ประชาชนยี้'สืบทอดอำนาจ'เอื้อครอบครัว-พวกพ้อง


เพิ่มเพื่อน    

12 เม.ย. 64 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สืบทอดอำนาจในความคิดของประชาขน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,322 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 6 – 10 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา

เมื่อถามถึง การสืบทอดอำนาจที่ประชาชนไม่ต้องการ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.0 ไม่ต้องการการสืบทอดอำนาจจากคนโกงไปให้ครอบครัว เครือญาติและพวกพ้อง รองลงมาคือร้อยละ 87.4 ไม่ต้องการ การสืบทอดอำนาจ ครอบงำสังคมปล่อยต่างชาติทำคนไทยในชาติแตกแยก ร้อยละ 86.5 ไม่ต้องการการสืบทอดอำนาจ ครอบงำการเมืองและราชการ แต่งตั้งโยกย้ายเครือญาติคุมผลประโยชน์ ร้อยละ 86.4 ไม่ต้องการการสืบทอดอำนาจ ครอบงำเศรษฐกิจ กินรวบผูกขาดธุรกิจ เอื้อประโยชน์นายทุนและร้อยละ 86.4 เช่นกันไม่ต้องการการสืบทอดอำนาจ เผด็จการรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึง การสืบทอดอำนาจที่ประชาชนต้องการ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.0 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้ว บ้านเมืองสงบสุขไม่วุ่นวาย ร้อยละ 90.3 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้ว เงินในกระเป๋าของประชาชนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 90.0 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้ว เป็นประชาธิปไตย ร้อยละ 89.0 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้ว เศรษฐกิจดี ร้อยละ 88.2 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้วประชาชนอยู่ดีมีสุข ร้อยละ 86.9 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้ว ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยเหลือคนรากหญ้า ร้อยละ 86.9 เช่นกัน ต้องการสืบทอดอำนาจแล้ว บ้านเมืองเจริญ เส้นทางคมนาคมดีขึ้น และร้อยละ 86.1 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้ว ประชาชนไม่ตกงาน

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชี้ชัดว่า ประชาชนมองการสืบทอดอำนาจในมุมมองที่หลากหลายแตกต่างในมิติต่างๆ ทั้งการสืบทอดอำนาจทางการเมือง การเศรษฐกิจ และด้านสังคม โดยเฉพาะด้านการเมือง ที่ต่างเห็นการผูกขาดสืบทอดอำนาจกลุ่มตระกูลการเมืองและเครือญาติ ที่พยายามดึงอำนาจและผลประโยชน์ไว้กับครอบครัวและพวกพ้อง ด้วยการแทรกแทรงวางตัวข้าราชการ องค์กรกลางหรือแม้กระทั่งกระบวนการยุติธรรม และที่สำคัญคือพยายามกีดกันกลุ่มการเมืองใหม่ไม่ให้เกิด
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า เสียงของประชาชนยังสะท้อนและให้น้ำหนักกับการสืบทอดอำนาจของกลุ่มทุนใหญ่ผูกขาดที่สานใกล้ชิดกันกับกลุ่มการเมืองทุกขั้ว ซึ่งมีผลต่อทิศทางนโยบายของทุกรัฐบาลที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนใหญ่ ผูกขาดและทำลายโครงสร้างการแข่งขันทางเศรษฐกิจและโอกาสทางธุรกิจระดับกลางและระดับล่าง ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตยากและอยู่ภายใต้การครอบงำของกลุ่มทุนขนาดใหญ่จนคล้ายกับสภาพ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” 

นอกจากนี้ ยังเห็นได้ชัดถึงความพยายามสืบทอดอำนาจทางสังคมของกลุ่มผลประโยชน์ที่มีอิทธิพลทางความคิด โดยร่วมมือกับต่างประเทศนำพาชักศึกเข้าบ้าน เข้าไปมีอิทธิพลชี้นำสังคมผ่านชุดความรู้ ในสถาบันการศึกษา บทความผ่านสื่อ การปลุกระดมเคลื่อนไหวชุมนุมผ่านม็อบต่างๆ รวมทั้งเคลื่อนไหวชี้นำสังคมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นการทำลายรากเหง้าวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทยและการขัดแย้งทางความคิด

“การสืบทอดอำนาจดังกล่าวนี้จึงเป็นอันตรายต่อระบบสังคมยิ่ง นำมาซึ่งปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะปัญหาการทุจริตและคดโกงที่ถูกเบี่ยงเบนและกลบเกลื่อนมาโดยตลอด  ซึ่งจำเป็นที่เราทุกคนต้องมองให้ทะลุเพื่อร่วมกันแก้ปัญหารากเหง้าที่นำมาซึ่งความเสื่อมถอยของสังคมไทยอย่างแท้จริง” ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าว.

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"