ปชป.ไล่ย้ายพรรคไปแล้วไปลับ


เพิ่มเพื่อน    

 "มาร์ค" ไม่กังวล ส.ส.พรรคถูก คสช.ดูด ลั่นพรรคต้องการอยู่กับคนที่มีอุดมการณ์มั่นคง เตือน คสช.ต้องไม่ลืมเจตนารมณ์การปฏิรูปการเมือง ด้าน "วิรัตน์" เผยมีความพยายามดึง ส.ส.พรรคจริง ลั่นไปแล้วไปเลยพรรคไม่รับกลับ เพื่อไทยโวยแหลกพญาแร้งสูบปลาในบ่อคนอื่น เหน็บ "บิ๊กตู่" ไม่กลัวใครแต่กลัวการเลือกตั้ง


    หลังนักการเมืองกลุ่มพลังชลถูกดึงตัวไปร่วมงานกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนนำไปสู่การคาดการณ์ว่านักการเมืองกลุ่มอื่นๆ จะถูก คสช.เชิญไปร่วมงานมากขึ้น โดยเฉพาะ ส.ส.ประชาธิปัตย์ภาคตะวันออก เช่น นายสาธิต ปิตุเตชะ
    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะใครที่ต้องการอยากจะออกไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่นก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ หากว่ามีตำแหน่งรองรับที่ชัดเจน แต่ความชัดเจนต้องไปถามนายสาธิต ซึ่งไม่มีสัญญาณว่าขณะนี้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ภาคตะวันออกจะมีการไปร่วมงาน แต่พรรคต้องการจะอยู่กับคนที่มีอุดมการณ์ที่มั่นคง และทำงานต่อไปด้วยกันในระยะยาว  เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันที่มีอุดมการณ์และมองถึงผลที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว
    ส่วนที่มีการมองว่ารัฐบาลมีความพยายามที่จะดึงกลุ่มการเมืองต่างๆ เพื่อป้องกันการได้เสียงข้างมากจากพรรคการเมืองใหญ่นั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความพยายามสร้างฐานการเมือง แต่ตนก็ย้ำหลายครั้งว่าอะไรที่เป็นสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญก็เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่ต้องคำนึงถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญด้วย และที่สำคัญต้องไม่ลืมเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการเมือง ถ้าการเมืองเป็นเรื่องต่างตอบแทนก็ยากว่าการเมืองไทยจะดีขึ้นในอนาคต
    ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่พรรคการเมืองตั้งขึ้นแล้วเชิญชวนสมาชิกที่มีอุดมการณ์ตรงกัน เป็นเรื่องปกติที่นักการเมืองส่วนใหญ่เขาทำกัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่การที่ คสช.มีอำนาจรัฐอยู่ในมือแล้วไปตั้งพรรคที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อไปดูด ส.ส.เข้ามาร่วมนั้น ตนคิดว่าเป็นเรื่องแปลก โดยเฉพาะการเสนอผลประโยชน์ เพราะได้จะเป็นการเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมืองและทำให้พรรคอื่นเสียหาย ซึ่งการทำสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนักและไม่ควรทำอย่างยิ่ง
     เขากล่าวว่า คสช.ควรตั้งพรรคการเมือง แล้วสู้กันในกติกาตามระบบแบบบริสุทธิ์ยุติธรรม ปราศจากการใช้อำนาจรัฐที่ตัวเองมีอยู่มาเอื้อประโยชน์ให้ตนเอง ถ้าเขาตั้งพรรคการเมืองจริงๆ คิดว่าไม่มีใครจะมาวิพากษ์วิจารณ์อะไรเลย เพราะการตั้งพรรคโดยเปิดเผยเป็นสิ่งที่ทำได้ เป็นสิ่งที่ควรทำด้วยด้วยซ้ำ  แต่ขอย้ำว่าต้องไม่อาศัยอำนาจรัฐมาทำนั่นทำนี่ให้ตัวเองได้ผลประโยชน์ จะเป็นการเอาเปรียบคนอื่น ถ้าทำแบบนี้จริงจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
     "เท่าที่ทราบมีความพยายามดึง ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ เพราะเขาคิดว่าถ้าดึงเข้าไปร่วมแล้ว จะได้แน่ๆ เพราะ ส.ส.พวกนั้นมีฐานคะแนนเสียงในแต่ละพื้นที่อยู่ ซึ่งจะไปไม่ไปก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสมาชิกท่านนั้นๆ ส่วนจะเป็นพื้นที่ใดนั้นผมไม่สามารถระบุได้"
    นายวิรัตน์กล่าวว่า ถ้าคนในพรรคเราจะย้ายพรรค เราคงไม่สามารถรั้งเขาไว้ได้ แต่ถ้าย้ายออกไปแล้ว โอกาสที่จะกลับเข้ามาในพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มี ไปแล้วก็ไปเลย เราจะไม่รับกลับมาที่พรรคอีก  ในเมื่อเห็นแนวทางและอุดมการณ์อื่นดีกว่า ก็ต้องเดินหน้าต่อไปโดยที่ไม่ต้องถอยกลับมา
      หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ลงสมัคร ส.ส. แต่จะใช้ช่องทางพรรคที่จะเสนอชื่อนายกฯ 1 ใน 3 ชื่อ ถ้าท่านยินยอมก็เป็นไปได้ เพราะง่ายกว่าการใช้ช่องทางการเป็นนายกฯ คนนอก
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า รัฐบาล คสช.มีอำนาจเบ็ดเสร็จ มีเครื่องมือ มีเครือข่าย องคาพยพ มีงบประมาณ ที่สามารถบริหารจัดการทุกอย่างตามความประสงค์ของตัวเอง จะใช้มาตรา 44 ปลดใครก็ได้ ปลดแล้วอยากตั้งใหม่ให้รับตำแหน่งที่ใหญ่กว่าก็ได้ 
    "โชว์พลังดูดยิ่งกว่าพญาแร้งที่เอามาสูบปลาในบ่อคนอื่น จะเททิ้งใคร จะ กกต., กสทช. ก็ง่ายยิ่งกว่ากดรีโมต และไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านใดๆ หรือไม่ เท่าที่ดูแทบไม่มีอะไรที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำไม่ได้   นอกจากการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้พี่น้องประชาชน การปฏิรูปประเทศ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน พล.อ.ประยุทธ์ไม่กลัวใคร แต่กลัวการเลือกตั้งหรือไม่" 
    รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ครม.สัญจรไปที่ไหนก็ดูดที่นั่น กลัวดูดไม่ทันก็เปิดทำเนียบฯ ดูดเลยหรือไม่ กล้าเปิดหน้าตัก วางมัดจำ ดูดให้มารับตำแหน่ง ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง ต่อไปอาจได้เห็นการปลดรัฐมนตรีสายทหาร เพื่อเอาโควตามามัดจำให้พวกที่ถูกดูด นี่คือผลสำเร็จของการปฏิรูปการเมืองหรือไม่ ประชาชนตั้งตารอการเลือกตั้ง 
    "หวังว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชน ชาวบ้านไม่ได้ตื่นเต้นกับเหล้าเก่าในขวดใหม่ แต่กลัวเหล้าเสียหมดอายุในขวดเน่า ดูดเข้าไปยังไงก็มีแต่เสียกับเสีย  ประชาชนอยากเห็นแนวทางในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง รัฐบาล คสช.อย่ามัวแต่แก้ไขปัญหาของตัวเอง แล้วละเลยปัญหาของประเทศชาติและประชาชน" นายอนุสรณ์กล่าว
    นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคพลังพลเมืองไทย เปิดเผยว่า พรรคพลังพลเมืองไทยได้นัดผู้ก่อตั้งพรรคประมาณ 30 คนมาประชุมในวันที่  23 เมษายน เวลา 14.00 น. ที่บ้านพักของตนย่านถนนราชวิถี วันดังกล่าวผู้ก่อตั้งจะมาประชุมซักซ้อม เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ก่อนที่จะมีการจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และจัดทำคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 เมษายนนี้ ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ หลังพรรคได้รับหนังสืออนุญาตจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับพรรคการเมืองได้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 
    อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของพรรคพลังพลเมืองไทยขณะนี้ถือว่ามีความพร้อมอย่างมาก เบื้องต้นมีสมาชิกเกิน 500 คนตามที่กฎหมายกำหนด มีทุนประเดิมในการจัดตั้งพรรคเรียบร้อยแล้ว ส่วนความชัดเจนเรื่องตำแหน่งต่างๆ ของพรรคนั้น ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตอบ ขอให้รอความชัดเจนหลังจากนี้ก่อนน่าจะเหมาะสมกว่า 
    นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญให้จัดทำความเห็นที่มีต่อร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ซึ่งมีกำหนดส่งศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 25 เม.ย.ว่า เบื้องต้นได้ทำความเห็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เตรียมรอนำเข้าที่ประชุม กกต.เพื่อพิจารณา โดยความเห็นที่จัดทำนั้นก็เป็นการยืนยันตามความเห็นเดิมที่เคยเสนอต่อที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญร่วม 3 ฝ่าย ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีความกดดันอะไร เป็นการทำตามหน้าที่และตามกฎหมายที่กำหนดไว้.


 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"