
“สมัย” ชี้สังคมน่าห่วง ละลาบละล้วงมาตรา 112 ยันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เลวร้าย “ก๊วน 3 นิ้ว” คอตก ศาลชี้ข้อหาหนัก พฤติกรรมร้ายแรงยื่นประกัน 12 ราย ศาลเมิน 9 ราย ส่วนอีก 3 รายชงศาลอุทธรณ์พิจารณา “ไผ่ ดาวดิน” ทำกิจกรรมยื่นหยุดขัง รีบออกตัวไม่ได้กดดันศาล
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 ม.ค. นายสมัย เจริญช่าง อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานครกล่าวในงาน ‘เสวนาประสาไตรรงค์’ ตอนหนึ่งว่า จากประสบการณ์การทำงานการเมือง วันนี้รู้สึกเป็นห่วงสังคมมากเหลือเกิน เพราะสังคมมันเปลี่ยน บ้านเมืองมันเปลี่ยน ความคิดอ่านคนเปลี่ยนไป ในอดีตไม่มีใครกล้าละลาบละล้วงไปถึงมาตรา 112 แต่เดี๋ยวนี้มีคนกล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงออก แสดงว่าสังคมมันเปลี่ยน แต่การเปลี่ยนแบบนี้ไม่ได้เป็นพัฒนาการ เพราะไม่ได้เปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่เปลี่ยนไปสู่สิ่งที่เลวร้ายกว่า เป็นหน้าที่พวกเราที่จะประคับประคองบ้านเมืองนี้อย่างไร
ขณะที่นายกิตติศักดิ์ กองทอง ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ยื่นประกันตัวนักกิจกรรมทางการเมือง 12 คน โดยนายประกันได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณา นายวัชรพล (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1, นายพลพล (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2, นายจตุพล (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3, นายณัฐพล (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 4 คดีหมายเลขดำ อ.1841/2565 (คดีถูกกล่าวหาร่วมกันวางเพลิง ทำให้เสียทรัพย์ มั่วสุมใช้กำลังประทุษร้ายฯ) โดยเสนอหลักทรัพย์เป็นเงินสดรวม 400,000 บาท
กรณียื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณา นายคทาธร (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 และนายคงเพชร (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 คดีหมายเลขดำ อ.1607/2565 (คดีถูกกล่าวหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดฯ และร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน) เสนอหลักทรัพย์เป็นเงินสดรวม 200,000 บาท
กรณียื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณา นายพรพจน์ (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 3 คดีหมายเลขดำ อ.1266/2565 (คดีถูกกล่าวหาร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคล และพาอาวุธไปในเมือง) เสนอหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 100,000 บาท
โดยศาลอาญาพิเคราะห์แล้วคดีมีข้อหาหนัก พฤติการณ์ร้ายแรงเกี่ยวกับวัตถุระเบิดเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสังคม หลักประกันเพียงคนรู้จักกับจำเลยง่ายต่อการละทิ้ง อีกทั้งศาลเคยไม่ให้ประกันมาหลายครั้งแล้ว จึงเกรงว่าจะหลบหนีหรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมืองได้ ชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขังนายทัตพงศ์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามคำร้องฝากขังหมายเลขดำ ฝ.1367/2565 (คดีถูกกล่าวหาร่วมมีและใช้วัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครอง) ซึ่งนายประกันเสนอหลักทรัพย์เป็นเงินสด 100,000 บาท
โดยศาลอาญาพิเคราะห์แล้ว ข้อหาหนัก พยานชั้นสอบสวนมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พนักงานสอบสวนจึงคัดค้านประกัน โดยพฤติการณ์ร้ายแรงเกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดเป็นอันตรายต่อสังคม ศาลอุทธรณ์จึงไม่อนุญาตมาโดยตลอด เพราะเกรงว่าจะหลบหนี หรือก่อเหตุร้ายประการอื่นทำให้บ้านเมืองไม่สงบสุข ชั้นนี้จึงยังไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
กรณียื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณา นายสุรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) จำเลยคดีหมายเลขดำ อ.3133/2565 (คดีถูกกล่าวหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นสถาบันฯ และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์) ซึ่งเสนอหลักทรัพย์เป็นเงินสด 100,000 บาท โดยศาลอาญาพิเคราะห์แล้ว ข้อหาหนัก พฤติการณ์ร้ายแรงต่อสถาบันหลักของประเทศชาติ และใกล้ถึงนัดตรวจพยานหลักฐาน ซึ่งตามฟ้องมีข้อมูลโยงจากสื่อออนไลน์ถึงจำเลย โจทก์จึงคัดค้านประกันและศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตมาแล้ว เพราะเกรงว่าจะเสียรูปคดีในกระบวนการยุติธรรม ชั้นนี้จึงยังคงเกรงว่าจะหลบหนีหรือก่ออันตรายประการอื่นได้ ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
และกรณีที่ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี นายสิทธิโชค (สงวนนามสกุล) จำเลยคดีหมายเลขดำ อ.2528/2564 และคดีหมายเลขแดง อ.55/2566 (ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ปี 4 เดือน) โดยนายประกันเสนอหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 150,000 บาท และกรณียื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี นายอุกกฤษฎ์ (สงวนนามสกุล) จำเลยคดีหมายเลขดำ อ.2110/2564 และคดีหมายเลขแดง อ.3582/2565 (ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 5 ปี 30 เดือน) โดยนายประกันเสนอหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 400,000 บาท โดยศาลอาญามีคำสั่งส่งคำร้องนี้ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งต่อไป
ส่วนที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ก็มีการยื่นประกันตัวนายสมบัติ (สงวนนามสกุล) ซึ่งศาลมีคำสั่งส่งไปให้ศาลอุทธรณ์สั่งเพิ่มเติม ทำให้วันนี้มีการยื่นประกันทั้งสิ้น 12 ราย ศาลไม่ให้ประกัน 9 คน และส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา 3 คน
โดยก่อนยื่นประกันดังกล่าว ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กลุ่มทะลุฟ้า นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ได้ทำกิจกรรมยื่น หยุด ขัง เดินทางไปที่ศาลอาญาเพื่อยื่นประกันตัวผู้ต้องหาคดีทางการเมืองทั้งหมด โดยเมื่อมาถึงหน้าศาลอาญา นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า วันนี้มายื่นประกันตัวนักกิจกรรมทางการเมืองทั้ง 12 คน เชื่อว่าข้อเท็จจริงที่จะนำเสนอวันนี้สู่ศาล จะทำให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยและผู้ต้องหาทุกคน
นายกิตติศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณี น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน, น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม, น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือใบปอ และนายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท ที่ยังไม่ยื่นประกันตัวเนื่องจากเขาแจ้งกับทนายความว่าไม่ประสงค์ให้ใครยื่นประกันตัว เพราะต้องการต่อสู้เพื่อสิทธิการประกันตัวให้นักกิจกรรมทางการเมืองทุกคนไปก่อน และขอเน้นย้ำว่าสิทธิ์นี้เป็นสิทธิ์ตามกฎหมายที่ทุกคนควรจะได้รับเพื่อให้สังคมและผู้พิพากษาได้ตระหนักถึงเรื่องนี้
ต่อมานายจตุภัทร์ได้อ่านแถลงการณ์ประชาชนเรื่อง เรียกร้องขอให้ศาลพิจารณาคืนสิทธิประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีการเมืองว่า นับเป็นเวลากว่า 10 วันแล้วที่ตะวัน และแบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ ผู้ต้องหาในคดีความผิดตามมาตรา 112 เคลื่อนไหวโดยการอดอาหารและน้ำจนร่างกายเข้าขั้นวิกฤตและต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อีกทั้งยังมีนายสิทธิโชค เศรษฐเศวต ผู้ต้องขังในคดีตามมาตรา 112 ที่กำลังเริ่มต้นการอดอาหารและอดน้ำด้วยเช่นกัน ซึ่งหนึ่งในข้อเรียกร้องที่ทำให้ทั้งสามคนตัดสินใจอดข้าวอดน้ำ คือ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และการคืนสิทธิประกันตัวให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีการเมืองหรือคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้เสรีภาพในการแสดงออกหรือการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เนื่องจากมีผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีทางการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำโดยไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวทั้งก่อนและระหว่างพิจารณาในชั้นศาลไม่น้อยกว่า 16 คน
“ขอเรียกร้องไปยังผู้พิพากษาเจ้าของคดี อธิบดีศาลอาญา และผู้มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.ขอให้ศาลพิจารณาปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีการเมืองทุกคดีตามหลักกฎหมาย เพื่อธำรงไว้ซึ่งนิติรัฐและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญและกติกาสากลให้การรับรอง 2.ขอให้ศาลพิจารณายกเลิกกำหนดเงื่อนไขการประกันตัว เช่น การใส่กำไลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดตามตัว การห้ามออกนอกเคหสถาน ในลักษณะที่เงื่อนไขกลายเป็นข้อจำกัดในการทำกิจกรรมและการใช้ชีวิต จนขัดต่อหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน” แถลงการณ์ระบุ และว่า การทำกิจกรรมในครั้งนี้มิได้เป็นการกดดันการปฏิบัติหน้าที่ของศาลหรือกระทำการอันเป็นแทรกแซงการพิจารณาคดีที่ต้องเป็นอิสระและเป็นธรรมของศาล แต่เป็นการหาทางออกให้กับประเทศท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ขัดแย้งและตึงเครียด ด้วยมีความเชื่อมั่นว่าสถาบันตุลาการจะเป็นเสาหลัก นำพาความยุติธรรม ทำให้ความขัดแย้งเบาบางลง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บิ๊กเต่าขยายผล ทุจริตยาแถว2-3 รพ.ทหารผ่านศึก
"ภูมิธรรม" ตอกฝ่ายค้าน หลังจี้จัดการแก๊งทุจริตยา บอกไม่เคยบริหาร ปท.ไม่รู้วิธีปฏิบัติราชการ ยันต้องทำงานเงียบๆ
อิ๊งค์ลุยภูเก็ตดันท่องเที่ยว ติดดาบ‘กลต.’สกัดปั่นหุ้น
ครม.เห็นชอบงบประมาณปี 69 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ไฟเขียว "พ.ร.ก.ตลาดทุน"
สว.สำรองยื่นกมธ.ปปช. สอบ‘กกต.’ละเว้นฮั้วสว.
"ภูมิธรรม" ไม่หวั่นหลังศาล รธน.รับวินิจฉัยคำร้องแทรกแซงการทำงาน
จี้แพทยสภาตอบป่วยทิพย์ชั้น14
"นายกฯ อิ๊งค์" ขอบคุณ ครม.-ขรก. ช่วยชี้แจงเวทีซักฟอก ย้อน "เท้ง" ใช้วาทกรรมไม่เลิกหลังถูกจวกหากยังเป็นนายกฯ
ม็อบไล่รบ.กาสิโน! ครม.ไฟเขียวพรรคร่วมฯไม่ค้านชงเข้าสภาให้ทันสมัยนี้
ฉับไว! "นายกฯ อิ๊งค์" แถลง ครม.ไฟเขียวผ่านร่าง กม.กาสิโนแล้ว พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีใครค้าน
อ่วม! ศาลเชียงใหม่ สั่งจำคุก 'อานนท์ นำภา' ปราศรัยผิด ม.112 รวม 20 ปี 19 เดือน
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ศาลจังหวัดเชียงใหม่พิพากษาคดี “อานนท์ นำภา” กรณีปราศรัยที่หอศิลป์ มช. เห็นว่าผิดตาม ม.112 ลงโทษจำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ ลดเหลือจำคุก 2 ปี