ปฏิรูปตร.นับหนึ่งใหม่ ชุด‘มีชัย’เปลี่ยนโฉมรื้อใหญ่โละของเก่า‘ยกเครื่อง-ถ่ายงาน’


เพิ่มเพื่อน    

  "มีชัย" รื้อใหญ่ปฏิรูปตำรวจ ยกร่าง กม.เขียนใหม่หมด "คำนูณ" เผยตอบโจทย์ความทุกข์ประชาชน ความเดือดร้อนตำรวจ ถ่ายโอนงานบางอย่างให้หน่วยงานอื่น ยกเครื่องสอบสวน นิติวิทยาศาสตร์ "สังศิต" แนะผ่าตัด สตช.เป็นตำรวจจังหวัดต้องปฏิรูปเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อตำรวจ
    นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการปฏิรูปกฎหมาย ในฐานะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้ทำการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยการประชุมไม่ได้พิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 เฉพาะบางประเด็นตามที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจเสนอมาเท่านั้น แต่อาจพิจารณายกร่างขึ้นใหม่ทั้งฉบับ รวมทั้งแก้ไขกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย
    เขากล่าวว่า การจัดทำกฎหมายครั้งนี้จะต้องทำเพื่อตอบโจทย์ 2 ประการ ได้แก่ 1.ความทุกข์ของประชาชน ทั้งที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ และความคาดหวังที่ต้องการจากตำรวจ 2.ความทุกข์ของตำรวจ ทั้งที่ไม่อาจใช้เพียงความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่เติบโตไปตามสายงานได้อย่างปกติ และความไม่พร้อมหรือขาดแคลนในด้านต่างๆ
    นายคำนูณเผยว่า ในการตอบโจทย์ทั้ง 2 ข้อนี้จะพิจารณาผ่าน 6 กรอบตามดำริของนายกรัฐมนตรี  ประกอบด้วย
    1.โครงสร้างทั้งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการถ่ายโอนภารกิจที่ไม่ใช่งานตำรวจแท้ออกไปให้หน่วยงานอื่นด้วย 
    2.อำนาจสอบสวนควรอยู่กับตำรวจเต็มเหมือนเดิม หรือควรมีหน่วยงานอื่นมาร่วมในกระบวนการด้วย 
    3.การแต่งตั้งโยกย้าย รวมถึงการแต่งตั้ง ผบ.ตร.จะต้องกำหนดกฎเกณฑ์การพิจารณาไว้ให้ชัดเจนในกฎหมายหลัก ไม่ใช่อยู่แต่ในกฎหมายลำดับรองหรืออนุบัญญัติเท่านั้น โดยจะต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะให้มาจากหลักอาวุโสเป็นสัดส่วนเท่าไร รวมทั้งจะต้องบัญญัติกฎเกณฑ์ของการคิดคำนวณหลักอาวุโสที่มิใช่อาศัยเพียงเกณฑ์อายุไว้ให้ชัดเจนในกฎหมายหลักด้วย
    4.ความพร้อมในการทำหน้าที่ของตำรวจ ยังมีความขาดแคลนงบประมาณและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่อยู่หรือไม่เพียงใด 
    5.ระบบนิติวิทยาศาสตร์ ควรขึ้นตรงต่อตำรวจหรือเป็นอิสระในระดับหนึ่ง และควรมีกี่หน่วย โดยพิจารณาถึงโอกาสที่จะได้รับความเป็นธรรมสูงสุดของประชาชน  
    และ 6.สวัสดิการ หมายรวมถึงระบบร้องเรียน ร้องทุกข์ภายในของตำรวจเองด้วย โดยจะพิจารณาจากข้อเสนอขององค์กรและหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ศึกษาและเสนอไว้แล้วประกอบด้วย
    นายคำนูณระบุว่า เมื่อได้ข้อสรุปทั้งหมดจะจัดทำเป็นร่างกฎหมายและตรวจร่างกฎหมายได้พร้อมสรรพในคณะกรรมการชุดเดียว เพราะมีสัดส่วนจากคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษอยู่ด้วย
    ด้านนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การปฏิรูปตำรวจอันดับแรกต้องปฏิรูปงานสอบสวน เพราะเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของตำรวจ เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรม 
    "งานสอบสวนคืองานสำคัญที่สุด เพราะถ้าพนักงานสอบสวนขาดความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ความยุติธรรมชั้นต้นจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นผมคิดว่างานสอบสวนควรหาคนที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ เป็นคนที่สอบผ่านเนติบัณฑิต มีความสามารถอยู่ในระดับเดียวกับอัยการและผู้พิพากษา และต้องให้เขาทำงานอย่างอิสระ"
    การปฏิรูปเรื่องที่สอง ต้องให้ตำรวจสังกัดเป็นตำรวจจังหวัด เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมจบลงในจังหวัดได้อย่างรวดเร็ว เพราะตำรวจจังหวัดย่อมคุ้นเคยกับคนในพื้นที่ อีกทั้งจะทำให้เป็นระเบียบวินัยมากขึ้น คือจุดเริ่มต้นเป็นตำรวจของจังหวัดไหน เมื่อเกษียณอายุก็ที่จังหวัดนั้น ตำรวจจังหวัดทั่วโลกก็เป็นอย่างนั้น     
    เขากล่าวว่า องค์กรตำรวจต้องเล็กลงเพื่อระบบงานต่างๆ จะได้รวดเร็วขึ้น และงานตำรวจควรเป็นงานที่เน้นเรื่องการให้ความคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นหลัก เพราะที่เป็นอยู่เวลาคนเดือดร้อนไปแจ้งความ ประชาชนมีความหวังไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ที่จะได้รับการช่วยเหลือ ฉะนั้นหากเป็นตำรวจจังหวัดจะทำงานได้ง่ายขึ้น "ผมคิดว่าหากทำได้เพียง 2 เรื่องนี้ประชาชนจะเฮกันทั้งประเทศ" 
    นายสังศิตกล่าวอีกว่า การปฏิรูปต้องเข้าใจว่าจะปฏิรูปเพื่อใคร ต้องปฏิรูปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ปฏิรูปเพื่อตำรวจ เช่นไปขึ้นเงินเดือนให้ตำรวจ เหลวไหลที่สุด ต้องนึกถึงประโยชน์ของประชาชน ตำรวจต้องทำงานด้วยความรับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งนั่นจะส่งผลต่อเรื่องความเชื่อมั่น และอย่าไปเพิ่มเรื่องกำลังมาก แต่ตรงกันข้ามหากได้ตำรวจที่สุจริต คุณจะได้อาสาสมัครจากประชาชนที่เป็นหูเป็นตาให้ตำรวจมากขึ้น โจรผู้ร้ายก็ไม่มีทางรอด แต่ทุกวันนี้ตำรวจห่างเหินจากประชาชน แล้วไปใช้วิธีเพิ่มกำลังเพื่อดูแลประชาชน ซึ่งเพิ่มไปคดีก็ไม่ได้ลดลง จับก็ไม่ได้ ฉะนั้นจะต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน 
    นักวิชาการผู้นี้กล่าวว่า การรื้อแผนปฏิรูปตำรวจของนายมีชัยครั้งนี้จะสำเร็จในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ไม่กล้าตั้งความหวัง เพราะตั้งแต่มีการปฏิรูปมา 4 ปี  ผ่านการทำงานมาหลายชุด ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย
    "แต่ผมขอให้กำลังใจท่านมีชัย ให้ท่านทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในประเทศ หลังจากที่ผมสิ้นหวังกับการปฏิรูปตำรวจตลอด 4 ปีที่ผ่านมา และหวังว่าท่านมีชัยจะช่วยให้ความหวังเกิดขึ้นแก่ประชาชน แม้แต่เล็กน้อยที่สุดผมก็ยินดี" นายสังศิตกล่าว. 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"