทั้งสองหน่วยงานมีมติประการใด พร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยนั้น สื่อมวลชนต่างๆคงจะทราบถึงข้อเท็จจริง ผลการวินิจฉัย และกระบวนการสอบสวนเช่นนี้ใช้ระยะเวลาไม่นาน

นายธานี ระบุว่า ไม่ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบตามข้อกล่าวหา หน่วยงานดังกล่าวล้วนแต่มีระเบียบข้อบังคับในการแต่งตั้ง โยกย้าย สื่อมักจะเสนอข่าวในทางเสียหายเกี่ยวกับคดี บอส อยู่วิทยา ขอเรียนย้ำอีกครั้งว่า เรื่องคดี บอส อยู่วิทยา เป็นเรื่องการร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการสมัยสภานิติบัญญัติ เรื่องร้องเรียนครบตามองค์ประกอบของการร้องเรียน คณะกรรมาธิการก็ต้องรับเรื่องไว้พิจารณาดำเนินการ สอบหาข้อเท็จจริงและสรุปเรื่องราว เพื่อส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ เมื่อส่งไปแล้วปรากฏว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้วแจ้งว่า ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ย่อมเป็นที่ยุติ ขอเน้นย้ำว่าหลังจากนั้นคณะกรรมาธิการไม่ได้เข้าไปเกี่ยวแต่อย่างใด

ขอความกรุณาสื่อมวลชนไม่ควรเสนอข่าวในทำนองที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อคณะกรรมาธิการหรือตัวกระผม ท้ายนี้หากมีความคืบหน้าประการใด จะแถลงต่อสื่อมวลชนต่อไป ตนให้ทีมงานติดตามโพสต์ทุกโพสต์ เพจทุกเพจ สื่อทุกสื่อ เพื่อดำเนินการไปตามความเหมาะสมต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว 12 ราย เสียชีวิตตึกถล่ม แจ้งญาติผู้สูญหายติดต่อเก็บดีเอ็นเอ

พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง(ผบก.พฐก.) เปิดเผยว่า ร่างของผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ตึกถล่ม ถูกส่งมาพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลที่สถาบันนิติเวชวิทยา แล้วจำนวนทั้งหมด 12 ร่าง ซึ่งขณะนี้สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ตัวบุคคลได้ครบทุกร่างแล้ว

ไฟเขียว 25 นายพลสีกากี เออร์ลี่รีไทร์ ติดยศ ‘พล.ต.อ.-พล.ต.ท.’ มีผล 1 เม.ย.68

ผบช.สกพ. มีบันทึกด่วนที่สุดแจ้งเรื่อง อนุญาตให้ข้าราชการตำรวจลาออกจากราชการตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 26

นิติกรเทศกิจเขตจตุจักร แจ้งความเอาผิด 5 ชาวจีน แอบขนเอกสารออกจากตึก สตง.ถล่ม

นิติกรฝ่ายเทศกิจสำนักงานเขตจตุจักร เดินทางมาสน.บางซื่อ เพื่อแจ้งความดำเนินคดี ชาวจีน 5 คน ฝ่าฝืนประกาศเข้าไปในอาคารที่เกิดเหตุ

ตำรวจเตรียมดำเนินคดี 4 ชาวจีน ลักลอบนำเอกสารออกจากพื้นที่ตึกถล่ม

ตำรวจเตรียมดำเนินคดี ชายชาวจีน 4 คน ลักลอบเข้าพื้นที่ไปขนเอกสารในบริเวณเกิดเหตุตึกถล่ม ในความผิดตามพ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

คุมตัว 'เอ็ม' พร้อมพวกฝากขัง โยงฟอกเงินเว็บพนันอดีตดาราสาว

พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปปง.ตร.)

โฆษก ตร. แจง พ.ร.ฎ.เงินประจำตำแหน่งตำรวจ 2568 ไม่ใช่การปรับเพิ่มเงินผู้บริหารระดับสูง

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า การออกพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเป็นการดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ที่มีผลใช้บังคับแทนพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่ใช้มาก่อนหน้านี้