อมรัตน์ บุกค่ายทหารด่าเดือด กองทัพไม่ทันสมัย เกณฑ์ทหารทำคนหนุ่มเรียนจบสูงต้องเสียอนาคต

อมรัตน์

28 ม.ค. 2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่กรมยุทธโยธาทหารบก เขตจตุจักร นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นาง อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ร่วมเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.เขตจตุจักร - หลักสี่ ท่ามกลางทหารและครอบครัวที่มาร่วมฟังเต็มห้องประชุม ทั้งหมดไม่ได้แต่งเครื่องแบบทหาร และไม่ได้แสดงปฎิกริยาใดๆ

นาง อมรัตน์ ปราศรัยว่าก่อนที่ตนจะเดินทางมาปราศรัยในวันนี้ คิดอยู่นานว่าจะพูดอย่างไรให้มัดใจทหารทุกท่าน ตนเลยตัดสินใจได้ว่าจะต้องพูดความจริง มีงานวิจัยออกมาว่า ไม่มีประเทศใดในโลกเจริญได้จากการทำรัฐประหาร และไม่มีประเทศใดที่จะเจริญก้าวหน้าได้จากการขนนายพลในกองทัพมาบริหารประเทศ หากนับจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ระยะเวลากว่า 90 ปีที่ผ่านมา ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่ตกต่ำของระดับสิทธิมนุษยชนของคนไทยทั้งประเทศ เวลา 8 ปีของคุณประยุทธ์นั้นมากเกินพอแล้ว

ทั้งนี้ คุณเพชร กรุณพล ไม่ใช่คนหน้าใหม่ เพราะคุณเพชรนั้นช่วยงานตั้งแต่ยังเป็นพรรคอนาคตใหม่ เมื่อตอนพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบและเกิดเป็นพรรคก้าวไกล คุณเพชร กรุณพล ก็เป็นคนแรกๆ ที่มาสมัครสมาชิกพรรค เราส่งอัญมณีที่มีค่ามาให้กับพี่น้องชาว จตุจักร-หลักสี่ คุณเพชร กรุณพล ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับคนที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย

อมรัตน์

นางอมรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้สำคัญมาก ตนอยากให้พี่น้องประชาชนในเขตจตุจักร-หลักสี่ ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้เท่ากับการเลือกตั้งใหญ่ เพราะผลของการเลือกตั้งจะเป็นการบอกกับรัฐบาลประยุทธ์ว่า ประชาชนไม่เอาคุณประยุทธ์แล้ว ตนอยากให้พี่น้องประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ออกไปส่งเสียงนี้ผ่านการเลือกตั้ง นี่คือการส่งเสียงที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องลงถนนให้เสียเลือดเนื้อ และคุณประยุทธ์จะไม่มีทางปฎิเสธความจริงเหล่านี้ได้เลย

นางอมรัตน์ ปราศรัยต่อว่า มีแต่พรรคก้าวไกลเท่านั้น ที่เป็นฝ่ายค้านและเป็นกองหน้าตัวจริงในสภา พวกเราใช้เวลาทุกวินาทีในสภา ปกป้องผลประโยชน์ให้กับประชาชนทุกคน เราต่อสู้เคียงบ่าเคียงใหล่กับทหารชั้นผู้น้อย เพราะถ้าถ้านายพลสามารถบริหารประเทศได้ดีจริง ป่านนี้กองทัพคงจะทันสมัยไปแล้ว เพราะเรามีนายพลในกองทัพเกือบจะมากที่สุดในโลก เมื่อเทียบสัดส่วนมากกว่าประเทศที่เจริญแล้วเสียอีก แต่กองทัพเราก็ยังไม่ทันสมัย ตนอยากเห็นกองทัพที่เล็ก แต่ทันสมัย ทหารมีช่องทางที่จะเจริญก้าวหน้าในอาชีพ จากทหารเกณฑ์มีช่องทางที่จะเป็นนายสิบ นายร้อย ต่อไปเรื่อยๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

"ดิฉันไม่อยากเห็นกองทัพที่เอาทหารเกณฑ์ออกไปสร้างภาพทางการเมือง ออกไปขุดลอกคูคลองเพื่อถ่ายรูปอยู่สองสามครั้งและหลังจากนั้นก็เอารถแบคโฮของอบต. ของเทศบาล มาตักดินต่อ ซึ่งเป็นการใช้หทารเกณฑ์สร้างภาพทางการเมือง ดิฉันไม่อยากเห็นอย่างนั้น ดิฉันอยากเห็นทหารไทยมีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรี อยู่ในเส้นทางอาชีพ

และดิฉันอยากเห็นคนหนุ่มๆที่อยากเป็นทหาร ได้เป็นทหาร คนหนุ่มๆที่ไม่อยากเป็นทหาร ก็ไม่ต้องเป็น อยากเห็นการเป็นทหารโดยสมัครใจ ไม่ใช่บังคับไม่อยากเห็นคนหนุ่มที่จบวิศวะ จบจากต่างประเทศ ที่ไม่อยากเป็นทหาร จะต้องเสียเส้นทาง เสียอนาคตของเขาที่กำลังก่อร่างสร้างตัว กำลังมีอนาคตที่สดใสจะต้องสงัดไปเป็นทหารเกณฑ์ 2 ปี และดิฉันก็ไม่อยากเห็นคนที่ใฝ่ฝันอยากมีอาชีพทหาร แต่จับได้ใบดำก็อดเป็นทหาร

ดังนั้นวันที่ 30 มกราคมนี้ ดิฉันเรียกร้องวิงวอนต่อท่านเข้าคูหา แสดงเจตจำนง แสดงพลังของท่านเลือกเบอร์ 6 เพชร กรุณพล จากพรรคก้าวไกลซึ่งเป็นพรรคการเมืองสู้จริงในสภา และยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องประชาชนทั้งบนท้องถนน ทั้งทุกสถานการณ์ พรรคการเมืองแบบนี้ควรมีที่ยืนอยู่ในประเทศนี้" นางอมรัตน์ กล่าว.

อมรัตน์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เศรษฐา' อย่าสับสน! โพลวัดผลงาน ไม่ใช่เรตติ้งนายกฯ

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่าสับสน !!! ระหว่างผลงาน กับการเลือกนายกฯ คนต่อไป

'วิโรจน์' บอก 7 ส.ค. ผลออกมา ต้องมีคำอธิบายที่ปชช.เข้าใจได้

'วิโรจน์' บอกตามตรง 7 ส.ค. ก็แค่วันปกติ ยัน ไม่ตื่นตระหนก แต่ไม่ประมาท 'คดียุบก้าวไกล' หากผลเป็นลบ ก็ต้องตอบสังคมให้ได้ภายใต้กรอบนิติรัฐ-นิติธรรม

'พิธา' เดินสายมู จ.เชียงใหม่

'พิธา' เดินสายมู ร่วมพิธีสงสนาน อาบน้ำนมพระพิฆเณศ-เวียนเทียนวัดศรีสุพรรณ เจ้าอาวาสมอบองค์พระให้ แต่ก็ต้องคืน เหตุมูลค่าเกิน 3,000 บาท พร้อมพบปะประชาชนถนนวัวลาย ป้าวัย 71 วิ่งโผกอด ร้องโอ้ยชื่นใจ ถ้าไม่มีเกมสกปรก ได้เป็นนายกฯไปแล้ว

ก้าวไกลเพ้อชนะยุบพรรค!

ใจดีสู้เสือ! "ชัยธวัช" เชื่อ "ก้าวไกล" มีโอกาสชนะสูง อ้างยิ่งศาล รธน.ปิดไต่สวน "คดียุบพรรค" ก็ยิ่งมั่นใจในคำแถลงปิดคดี ปลุกกองเชียร์ 7 ส.ค.