'กัณวีร์' ถามผลกระทบตัดไฟชายแดน 'ธีรรัตน์' แจงประเมินอย่างรอบคอบที่สุดแล้ว

'กัณวีร์' ถาม 'มหาดไทย' ประเมินผลกระทบหลังตัดไฟ-น้ำมัน-สัญญาณโทรคมนาคมที่ไทยส่งไปเมียนมาอย่างไร 'ธีรรัตน์' ยัน 'รัฐบาล' ประเมินผลกระทบแล้ว ย้ำไม่นิ่งนอนใจ

06 ก.พ.2568 - ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานได้พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม (ปธ.) ที่สอบถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงมาตรการรับมือที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติตัดไฟ ตัดน้ำมัน และตัดสัญญาณโทรคมนาคม ที่ประเทศไทยส่งไปยังประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 5 ก.พ. แต่เนื่องจากนายอนุทิน ติดภารกิจจึงมอบ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบกระทู้แทน

โดยนายกัณวีร์ กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้รับข้อมูลมาว่ามีประชาชนจากประเทศเมียนมาเข้ามาที่ประเทศไทยเพื่อตุนเสบียงต่างๆ เช่น น้ำมัน เพื่อนำไปใช้กับเครื่องปั่นไฟในประเทศเขา อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาระหว่างที่จะมีมติดังกล่าวออกมาและมีการโยนกันไปมาระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ได้สร้างความเสียหายไปกว่า 2.8 พันล้านบาท หรือกว่า 1 หมื่นคน จึงขอถามว่าหลังจากมีมติตัดสิ่งต่างๆ แล้วนั้น ได้มีการประเมินหรือไม่กับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น มีผลกระทบอย่างไรบ้าง รวมถึงจะสามารถป้องกันแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างไรบ้าง

นายกัณวีร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สามารถบอกได้หรือไม่ว่าการที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายอนุทินไปคุยกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ไปพูดคุยกันเรื่องอะไรบ้าง เกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ อย่างไรบ้าง ทั้งนี้มีความกังวลเรื่องเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาเพราะประเทศเราถือเป็นประเทศทางผ่าน และบริเวณชายแดนถือเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านศูนย์สั่งการชายแดนที่อยู่รอบประเทศไทย จึงอยากทราบว่าท่านมีมาตรการป้องกัน ปราบปรามและเยียวยาเหยื่อการค้ามนุษย์อย่างไร มีศักยภาพเพียงพอและเตรียมความพร้อมไว้หรือไม่

นายกัณวีร์ กล่าวด้วยว่า บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา แถวชเวก๊กโก ผาลู เคเคพาร์ก พญาตองซู ที่เขาเจริญเช่นนี้เพราะผ่านประเทศไทยทั้งนั้น ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจชายแดน เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราจะปิดไม่ได้ แต่ต้องให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องท่าข้ามให้ดี จึงอยากสอบถามว่าท่านมีมาตรการใดหรือไม่ในการที่จะแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน ชายฝั่งทะเล เกาะแก่งเตรียมความพร้อมที่จะป้องกัน ปราบปราม ต่อต้านและเยียวยาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีการสั่งไปบ้างแล้วหรือไม่

”เสียงร้องโหยหวนของประชาชนทั่วโลกยังดังก้องอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ รวมถึงเสียงร้องโหยหวนของเหยื่อกระบวนการค้ามนุษย์ที่อยู่ในประเทศเมียนมาอีกมากมายเป็นหมื่นๆ คน ฉะนั้น อยากรัฐบาลเอาจริงเอาจังในเรื่องการช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ และประเทศไทยเราจะต้องไม่ใช่ประเทศทางผ่านของกระบวนการต่างๆ อีกต่อไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้ามนุษย์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งถือว่าใหญ่กว่าความร่วมมือของประเทศไทยกับประเทศจีน จึงอยากให้รัฐบาลไทยพิจารณาเอาความร่วมมือระหว่างประเทศในเวทีระหว่างประเทศในการต่อสู้และต่อกลอนกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ โดยปัจจุบันสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนแปลงนโยบายค่อนข้างเฉียบขาดในเรื่องนี้ เราจึงควรเอาโอกาสนี้ในการแสวงหาความร่วมมือทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะถือว่าสามารถแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์รวมถึงกระบวนการค้ามนุษย์ได้ จึงอยากให้รัฐบาลช่วยพิจารณาเรื่องนี้เป็นการด่วน เพราะจากที่เราอยู่ในเทียร์ 2 อาจจะตกไปอยู่ในเทียร์ 3 ได้” นายกัณวีร์ กล่าว

ด้าน น.ส.ธีรรัตน์ ชี้แจงว่า ทางการไฟฟ้าที่อยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย ได้ดูแลเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และเราได้พูดคุยเรื่องนี้ในหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ หรือสิ่งผิดกฎหมาย เรื่องยาเสพติด ว่าทำอย่างไรประเทศไทยสามารถป้องกันภัยคุกคามเหล่านั้นได้อย่างเบ็ดเสร็จ และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่สมาชิกและภาคประชาชนสะท้อนขึ้นมาจะได้เห็นว่าจุดที่มาของปัญหานี้มาจากพื้นที่ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรารอบๆหลายจุด ทั้งที่มีการผลิตหรือซ่องสุมกำลัง หรือหลอกคนจากทั่วโลกให้ไปอยู่ส่งออกสิ่งที่หลอกลวงประชาชนทั่วประเทศ และพบว่าในจุดนั้นคือพื้นที่ใกล้บ้านเรามากและเกี่ยวพันเรื่องของการที่เราได้สั่งจ่ายไฟ หรือค้าขายไฟกับประเทศเพื่อนบ้านเหล่านั้น จึงเป็นที่มาที่ทุกคนมีความสงสัยว่าไฟที่ส่งจากเมืองไทยจะนำส่งต่อเพื่อที่จะสนับสนุนสิ่งกระทำผิดในจุดต่างๆหรือไม่

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ทางการไฟฟ้าได้ให้ข้อมูลและชี้แจงว่ามีการทำสัญญาเป็นคู่สัญญากับผู้ซื้อไฟในบริษัทที่เป็นผู้รับสัมปทานจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศเมียนมา ที่มีสัญญากับเขาในจุดที่เราสามารถจะยกเลิกสัญญาได้ คือเรื่องของการผิดสัญญา อาจเป็นการไม่จ่ายค่าไฟ การค้างชำระต่างๆ และประเด็นที่สำคัญคือเป็นภัยต่อความมั่นคง จึงเป็นที่มาว่าเมื่อเราได้รับข้อมูลมาว่าไฟที่ถูกนำจ่ายไปในจุดต่างๆนั้นอาจจะถูกไปสนับสนุนในเรื่องที่ผิดกฎหมายได้ ทางเราจึงได้ตรวจสอบ และการไฟฟ้าเองก็ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เจ้าหน้าที่ทั้งทางฝั่งไทยและฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และเคยบอกว่าจะนำข้อมูลไปติดตาม และทำงานให้ได้คำตอบมาโดยเร็วที่สุด และมีการส่งหนังสือจากกระทรวงมหาดไทย ไปถึงหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ เพราะสิ่งที่นายกัณวีร์สงสัยคือเกิดความเสียหายขึ้นตั้งแต่เรายังไม่ได้สั่งตัดไฟ เราคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงพยาบาล บ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ รวมถึงโรงเรียน ศาสนสถาน รวมถึงกลุ่มเปราะบางเขาจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวต่อว่า ได้เสนอไปก่อนหน้านี้ว่า การกระทำการใดๆต้องเป็นไปอย่างรอบคอบที่สุด เป็นไปด้วยการคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมมากที่สุด และการที่จะกระทบกับกลุ่มเปราะบางต่างๆ ที่อาจจะได้รับผลกระทบตามมา ฉะนั้น เราทำงานขับเคลื่อนมาโดยตลอด และเป็นความห่วงใยขั้นสูงสุดของนายกรัฐมนตรีว่าต้องเร่งจัดการในเรื่องนี้ อย่าไปปัดความรับผิดชอบว่าจะเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ของกระทรวงใดหน้าที่ของใคร แต่วันนี้ต้องมานั่งประชุมกันและหาทางออกร่วมกัน จึงเป็นมติที่ประชุม สมช. ออกมา และพบจากข่าวสารว่าหลังจากที่ได้ตัดไฟไปแล้วทางฝั่งนั้นมีความวุ่นวายบ้างที่จะต้องเร่งหาน้ำมันเพื่อจะได้มีไฟใช้ต่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ต้องยอมรับว่าเราเป็นห่วงสำหรับกลุ่มเปราะบางผู้ป่วย ที่มีอาการหนักที่อยู่ในโรงพยาบาลขณะนั้น ว่าหากเราตัดไฟไปเลยจะเกิดผลกระทบทันที กับพวกเขา ฉะนั้น เราจึงได้แจ้งโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยหนักอยู่ก่อน ให้ได้นำผู้ป่วยหนักเหล่านั้นเข้ามารักษาในฝั่งไทย เราก็ยินดีต้อนรับ และเราได้เตรียมบุคลากรทางการแพทย์เอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วด้วยสำหรับผู้ที่เป็นผู้สูงอายุที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล หรือมีความต้องการที่จะใช้เครื่องมือทางการแพทย์ใดๆก็ตาม ฉะนั้น เราคิดว่าในความโกลาหลที่เกิดขึ้นก็จะเป็นผลกระทบในช่วงสั้นๆ และในส่วนที่เรากังวลก็เป็นเรื่องที่ต้องนำมาพูดคุย เพื่อหาทางแก้ไขให้ทุกคนสามารถที่จะดำรงตนและทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างดีที่สุดด้วย

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้นายนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ลงพื้นที่รวมถึงสมช. หน่วยงานความมั่นคง ซึ่งได้ทำหน้าที่ของตนเองในพื้นที่ ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ทำให้เห็นรายละเอียดของปัญญหาและตอบโจทย์ความกังวล ขณะเดียวกันนั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ที่เดินทางไปเยือนจีน จะได้พูดคุยกับนายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีประเทศจีน ต่อประเด็นการแก้ปัญหาดังกล่าว

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวต่อว่า เรามีศูนย์สั่งการ และมีมาตรการในการเน้นย้ำลงไปในเรื่องของการป้องกันปัญหายาเสพติด รวมถึงการค้ามนุษย์ และการทำงานแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ฉะนั้น เราจึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องได้ประเมินในเรื่องของการป้องกันที่จะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์มากที่สุดโดยได้รับนโยบายจากทางส่วนกลางให้ได้รู้ว่าเป็นวาระที่สำคัญมาก และสิ่งที่ตนได้พบคือผู้ที่ถูกล่อลวงรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกหลอกไป ซึ่งสิ่งที่เราพยายามเน้นย้ำในเชิงรุก คือการกระตุ้นการรับรู้ให้ข้อมูลเหล่านั้น ไปถึงผู้ที่อยู่ในความเสี่ยงว่าจะถูกล่อลวงเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่พึงประสงค์ให้ได้มากที่สุด

“ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ตามชายแดนได้ทำงานกันอย่างเต็มกำลัง แต่เราก็ไม่ละเลยในจุดที่เราได้รับข้อมูลมาว่าอาจมีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งรู้เห็น เรารับข้อมูลไว้ทั้งหมด และจะสืบสวน ให้ฝ่ายมั่นคงปราบปรามให้หมดไปให้ได้ ต้องเป็นวาระป้องกันอย่างเร่งด่วนให้ได้ ส่วนความมั่นคงรัฐบาลจีน ส่งผู้ช่วยรัฐมนตรีลงพื้นที่จึงเห็นความจำเป็น การตัดไฟที่เกิดขึ้น เพื่อให้ต่างชาติรับทราบว่าประเทศไทยจริงใจ และจริงจัง ตั้งใจในการแก้ปัญหา โดยไม่นิ่งนอนใจ รวมถึงต้องตัดการสนับสนุนการทำผิดกฎหมายด้วย” น.ส.ธีรรัตน์ ชี้แจง

รมช.มหาดไทย ชี้แจงอีกว่า กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการทุกจังหวัดให้ดูแล ไม่เฉพาะจังหวัดพื้นที่ชายแดนเท่านั้น โดยให้ทุกจังหวัด ไม่สนับสนุนผู้ทำผิดกฎหมาย อาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ โดยประชุมทุกสัปดาห์เพื่อพิจารณาข้อมูล ทั้งนี้ มีข้อมูลจาก พื้นที่เจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี ที่พบว่ามีการขอใช้ไฟฟ้าเพิ่ม จึงถือเป็นความเสี่ยงถูกใช้เป็นฐานกำลังผลิตยาเสพติด ทำสิ่งผิดกฎหมาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภูมิธรรม' แจงเหตุลากยาวปล่อย 4 ลูกเรือไทย เพราะคดีเข้าสู่ระบบ

'ภูมิธรรม' โยนถาม กต. หลังไทยเชิญ 'มิน อ่อง หล่าย' ร่วมประชุม BIMSTEC อัดกลับ 'กัณวีร์' โกหกหลายเรื่อง หลังไม่เห็นด้วยห่วงฟอกขาวเผด็จการ เผยเหตุลากยาวปล่อย 4 ลูกเรือไทย เพราะคดีเข้าสู่ระบบ ระบุ กองทัพ-กต. ร่วมประสานงาน

'ธนกร' แนะฝ่ายค้านซักฟอกอย่าเน้นวาทกรรม

'ธนกร' แนะฝ่ายค้านใช้เวลาคุ้มค่า อย่าเน้นวาทกรรม มองเหมาะสม28+7 ชม.ซักฟอก 2 วัน ชี้ โอกาสดีรัฐบาลได้แจง ปชช. พร้อมลุยงานเต็มที่ต่อเนื่องจนครบเทอม

'สุรเชษฐ์' จี้หาสมุดพกสุริยะ 'เจ๊มน' โต้ไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ

'สุรเชษฐ์' ตั้งกระทู้ถาม 'ถนนพระรามสองสยอง' จี้ 'สุริยะ' แสดงสปิริต อย่าทำตามลูกน้องที่ประกาศ ชี้คนอยากเห็นสมุดพก รมต.มากกว่า 'มนพร' บอกไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ ย้ำ 'รัฐบาล-คมนาคม' ใส่ใจแก้ปัญหา

ฝ่ายค้านต่อรองได้! ถล่มอิ๊งค์เพิ่มอีก 1 ชั่วโมงรวม 28 ชม.

'วิปฝ่ายค้าน-รัฐบาล' เคาะสูตรซักฟอก 28+7 อภิปราย 24-25 มี.ค. ลงมติ 26 มี.ค. วันแรกส่อเลิกตีห้าครึ่ง ขณะที่หากเวลา-ขุนพลถล่ม 'นายกฯ อิ๊งค์' ฝ่ายค้านยังไม่หมดอาจลากต่อและเลื่อนลงมติเป็น 27 มี.ค.