'บิ๊กอ้วน' เดือดพลั่ก! ทุบ 'กัณวีร์' โกหก-เหมือนไม่รักประเทศ ปมส่ง 'อุยกูร์' กลับจีน

'ภูมิธรรม' ร่ายยาวปมส่ง 'อุยกูร์' กลับจีน อัด 'กัณวีร์' โกหก เพ้อเจ้อ ใช้แต่จินตนาการ เหมือนไม่รักประเทศ ซัดแรง 'เป็นคนรุ่นใหม่' แต่ไร้มนุษยธรรม

24 มีนาคม 2568 – เวลา 20.29 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงหลังถูกนายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม พาดพิงในประเด็นส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน ว่าได้ฟังที่นายกัณวีร์พูดถึงการส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน และกล่าวหารัฐบาลสารพัดว่ารัฐบาลเล่นละคร ตนขอยืมใช้คำพูดของท่านเหมือนกัน

"ท่านเป็นนักโกหกตัวยง ผมเองมีเรื่องมาหักล้างท่าน ท่านอย่าคิดว่าผมกล่าวเลื่อนลอย"

นายภูมิธรรม กล่าวว่าจะเล่าให้ฟังก่อนว่าสิ่งที่ท่านพูด ก็เข้าใจได้ว่าท่านไร้ประสบการณ์ ไม่เคยบริหารประเทศ เพราะฉะนั้นจึงพยายามจะพูดหลายเรื่อง เพื่อให้ต้องมาแสดงออกโดยไม่คำนึงว่าผลประโยชน์ของประเทศ และความมั่นคงของชาติจะต้องใช้ความระมัดระวังอะไร

"ใช้แต่จินตนาการพูดแล้วเหมือนไม่รักประเทศ และจินตนาการต่อไปเรื่อยๆ โดยนำสิ่งเหล่านี้มาวิจารณ์คนอื่น ว่าเป็นนักต้มตุ๋นว่าเป็นนักแสดงจริงๆ ทั้งหมดนี้ถ้าท่านชี้นิ้วมาที่ผมง ทั้งหมดจะย้อนกลับไปที่ท่าน แล้วจะตอบว่า แต่ละเรื่องที่ท่านโกหกมีอะไรบ้าง"

เขา กล่าวว่าเรื่องเกี่ยวกับชาวอุยกูร์ ปัญหาเรื่องชาวอุยกูร์เป็นปัญหาที่ตกค้างมานานมาก ซึ่งชาวอุยกูร์ที่เข้ามาติดเรื่องการเข้าประเทศผิดกฎหมาย โทษอย่างสูงก็ 2 ปี แต่รัฐบาลไทยที่ผ่านมายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงได้ขังมากว่า 11 ปี ซึ่งการขังกว่า 11 ปีนั้น เป็นเรื่องที่ผิดหลักมนุษยธรรม แต่ปัญหาของประเทศไทย คือเราอยู่บนทางสองแพร่ง ล้วนแต่มีคนพิพากษ์วิจารณ์ทั้งสิ้น รัฐบาลที่ผ่านมาจึงไม่กล้าตัดสินใจโดยแท้

“รัฐบาลนี้อาสาเข้ามาแก้ปัญหา จึงมีหลายเรื่องที่นายกฯ มอบหมายให้ผมดำเนินการ โดยเฉพาะประเด็นชาวอุยกูร์ที่เราต้องหา ทางออกอย่างจริงจัง เรามีกฎหมายที่กำหนดโทษแค่ 2 ปี แต่กลับขังมากกว่า 11 ปี ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ขาดความเป็นมนุษยธรรม จากคำพูดของคนหนุ่มรุ่นใหม่ในพรรคของท่าน ที่มองคนอื่นเป็นสินค้าโดยไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริง”

นายภูมิธรรม กล่าวว่าเรามีทางเลือกอยู่ 3 ทาง คือ 1.ขังเขาต่อไปซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรควรจะต้องหาทางออกให้เขา การขังเขาแม้ว่าเราจะปฏิบัติดี อย่างไรก็ตาม เราเองหาทิศทางให้ดี และเจ้าหน้าที่เราดูแลเขาอย่างดี ให้โอกาสเขาได้ปฎิบัติหน้าที่อะไรหลาย ๆ อย่างที่เขาควรจะกระทำ แต่มันก็ทรมาน

“คนเราในคุก อยู่ในกรงขัง ห่างจากบ้านเมืองมา ท่านไม่เคยอยู่ในสภาพนี้ เพราะฉะนั้น ท่านไม่รู้หรอกว่าคนที่เขาเผชิญกับความจริงเป็นอย่างไร ท่านได้แต่นั่งจินตนาการ คิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อย” นายภูมิธรรม กล่าว

2.ส่งไปประเทศที่สาม ตนเองถามท่านถ้าชาวอุยกูร์ เป็นเรื่องความสำคัญระหว่างด้านสิทธิมนุษยชนจริง ๆ ทำไมถึงไม่มีใครขอเขากลับไป ทำไมถึงไม่มีใครให้สิทธิผู้ลี้ภัยกับเขา แม้กระทั่งองค์การระหว่างประเทศ ก็ยังไม่เห็นใยดีเลย ถ้าให้สถานะเป็นผู้ลี้ภัย รัฐบาลไทยก็จะจัดการได้ดีขึ้น มีแต่คนพูด ไม่เคยดูว่าความเป็นจริงจะทำได้อย่างไร บอกว่ายินดีจะพูด จะรับ แต่จดหมายที่เป็นทางการอย่างที่พึงกระทำไม่เคยมี

“เพราะฉะนั้น เรื่องการไปประเทศที่สาม เป็นเรื่องความเพ้อฝันของพวกท่าน เป็นเรื่องความเพ้อฝันของคนอีกหลายคน” นายภูมิธรรม

3.ส่งเขาไปให้กลับประเทศเจ้าของ ท่านบอกว่าเขาไม่ใช่ชาวจีน มีบางคนที่บอกว่ามีหลักฐานว่าเขาเป็นชาวตุรกี ท่านโกหก ตนเองมีหลักฐานทั้งหมดว่า 40 คนเป็นคนจีน ท่านบอกว่า 40 คนนี้เป็นคนที่ถือสัญชาติตุรกี อันนี้ก็โกหก ท่านบอกว่าท่านไม่สบายใจ ถูกบังคับว่าเล่นละครชุดใหม่ ว่าเขาพวกนี้ต้องการบังคับ จนกระทั่งหยิบเอาจดหมายที่ปลอมขึ้นมาพูด ตนเองมีหลักฐานแน่นอนว่า 40 คนสมัครใจ ท่านอยากเจอ อยากทราบ ก็พบกันได้เอาหลักฐานมาเปิดให้ดูต่อหน้าสื่อมวลชน

รมว.กลาโหม  ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเราไม่เคยสบายใจ ตนเองจะเรียนให้ทราบ เอกอัครราชทูตของประเทศต่าง ๆ มาเจอตนเอง เขาห่วงใย แต่พอหลังจากที่ตนเองชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดให้เขา เขาก็เข้าใจ

“อย่างไรก็ตาม เขามีวุฒิภาวะ เขาเป็นตัวแทนรัฐบาล และรู้ว่าแม้ว่าเขาจะชอบใจ หรือไม่ชอบใจอะไร อย่างไรก็ตาม แต่เขายืนอยู่กับความเป็นจริง กับข้อเท็จจริง ไม่ใช่ยืนอยู่กับจินตนาการ ฝันไปเรื่อย พูดไปเรื่อย คิดไปเรื่อย และชี้นิ้วใส่คนอื่นว่ามีปัญหา จริง ๆ ต้องหันกลับดูตัวเองให้มาก ๆ นะครับว่าคนมีปัญหาคือใคร” นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า เมื่ออยู่ที่เมืองจีน เราได้ตกลงกันแล้วว่าการส่งชาวอุยกูร์กลับจีนในมุมมองสิทธิมนุษยชนนั้นมีคนเป็นห่วง เพราะหากส่งไปแล้วเขาจะทุกข์ทรมาน ซึ่งไม่สมควรให้เกิดขึ้น เราจึงได้ดำเนินการหลายเรื่อง รวมถึงขอให้จีนออกจดหมายรับรองอย่างเป็นทางการ ซึ่งจดหมายดังกล่าวถือเป็นหลักฐานสำคัญในวงการต่างประเทศ หากท่านไม่ยอมรับหลักฐานนี้ ก็ย่อมต้องทบทวนความสัมพันธ์กับจีน”

นายภูมิธรรม กล่าวเสริม “นอกจากผลักดันให้จีนดำเนินการแล้ว เรายังมีความร่วมมือจากนายกรัฐมนตรีและผู้นำระดับสูงที่ได้เดินหน้าพูดคุยและเยี่ยมจีนเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมรับประกันว่าจะทำดีที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดภัยหรือความเดือดร้อน ท่านคิดว่าหากท่านเป็นนายกรัฐมนตรีและได้เจรจากับผู้นำมหาอำนาจด้วยหลักฐานที่ชัดเจน ท่านจะเชื่อฟังได้หรือไม่

“แต่ผมเชื่อว่าท่านไม่รู้หรอก เพราะท่านไม่เคยเป็นรัฐบาล เคยเป็นแต่ฝ่ายค้าน แล้วก็พูดแต่เรื่องวิจารณ์ เอาจินตนาการมาด่าคนอื่น”

รมว.กลาโหม กล่าวว่า เราวางระบบกลไกไว้ 5 ประการ ประกอบด้วย 1.การตกลงของเราอยู่บนพื้นฐานของการมีอำนาจอธิปไตยของไทย 2.เป็นไปตามกรอบกฎหมายภายในประเทศ 3.คำนึงถึงผลประโยชน์ของไทยในกรอบของมิติความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ และความมั่นคงแห่งชาติ

4.เป็นไปตามหลักการ หรือสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะหลักการที่จะไม่ส่งคนไปยังที่อันตราย รวมทั้งพันธะกรณีของไทยตามหลักการที่จะไม่สมควรไปเผชิญกับการทรมาน หรือการถูกทำให้สูญหาย และ 5.เป็นการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยความรอบคอบ

”ท่านไม่เคยคิดจะเข้าใจสิ่งที่เป็นความตั้งใจของรัฐบาล ท่านไม่เคยคิดจะเข้าใจความคิดความต้องการของคนอื่นท่านคิดแต่ตัวเองหมกมุ่นอยู่กับตัวเองสนใจแต่เรื่องตัวเอง“ นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า เราดำเนินการประเด็นชาวอุยกูร์ตาม 5 ข้อหลักที่เป็นกฎหมายสากล โดยได้เคลียร์กับตัวแทนจากประเทศยุโรป เอเชีย และชี้แจงว่าเราไม่เคยเลือกข้างใคร เพราะเราเป็นประเทศเล็กที่มีศักดิ์ศรี แม้ผู้มีอำนาจใหญ่จะมีความขัดแย้งตามภูมิรัฐศาสตร์

เพื่อแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจา เราจึงได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้เข้าร่วมประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรี 9 กระทรวง โดยเราได้หารืออย่างละเอียดเพื่อหาทางออกให้ประเทศหลุดพ้นจากความขัดแย้ง

ในขณะเดียวกัน ประชาชนในโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ เพราะพวกเขาเข้าใจว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่ภาระที่ไทยควรแบก และแสดงให้เห็นว่ามันเป็นการกล้าที่จะนำไทยออกจากวิกฤติ ในขณะที่นายกัณวีร์ได้โกหกหลายเรื่อง

นายภูมิธรรมเผยว่า เมื่ออายุ 72 ปี ตนได้เดินทางไปพิสูจน์สถานการณ์ที่มณฑลซินเจียงอุยกูร์ด้วยตนเอง แม้จะต้องเผชิญกับเส้นทางที่ลำบากในทะเลทรายระยะ 200-300 กิโลเมตรต่อบ้าน พร้อมกับตัวแทนระดับสูงและทีมสื่อที่มีจรรยาบรรณ เขาพิสูจน์ให้เห็นความเป็นจริงที่ไม่ถูกครอบงำโดยรัฐบาล และยืนยันว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนในทุกข้อกล่าวหา

"เขาเหล่านั้นบอกว่า เขาผ่านชีวิตที่ยากลำบากมามากแล้ว เขากลับมาเจอพี่น้องเขา เขาอยากเลือกอนาคตเขา และอยากอยู่กับความสงบ การที่ต้องมาคุยกับเรานี้ก็มากแล้ว ท่านจะให้เขาเปิดหน้ามา และวิจารณ์ว่าเป็นตัวละครตัวเอกแบบนั้นหรอ เขาบอกไม่ต้องการแล้วจริง ๆ แล้วเขาอยากอยู่กับชีวิตง่าย ๆ สงบ และอยากเลือกอนาคตเอง" นายภูมิธรรม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วิโรจน์' มั่นใจนายกฯออกตั๋ว PN เลี่ยงภาษี เป็นการทำนิติกรรมอำพราง

"วิโรจน์" มองศึกซักฟอกตรงตามแผนที่ฝ่ายค้านคาดหวัง น้อมรับคำวิจารณ์ไปปรับปรุง ไม่กังวลผลลงมติไว้วางใจ ชีวิตต้องทำงานต่อ ย้ำพรุ่งนี้เข้าพบอธิบดีสรรพากร มั่นใจปมตั๋ว PN นายกฯ คือการทำนิติกรรมอำพราง ชี้ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ทำได้ หากเป็นประโยชน์กับ ปชช. แต่ต้องประมูลโปร่งใส-ป้องผลกระทบเชิงลบ

'แพทองธาร' ลั่นเสียงรัฐบาลมีเหลือเฟือ ซื้อ 'งูเห่า' อีกทำไม ข้องใจแชทจริงหรือไม่

นายกฯอิ๊งค์ บอกเสียดายเงินซื้องูเห่า เสียงเหลือเฟือทำไมต้องจ่าย ย้อน "เท้ง" ใช้วาทกรรมไม่เลิก จวกหากยังเป็นนายกฯจะยิ่งทำให้คนไทยอายุสั้นลง

กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ หน้าหงาย! หอการค้า ชี้ไทยเดินตามกฎหมายปมส่งกลับอุยกูร์

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า ในฐานะคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจติดตามผลกระทบนโยบายเศรษฐกิจและเศรษฐกิจด้านต่างๆซึ่งปัจจุบันสหภาพยุโรปลง