"กกต." พร้อมเลือกตั้ง "นายก อบจ.-ส.อบจ." 1 ก.พ. "อิทธิพร" มั่นใจไม่เกิน 4 ทุ่มรู้ผลนับคะแนน โวครั้งนี้มีร้องเรียนเพียง 153 เรื่อง "แสวง" เล็งเสร็จเลือกตั้งถกปม “ทักษิณ” ปราศรัยแจกเงินหมื่นหาเสียง "ปิยบุตร" ชี้เลือกตั้ง อบจ.68 มีแค่ 2 ทาง "การเมืองของครอบครัว-การเมืองของประชาชน" ลั่นโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ซัด "แม้ว" หาเสียงขอท้องถิ่นเป็นมือเป็นไม้ผิดหลักกระจายอำนาจ "ปชน." จัดดาวกระจายหาเสียงโค้งท้าย "ธนาธร" มั่นใจได้นายก อบจ.หลายเก้าอี้ "ทนายเชาว์" โวย อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช แจกเงินโจ๋งครึ่ม "ปชช." ตื่นตัวรอหย่อนบัตร
ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ วันที่ 31 ม.ค.2568 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อม กกต.อบจ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การมอบบัตรเลือกตั้ง บัตรนายก อบจ. (สีเหลือง) บัตรสมาชิก อบจ. (สีม่วง) 1 เล่ม มี 20 ฉบับ และวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งในพื้นที่เขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 294 หน่วย มารับมอบวัสดุอุปกรณ์กำหนดสถานที่ไว้ 2 แห่ง คือ ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ จำนวน 9 ตำบล 138 หน่วย และที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ จำนวน 7 ตำบล 156 หน่วย เพื่อใช้ในการเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ. ในวันที่ 1 ก.พ.2568
นายอิทธิพรกล่าวว่า ภาพรวมการเลือกตั้ง อบจ.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เรื่องการร้องเรียนปีนี้มีน้อยกว่าปี 2563 ที่มี 718 เรื่อง โดยปีนี้พบเพียง 153 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องซื้อเสียง มีการให้เงินกับชุมชนเพื่อหวังคะแนน การจัดเลี้ยงมหรสพ การปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบหาเสียง หลอกลวงใส่ร้าย มีคำร้องเยอะหรือไม่ โดยที่ จ.เชียงใหม่ มีเหตุร้องมาเพียง 4 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการให้เงินหรือจ้างไปฟังปราศรัย เจ้าหน้าที่รับและต้องตรวจสอบหลักฐานการกระทำผิดตามขั้นตอนต่อไป
"ความพร้อมของเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งต่างๆ ไม่น่ากังวล เพราะทุกคนต่างมีประสบการณ์ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาอยู่แล้ว จึงขอเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิตามหน้าที่ และยังคาดหวังว่าการใช้สิทธิเลือกตั้งน่าจะมีตัวเลขสูงกว่าครั้งที่ผ่านมา" นายอิทธิพรกล่าว
ถามถึงเรื่องผู้ช่วยหาเสียง ทั้งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า เป็นผู้ช่วยหาเสียงได้ใช่หรือไม่ ประธาน กกต.กล่าวว่า ยืนยันตามที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. โพสต์ไว้ คือตามระเบียบการหาเสียง ลักษณะต้องห้ามของการหาเสียงในการเลือกตั้ง เขียนไว้ชัด ผู้ช่วยหาเสียงคือผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้รับจ้างจากผู้สมัครให้มาร่วมกิจกรรมในการโฆษณาหาเสียง ไม่มีตรงไหนที่เราบอกว่าเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องมีหน้าที่หรือมีสิทธิ ไม่มี
"เราถือหลักนี้มานานตั้งแต่ปี 62-63 เรามีระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงพรรคการเมืองของ สส. ก็เป็นประเด็นแบบนี้ แต่มีพรรคการเมือง 2 พรรคเขียนมาถามเรา ตามมาตรา 23 พ.ร.ป.กกต. ยืนยันว่าหมายถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น ท่านสามารถเป็นได้ แต่ถ้าไม่มีสิทธิเลือกตั้ง โดนเพิกถอนสิทธิ ก็ไม่สามารถเป็นได้" ประธาน กกต.ระบุ
ซักว่า ยืนยันนายทักษิณผิดหรือไม่ในการเป็นผู้ช่วยหาเสียง นายอิทธิพรกล่าวว่า ไม่ผิด นายทักษิณมีสิทธิเลือกตั้ง หากศาลจำกัดสิทธิรับสมัครการเลือกตั้ง จำกัดสิทธิในการมีสิทธิเลือกตั้งก็ถือว่าเป็นผู้ช่วยหาเสียงได้ เราตอบพรรคการเมืองไปแล้วตั้งแต่ปี 62-63 เราตอบกันมานานแล้ว และยึดถือเป็นข้อปฏิบัติ
กกต.ลั่น 4 ทุ่มรู้ผลเลือก อบจ.
ประธาน กกต.กล่าวถึงการนับคะแนนเลือกตั้ง อบจ.ว่า จังหวัดเล็กๆ ระยะทางไม่ห่างกันมาก จากหน่วยเลือกตั้งไปยังศูนย์ลงคะแนนในจังหวัดนั้นๆ ไม่เกิน 22.00 น.น่าจะเสร็จ ส่วนจังหวัดใหญ่ที่มีพื้นที่ห่างไกลอย่างเชียงใหม่ บางอำเภอหน่วยเลือกตั้งห่างจากศูนย์ลงคะแนน กระบวนการตรวจสอบอาจจะต้องใช้เวลา แต่จะต้องทำให้เร็วที่สุดและต้องถูกต้องที่สุด แต่การนับคะแนนหน้าหน่วยคาดว่า 18.00-19.00 น.ก็จะเสร็จสิ้น แต่จะมารวมผลนับคะแนนแต่ละเขต ต้องมีการตรวจสอบโดยคณะอนุกรรมการฯ ว่าถูกต้อง ถ้าถูกต้องก็ส่งรวบรวมทันที
ส่วนนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงถึงความพร้อมเลือกตั้ง อบจ.ว่า ในวันที่ 1 ก.พ.2568 จะมีการเลือกตั้ง อบจ.ทั้ง 76 จังหวัด รวม 90,715 หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งจากการลงพื้นที่สังเกตการณ์การอบรม กปน. รวมถึงการได้รับรายงานเกี่ยวกับการเลือกตั้ง พบว่ามีความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
ถามถึงเรื่องร้องเรียน นายแสวงกล่าวว่า คดีการเลือกตั้งจะแตกต่างจากคดีอาญาที่จะมีหลักฐานพยานชัดเจน แต่คดีการเลือกตั้งจะไม่มี การจ้างไปฟังการหาเสียง การซื้อเสียงขายเสียง การซื้อสิทธิขายเสียงเป็นการสมประโยชน์ ไม่มีข่าวหลุดรอดออกมาให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งทราบเลย ดังนั้นเราจึงต้องไปตั้งจุดสกัด โดยเฉพาะในกลุ่มหัวคะแนน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์การกระทำผิด เพราะถ้าปล่อยให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นการหาข้อมูลหลักฐานจะทำได้ยาก ล่าสุดตอนนี้มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาแล้ว 153 เรื่อง เราก็จะมีการดำเนินการไปพร้อมๆ กับการเลือกตั้ง เป็นการรวบรวมพยานหลักฐาน
ซักถึงคลิปการซื้อสิทธิขายเสียงที่ จ.มหาสารคาม จะเป็นเหตุให้ยุติการเลือกตั้ง อบจ.หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า สำนักงาน กกต.รับเป็นสำนวนแล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเคยให้เป็นแนวทางกับทางจังหวัดไปแล้วว่าเวลามีผู้ช่วยหาเสียงซึ่งเป็นคนที่มีชื่อเสียงนั้นต้องดู 2 อย่าง ว่าสิ่งที่เขาพูดบนเวทีผิดหรือไม่ กับคนที่มาฟังถูกจ้างมาหรือไม่ เพราะสังคมสนใจและได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปติดตามการปราศรัยหาเสียงและนำมาถอดเทป
เมื่อถามว่า กรณีนายทักษิณปราศรัยช่วงตรุษจีน ตอนหนึ่งระบุว่าจะมีการแจกเงิน 1 หมื่นบาท เข้าข่ายเป็นการสัญญาว่าจะให้หรือไม่ ถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า เรื่องนี้มีคนร้องเรียนเข้ามาแล้ว แต่จะวินิจฉัยช่วงนี้ไม่ได้ ทั้งนี้ การกระทำของผู้ช่วยหาเสียงคุณสมบัติคือไปช่วยหาเสียง เมื่อมีการร้องเรียนก็จะต้องมาดูว่ามีการกระทำจริงหรือไม่ เข้าข้อกฎหมายมีความผิดหรือไม่ ทั้งหมดนี้ต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้ง
ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ "การเลือกนายก อบจ.68 คือ การเลือกการเมืองท้องถิ่น 2 แนวทาง" ตอนหนึ่งระบุว่า การเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งนี้เป็นการเลือกการเมืองท้องถิ่น 2 แนวทาง ใน 2 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก การเมืองท้องถิ่นของครอบครัวกับการเมืองท้องถิ่นของประชาชน ในอดีตที่ผ่านมาการเมืองท้องถิ่นมักผูกพันกับระบบบ้านใหญ่ ประจำจังหวัด ตำแหน่งนายกท้องถิ่นตกอยู่กับผู้มีอำนาจ อิทธิพล (ทั้งทางเงินทองและทางกลไกรัฐ) และตำแหน่งก็จะวนเวียนกันอยู่ในตระกูลตนเอง
"การเมืองท้องถิ่นของครอบครัวอาจใช้งานได้ดี อาจทำประโยชน์ให้กับประชาชนอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่อำนาจรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง สาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถพึ่งพิงอำนาจรัฐแบบทางการได้ ต้องอาศัยอำนาจ อิทธิพล บารมี เครือข่ายของบ้านใหญ่ อย่างไรก็ตาม โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ต่อให้บ้านใหญ่ใจดี มีน้ำใจ ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เท่าไรก็ตาม ก็ไม่มีบ้านใหญ่ที่ไหน หลังไหน ช่วยเหลือประชาชนฟรีๆ วิธีการแบบนี้คือการลงทุนทางการเมืองแบบแบ่งสัมปทานอำนาจรัฐ ใช้ทุนก้อนหนึ่งเพื่อหาโอกาสเข้าไปมีอำนาจรัฐ แล้วก็เบียดบังงบประมาณแผ่นดิน ถอนทุนคืน เพื่อเอาทุนมาทำงานการเมืองต่อ วนเวียนอยู่แบบนี้เรื่อยไป" นายปิยบุตรกล่าว
ป๊อกซัดแม้วหาเสียงผิดหลัก
นอกจากนี้ การเมืองท้องถิ่นในแนวทางแบบใหม่ คือการเมืองท้องถิ่นของประชาชน ซึ่งประชาชนมีโอกาสเข้าสู่การเมือง มีอำนาจบริหารจัดการจังหวัดของตนเองได้ โดยไม่ต้องดูว่ามาจากครอบครัวไหน นามสกุลอะไร สังกัดบ้านใหญ่หรือไม่ ไม่ต้องไปสวามิภักดิ์ผู้มีอิทธิพล หรือเดินหิ้วกระเป๋าตามบ้านใหญ่ ผู้สมัครแข่งขันกันเสนอนโยบายที่ตนจะทำหากได้เป็นนายกท้องถิ่น วางแผนงาน จัดสรรงบประมาณ ภายในกี่ปี จะทำเรื่องใด ใช้งบประมาณเท่าไร ในขณะที่ประชาชนได้ติดตาม ตรวจสอบ ทวงถามว่างบประมาณในแต่ละปีถูกนำไปใช้ในเรื่องใดบ้าง นายกท้องถิ่นผูกมัดกับประชาชนด้วยนโยบายที่รณรงค์หาเสียงเอาไว้ ไม่ใช่ผูกมัดผ่านเงินทองหรืออิทธิพล
"เมื่อนายกท้องถิ่นไม่ได้นำเงินส่วนตัวมาลงทุนทำการเมืองแบบแบ่งสัมปทานอำนาจรัฐ พวกเขาก็ไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตาถอนทุน คืน การคิดอ่านจัดทำโครงการต่างๆ ก็กลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้อง ไม่ต้องวนเวียนกับสร้าง-ซ่อมหาเงินทอน การเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งนี้จึงมีความสำคัญ เพราะประชาชนจะมีโอกาสตัดสินใจเลือกระหว่างการเมืองท้องถิ่นของครอบครัว vs การเมืองท้องถิ่นของประชาชน การเมืองท้องถิ่นที่แข่งขันกันผ่านอิทธิพล vs การเมืองท้องถิ่นที่แข่งขันกันผ่านนโยบาย การเมืองท้องถิ่นที่สร้างบุญคุณกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนตอบแทนบุญคุณ เลือกพวกตนเองได้เข้าไปมีอำนาจแล้วเบียดบังงบประมาณมาเข้ากระเป๋าตนเอง vs การเมืองท้องถิ่นที่ต้องทำ หน้าที่จัดทำบริการสาธารณะ ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง เท่าเทียม"
นายปิยบุตรกล่าวว่า ประเด็นสอง การเมืองท้องถิ่นแบบเครื่องไม้เครื่องมือรัฐบาล กับการเมืองท้องถิ่นแบบจัดการตนเอง พรรคเพื่อไทยรณรงค์หาเสียงนายก อบจ.ครั้งนี้ ภายใต้แนวคิดที่ว่า เลือกนายก อบจ.จากพรรคเพื่อไทย เพื่อทำงานประสานกับรัฐบาลซึ่งมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเพื่อไทยหลายคน ต่างปราศรัยหาเสียงไปในแนวทางนี้ ในทุกเวที ขอยกมาสักหนึ่งตัวอย่างพอสังเขป ดังนี้ “อย่าลืมมือไม้ผม อบจ.เป็นกลไกสำคัญที่จะเป็นมือไม้ให้ผมทำงานให้กับพี่น้องได้... เสริมมือไม้ให้ผม อบจ.ยกให้ผม” (ทักษิณ ชินวัตร ปราศรัยที่จังหวัดศรีสะเกษ วันที่ 25 มกราคม 2568)
"แนวคิดการเลือกนายก อบจ.พวกเดียวกันกับพรรคแกนนำรัฐบาล โดยอ้างว่าต้องการให้นายก อบจ.เป็นเครื่องมือให้กับรัฐบาล เช่นนี้ เป็นแนวคิดที่ผิดและขัดกับหลักการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ขัดกับหลักความเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างสิ้นเชิง" นายปิยบุตรกล่าว
ช่วงท้ายนายปิยบุตรระบุว่า การเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งนี้ จึงมีความสำคัญ เพราะประชาชนจะมีโอกาสตัดสินใจเลือกระหว่าง อบจ.ที่จะกลายเป็นกระทรวง อบจ. vs อบจ.ที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความเป็นอิสระ มีอำนาจ งบประมาณ บุคลากร เป็นของตนเอง
ปชช.ตื่นตัวรอหย่อนบัตร
ขณะที่พรรคประชาชน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่ 31 ม.ค. ผู้สมัครนายก อบจ.และ ส.อบจ. รวมทั้งผู้ช่วยหาเสียงยังคงดาวกระจายทั่วประเทศในวันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งทั่วประเทศในวันที่ 1 ก.พ.นี้ โดยแกนนำพรรค สส.และผู้ช่วยหาเสียงพรรค กระจายตัวกันไปในแต่ละพื้นที่ อาทิ นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน เดินทางไปรณรงค์ที่ จ.พังงา, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน หาเสียงที่ จ.ปราจีนบุรี, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง หาเสียงในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก ก่อนจะเดินทางไปยังจังหวัดสมุทรปราการจนจบการหาเสียง, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียง ลงพื้นที่จังหวัดนครนายก และนายชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียง ปักหลักที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามผลการเลือกตั้งจังหวัดภาคเหนือ
นายธนาธรให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินสายขึ้นรถแห่กระจายเสียงไปตามถนนเส้นหลักว่า ในภาพรวมผู้สมัครทั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.ของพรรค ปชน.ในหลายจังหวัดต่างทำได้ดี รณรงค์เชิญชวนประชาชนไปเลือกตั้งกันอย่างขยันขันแข็งและต่อเนื่อง
"มั่นใจว่าในการเลือกตั้ง อบจ.จะมีผู้สมัครจากพรรคประชาชนชนะการเลือกตั้งในหลายจังหวัดอย่างแน่นอน" นายธนาธรกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรค ปชน.เตรียมเปิดวอร์รูมมอนิเตอร์ผลการเลือกตั้งนายก อบจ. ทั้ง 17 จังหวัด ณ ที่ทำการพรรค ในวันที่ 1 ก.พ. ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการแถลงข่าวภายหลังการนับคะแนนในเวลาประมาณ 20.30 น.
วันเดียวกัน นายเชาว์ มีขวด ทนายความ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องโค้งสุดท้าย “ร่อนพิบูลย์” เมืองคอน เงินสะพัดแจกหัวละ 500! เนื้อหาระบุว่า ขณะนี้ตนทราบว่ามีขบวนการทุจริตการเลือกตั้ง สจ. เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอร่อนพิบูลย์ มีการล่ารายชื่อประชาชนมาหลายวันแล้ว ทำกันโจ่งแจ้ง ใช้หัวคะแนนซึ่งเป็นผู้นำท้องที่ผู้นำชุมชน วันนี้เริ่มแบ่งสายเดินแจกเงินชาวบ้านคนละ 500 บาท โดยไม่เกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง
จ.ตราด นายเกรียงไกร ปัญญาพงศธร นายอำเภอเมืองตราด และประธานกรรมการเลือกตั้ง อบจ.ตราด กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ได้รับการติดตามจากประชาชนในจังหวัดตราดมาก และมีความตื่นตัวจากเยาวชน ซึ่งทำให้คาดการณ์ว่าจะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิเกินกว่าร้อยละ 62 และน่าจะมากกว่าการเลือกตั้งนายก อบจ.ตราดครั้งที่ผ่านมา รวมทั้งการหาเสียงครั้งนี้ยังไม่มีการร้องเรียนว่ามีการข่มขู่หรือทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแต่ประการใด และยังไม่มีการร้องเรียนในเรื่องการซื้อเสียงแต่ประการใด
จ.พิษณุโลก กกต.จังหวัดพิษณุโลกได้จัดให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. เดินทางมารับหีบบัตร อุปกรณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง โดยมีหน่วยเลือกตั้งจำนวนทั้งสิ้น 1,284 หน่วย ทั้ง 9 อำเภอ โดยเจ้าหน้าที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. จะได้ไปรับหีบบัตรและอุปกรณ์การเลือกตั้ง ตามศูนย์ประสานแผนแต่ละอำเภอ ทั้ง 9 อำเภอ โดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวนทั้งสิ้น 671,170 คน
จ.บุรีรัมย์ ที่หอประชุมอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ด้านหลังที่ว่าการอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำหน่วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง อ.เมืองบุรีรัมย์ จำนวน 360 หน่วยเลือกตั้ง เดินทางมารับหีบบัตร บัตรลงคะแนน และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการเลือกตั้ง ส.อบจ.บุรีรัมย์ และนายก อบจ.บุรีรัมย์ โดยมีการแบ่งเขตการเลือกตั้งออกเป็น 42 เขตเลือกตั้ง 2,645 หน่วยเลือกตั้ง ใน 23 อำเภอ จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.จำนวนทั้งสิ้น 1,243,781 คน และผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกสภา อบจ. จำนวนทั้งสิ้น 1,240,457 คน โดยใช้เจ้าหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง และดูแลความสงบเรียบร้อย ทั้งหมด 29,095 คน
จ.กระบี่ กกต.ประจำจังหวัดได้ส่งมอบหีบบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์สำหรับการเลือกตั้งให้แก่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง โดยจังหวัดกระบี่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายก อบจ.ประมาณ 360,627 คน และผู้มีสิทธิเลือกสมาชิก อบจ. ประมาณ 357,489 คน มีจำนวนหน่วยเลือกตั้งรวม 576 หน่วย ดังนี้ อ.เมืองกระบี่ จำนวน 137 หน่วย, อ.คลองท่อม 96 หน่วย, อ.เหนือคลอง 77 หน่วย, อ.อ่าวลึก 70 หน่วย, อ.เขาพนม 69 หน่วย, อ.ปลายพระยา 49 หน่วย, อ.เกาะลันตา 45 หน่วย และ อ.ลำทับ 33 หน่วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บิ๊กเต่าขยายผล ทุจริตยาแถว2-3 รพ.ทหารผ่านศึก
"ภูมิธรรม" ตอกฝ่ายค้าน หลังจี้จัดการแก๊งทุจริตยา บอกไม่เคยบริหาร ปท.ไม่รู้วิธีปฏิบัติราชการ ยันต้องทำงานเงียบๆ
อิ๊งค์ลุยภูเก็ตดันท่องเที่ยว ติดดาบ‘กลต.’สกัดปั่นหุ้น
ครม.เห็นชอบงบประมาณปี 69 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ไฟเขียว "พ.ร.ก.ตลาดทุน"
สว.สำรองยื่นกมธ.ปปช. สอบ‘กกต.’ละเว้นฮั้วสว.
"ภูมิธรรม" ไม่หวั่นหลังศาล รธน.รับวินิจฉัยคำร้องแทรกแซงการทำงาน
จี้แพทยสภาตอบป่วยทิพย์ชั้น14
"นายกฯ อิ๊งค์" ขอบคุณ ครม.-ขรก. ช่วยชี้แจงเวทีซักฟอก ย้อน "เท้ง" ใช้วาทกรรมไม่เลิกหลังถูกจวกหากยังเป็นนายกฯ
ม็อบไล่รบ.กาสิโน! ครม.ไฟเขียวพรรคร่วมฯไม่ค้านชงเข้าสภาให้ทันสมัยนี้
ฉับไว! "นายกฯ อิ๊งค์" แถลง ครม.ไฟเขียวผ่านร่าง กม.กาสิโนแล้ว พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีใครค้าน
‘อ้วน-ทวี’ระทึก! ศาลรับร้องจุ้นสว.
เซ่นพิษฮั้วเลือก สว. ศาล รธน.มติเอกฉันท์รับคำร้องสอบ "ภูมิธรรม-ทวี"