คนพิการและผู้สูงอายุจำนวนมากเผชิญปัญหาสถานที่สาธารณะขาดสิ่งอำนวยความสะดวกเอื้อให้ออกมาใช้ชีวิต มาทำงาน ได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากไม่มีการออกแบบให้เหมาะสม เป็นที่มาของการเปิดแพลตฟอร์ม Line Chatbot เมืองใจดีเที่ยวทุกวัย ภายใต้แนวคิด “เจอ แจ้ง แจ่ม แจ๋ว” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุในสังคม ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
แพลตฟอร์มนี้เป็นการขยายผลจากการประกวดภาพถ่ายสถานที่สาธารณะที่มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุในประเทศไทย ทั้งทางลาด ที่จอดรถ ห้องน้ำ ป้ายสัญลักษณ์ ที่ผ่านการขึ้นทะเบียน ถึง 4,932 รายการ โดยจัดลำดับกลุ่มสถานที่แบ่งเป็น 7 ดาว รวม 11 ประเภท ทั้งสถานที่ราชการ, ปั้มน้ำ, ร้านอาหาร, สถานที่สาธารณะ, สถานที่ขนส่ง, สถานศึกษา ,ศาสนสถาน, โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า ฯ เผยแพร่ในรูปแบบแพลตฟอร์ม Line Chatbot เมืองใจดีเที่ยวทุกวัย
นายณัฐพล เทศขยัน ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรเฉพาะกลุ่มเฉพาะ สสส.กล่าวว่า ที่ผ่านมา สสส. ให้การสนับสนุนต่อยอดการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ในส่วนเครือข่ายวิชาการมีมหาวิทยาลัยรวม 12 แห่ง ที่มีคณะสถาปัตยกรรมหรือการออกแบบบให้คำปรึกษาการออกแบบปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมตามแนวคิด Universal Design Center( UD) ซึ่งข้อมูลจริงจากแพลตฟอร์ม Line Chatbot เมืองใจดีเที่ยวทุกวัยจะเสริมการทำงานในมหาวิทยาลัย เชื่อว่า หากสามารถรวบรวมข้อมูลการใช้สถานที่ต่างๆ ได้ จะนำไปสู่การวิเคราะห์และเปลี่ยนแปลงสังคมเพื่อคนพิการ ผู้สูงอายุ และคนทุกกลุ่ม สสส. จะประสานเนคเทคพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ให้เกิดการใช้งานระยะยาว และเตรียมส่งต่อข้อมูลให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นเจ้าภาพดูแลฐานข้อมูลนี้ อนาคตสามารถนำไปใช้ต่อยอดรองรับสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดในปี 2575
ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม นักวิจัยอาวุโส และหัวหน้าทีมวิจัยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (ITS) เนคเทค กล่าวว่า มีแผนต่อยอดทางวิชาการและเทคนิคเพื่อให้ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม “Line Chatbot เมืองใจดีเที่ยวทุกวัย”ใช้ประโยชน์ได้จริงและเข้าถึงได้ง่าย อย่างไรก็ตาม สถานที่สาธารณะย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา อาจชำรุด ใช้งาน ฐานข้อมูลในแพลตฟอร์มต้องทันเหตุการณ์ตลอดเวลา ความร่วมมือจากประชาชนในการปรับปรุงข้อมูลมีส่วนสำคัญอย่างมาก
ภาพถ่ายสถานที่สาธารณะที่มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุในไทยเกือบ 5,000 รายการนี้ ดร.วสันต์ ให้ข้อมูลว่า จะใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยประเมินมาตรฐานเบื้องต้น ประหยัดเวลา ไม่ต้องไปสถานที่จริง ถ้าประเมินไม่ผ่าน ต้องปรับปรุง ถ้าผ่านผู้เชี่ยวชาญทาง UD จะไปประเมินสถานที่จริงอีกครั้ง
“ เมื่อมีข้อมูลสถานที่ที่มีคุณภาพด้านสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว มีข้อเสนอให้ภาคธุรกิจที่มีแพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้ประกอบการร้านอาหารหรือธุรกิจท่องเที่ยวนำข้อมูลไปใช้ต่อยอดเพื่อให้เกิดประโยชน์ เช่น แจ้งว่าที่ร้านมีทางลาดหรือห้องน้ำสะอาดที่เอื้อสำหรับผู้สูงอายุ ทำให้เกิดการประชาสัมพันธ์บอกต่อ เป็นสิ่งจูงใจให้ไปใช้บริการ เดินทางท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอีกทางด้วย คาดหวังให้ข้อมูลนี้ไปสู่ผู้ใช้งานจริงมากที่สุด ” ดร.วสันต์ กล่าว
ด้าน นางศิริลักษณ์ มีมาก ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ พม. กล่าวว่า จากการสำรวจของกรมกิจการผู้สูงอายุ พบว่า ในปี 2565 จะมีประชากรผู้สูงอายุ 20% ขึ้นไป และครึ่งหนึ่งของผู้พิการเป็นผู้สูงอายุ แพลตฟอร์ม Line Chatbot เมืองใจดีเที่ยวทุกวัย เกิดประโยชน์ต่อประชากรผู้สูงอายุในประเทศ อย่างไรก็ตาม การจะพัฒนาให้แพลตฟอร์มนี้มีความยั่งยืน เกิดการปฏิบัติได้จริง ต้องอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วม ซึ่งแอปพลิเคชั่นไลน์เป็นสื่อที่ผู้สูงอายุเข้าถึงมากที่สุด ใช้งานง่าย ปลอดภัย สะดวก ทำให้เกิดการขยายผลส่งต่อเรื่องราว ผลจากการร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้ง สสส. และ เนคเทค สร้างโอกาสเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น นอกจากนี้ การขึ้นทะเบียนเพิ่มภาพถ่ายของสถานที่ต่างๆ ใน Line Chatbot เมืองใจดีเที่ยวทุกวัย ยังเกิดการเรียนรู้เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อผู้พิการ และผู้สูงอายุ ประชาชนที่ร่วมแชร์ภาพถ่ายสถานที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกกลายเป็นทูตสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส.-สคล. ผนึกภาครัฐ เอกชน จัดแข่งฟุตซอลเยาวชนไม่เกิน 15 ปี ชิงถ้วยกรมสมเด็จพระเทพฯ
สสส. โดยสมาคมเครือข่ายงดเหล้าและปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ (สคล.) ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายและภาคเอกชน รวม 7 องค์กร ลงนามความร่วมมือ พร้อมจัดแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ
"สิทธิในอาหารเพื่อชีวิตที่ดี" ความตระหนักรู้เสริมสุขภาวะ
เด็กทั่วโลกเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านอาหาร เพราะการบริโภคไม่สมดุล ส่งผลต่อสุขภาวะอ้วนผอม ชาวโลกเผชิญความอดอยากเกือบ 300 ล้านคน
สสส.ชวนคนรักสุขภาพ ร่วม'เมื่อคุณเริ่มวิ่ง หัวใจเต้นแรง' กระตุ้น'นักวิ่งหน้าใหม่'ลงสนาม8ธ.ค.นี้
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 11 พ.ย. 2567 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ กรุงเทพฯ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. ร่วมกับ สมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทย จัดงานแถลงข่าว Thai Health Day Run 2024 วิ่งสู่วิถีชีวิตใหม่ ครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด “เมื่อคุณเริ่มวิ่ง หัวใจเต้นแรง” ในวันที่ 8 ธ.ค. นี้ ที่สะพานพระราม 8 โดย สสส. มุ่งจุดกระแสกิจกรรมทางกายเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำให้มีสุขภาพดี ลดความเสี่ยงเกิดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ในอนาคต ซึ่งจากผลสำรวจอายุคาดเฉลี่ยทั่วโลกในปี 2567 ของ www.worldometers.info ระบุว่า ไทยมีอายุคาดเฉลี่ยอยู่ที่ 76.56 ปี อายุยืนเป็นอันดับที่ 78 ของโลก ขณะที่ข้อมูลจากฐานข้อมูลการตาย กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข ปี 2561-2565 พบคนไทยเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 164,720 ราย สาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 คือ ป่วยด้วยกลุ่มโรค NCDs ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวกับพฤติกรรมและวิถีชีวิต
เจียระไนเพชร 3 องค์กรต้นแบบ สร้างเสริมสุขภาวะในที่ทำงาน
"ในอดีตเรารบกับเชื้อโรค มีการโจมตีด้วยเทคโนโลยี แต่วันนี้เรากำลังสู้กับกิเลสของมนุษย์ โรค NCDs เกิดขึ้นจากเราสร้างสุขเทียมเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตัวเอง เติมรสหวาน มัน เค็ม สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า
อึ้ง ! ความเหงา-โดดเดี่ยว ภัยเงียบที่ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพเทียบเท่าการสูบบุหรี่วันละ 15 มวน หรือดื่มเหล้าวันละ 6 แก้ว
เวลา 09.00 น. วันที่ 1 พ.ย. 2567 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับธนาคารจิตอาสา ภาคีภาครัฐ และภาคเอกชน จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “เดือนการฟังแห่งชาติ” หรือ “National Month of Listening” เพื่อกระตุ้นให้สังคมเห็นความสำคัญของการดูแลความสัมพันธ์ด้วย
“รองนายกฯประเสริฐ” มอบนโยบาย สสส.สั่งด่วนยกระดับสร้างความปลอดภัยทางถนนในเด็กและเยาวชน 3 ด้าน “รถบัสปลอดภัย-สวมหมวกนิรภัย-ส่งเสริมวินัยจราจร”
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ สสส.