'บิ๊กตู่' ขอบคุณศาลรธน. ลั่นเราเดินหน้ามาไกลและถูกทิศทางแล้ว ต้องช่วยกันทำให้เสร็จ

"บิ๊กตู่" โพสต์ หลังศาลฯตัดสินให้ไปต่อ น้อมรับคำวินิจฉัย ขอบคุณทุกกำลังใจ ประกาศเดินหน้าพลิกโฉมประเทศ โยนการเมืองรายวันให้ส่วนเกี่ยวข้องแจง ทิ้งท้าย "เดินมาไกล ถูกทางต้องช่วยกันทำให้เสร็จ"

30 ก.ย.2565 - เมื่อเวลา 15.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha" ระบุว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ ผมขอแสดงความเคารพอย่างสูง ต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
และผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคน สำหรับกำลังใจและความปรารถนาดี ที่มอบให้ผมมาโดยตลอด

ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสให้ผมได้พิจารณาและตระหนักมากขึ้นว่า ผมจะต้องใช้เวลาอันมีค่าที่มีอยู่อย่างจำกัดของรัฐบาล ในการติดตามและผลักดันโครงการสำคัญต่างๆ มากมาย ที่ผมได้ริเริ่มเอาไว้ ให้เดินหน้าและเสร็จสมบูรณ์ สร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับบ้านเมือง และสร้างอนาคตให้กับลูกหลานของเรา

โดยผมจะใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด และใช้ศักยภาพของผมอย่างเต็มที่ มุ่งมั่นในภารกิจการพลิกโฉมประเทศ ตามกลยุทธ์ 3 แกน ที่ผมได้เคยกล่าวไว้ ให้สำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

สำหรับเรื่องการเมือง และประเด็นต่างๆ รายวันนั้น ผมจะมอบให้เป็นหน้าที่ของท่านอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ชี้แจงทำความเข้าใจต่อไป

เรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง ตามกลยุทธ์ 3 แกน ก็คือ การขับเคลื่อนเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญๆ ของประเทศให้เสร็จสมบูรณ์ – ทั้งถนน ทางรถไฟ สนามบิน ท่าเรือ ตลอดจนโครงการอื่นๆ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญ ในการสร้างอนาคตของประเทศ อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ที่จะช่วยสร้างโอกาสให้กับประชาชนทั่วประเทศในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำมาค้าขาย การเรียนรู้ และอื่นๆ ด้วยการเข้าถึงระบบออนไลน์ได้อย่างทั่วถึง

โครงการต่างๆ เหล่านั้น เป็นโครงการที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนริเริ่มและดำเนินการได้ ในสเกลที่ใหญ่และบูรณาการขนาดนี้ โดยผมได้เริ่มต้นโครงการต่างๆ ด้วยความรอบคอบ เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไป จนบรรลุผลสำเร็จ และเปิดให้บริการพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด ดังนั้นแม้ว่าบางโครงการจะไปเสร็จสมบูรณ์ในช่วงเวลาของรัฐบาลอื่น ก็จะต้องสามารถเดินหน้าไปได้ด้วยความเรียบร้อย ไม่ติดขัด หรือมีอุปสรรคอันใด

เพราะโครงการต่างๆ เหล่านั้น มีความสำคัญอย่างที่สุด เป็นเครื่องรับประกันที่จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และเปิดโอกาสให้คนนับล้านๆ คน สามารถสร้างความรุ่งเรืองให้กับตัวเองได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเต็มไปด้วยความท้าทาย โครงการต่างๆ เหล่านั้น ยิ่งมีความสำคัญมากเป็นทวีคูณ ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถพลิกฟื้นการทำมาหากินและสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองได้ ในวิถีทางที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต ด้วยการเปิดตลาดใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับการค้าขายผลผลิตทางการเกษตรด้วยราคาที่สูงขึ้น การเปิดช่องทางการเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ สำหรับสินค้าและบริการอื่นๆ การช่วยให้เข้าถึงแหล่งวัตถุดิบต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ด้วยต้นทุนที่ถูกลง ตลอดจนช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังช่วยกระจายนักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา และในหลายๆ ประเทศ การลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์นั้น เป็นจุดพลิกผันสำคัญในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศนั้นๆ และในทิศทางเดียวกัน เมื่อโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่เรากำลังทำอยู่นี้ เสร็จสมบูรณ์ ก็จะสามารถพลิกโฉมประเทศไทย และนำพาประเทศของเรา ให้ก้าวไปสู่ยุคทองแห่งความเจริญรุ่งเรืองของคนไทยทุกคน ในวันข้างหน้าสืบเนื่องไป

วันนี้...เราเดินหน้ามาไกลและถูกทิศทางแล้วครับ เราต้องช่วยกันทำให้เสร็จครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อิ๊งค์’ ลงพื้นที่ติดตามการค้นหาผู้สูญหาย ตึกสตง.ถล่ม รับปากช่วยทุกชาติเต็มที่

นายกฯ รุดดูความคืบหน้าค้นหาผู้สูญหาย ตึก สตง. ถล่ม ‘ตัวแทนกลุ่มพันธมิตรแรงงานฯ’ คุกเข่าไหว้ขอนายกฯช่วย รับปาก ช่วยทุกสัญชาติเต็มที่

‘นายกฯอิ๊งค์’ ลั่น 2-3 วัน ต้องมีคำตอบเบื้องต้น สาเหตุตึก สตง.ถล่ม

นายกฯ ย้ำตึกสูงผ่านตรวจสอบแล้วเข้าใช้ได้ปกติ พร้อมยืนยันไม่มีละเว้น ปมตึกจตุจักรถล่ม หากพบเหล็กไม่ได้มาตรฐาน ดำเนินการตาม กม.

ระทึก! อาคาร A ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะทรุด สั่งอพยพคนทันที

อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ หรืออาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งหน่วยงานราชการสำคัญหลายหน่วยงาน

'ดัชนีการเมืองไทย' หลังซักฟอก 'อิ๊งค์' เรตติ้งร่วง! 'เท้ง' แซง 10%

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนมีนาคม 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,141 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม)