นายกฯ กำชับกระทรวงการคลังและหน่วยงานเกี่ยวข้อง ดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการกรประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย 2 แห่ง ให้ได้รับความคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายกำหนด
4 เม.ย.2565 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง มีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจของบริษัทประกันวินาศภัย 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2565 ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้กำชับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะผู้เอาประกันของบริษัททั้ง 2 แห่ง ให้ได้รับความคุ้มครองสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับทราบว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดแนวทางและลำดับการช่วยเหลือผู้เอาประกันจากทั้ง 2 บริษัท รวมถึงช่องทางการติดต่อสื่อสารเพื่อขอรับคำปรึกษา การช่วยเหลือผู้เอาประกันไว้แล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำชับว่าขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องพยายามอย่างเต็มที่ในการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากที่สุด เช่นกรณีช่องทางการติดต่อสื่อสาร สายด่วนขอให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ที่เพียงพอ และสามารถตอบข้อสงสัย ให้ข้อแนะนำผู้เอาประกันแต่ละกลุ่มได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้เอาประกันที่เกิดความเสียหายที่ได้ยื่นเรียกร้องค่าสินไหมไว้แล้ว กลุ่มที่เกิดความเสียหายแต่ยังไม่ได้ยื่น ตลอดจนผู้ถือกรมธรรม์แต่ยังไม่เกิดความเสียหาย
“กระทรวงการคลังได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบว่าการดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย 2 แห่ง เมื่อวันที่ 1 เม.ย. เป็นปัญหาฐานะการเงินและการจัดการภายในของบริษัทซึ่งไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือสภาพคล่องของธุรกิจประกันภัยในภาพรวม ซึ่งท่านนายกฯ ก็ได้กำชับกระทรวงการคลังให้กำกับเรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย พยายามอย่างเต็มที่ในการอำนวยความสะดวกไม่เพิ่มภาระให้ผู้เอาประกันมากจนเกินไป” น.ส.ไตรศุลี กล่าว
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ทั้งนี้ คปภ. กำหนดแนวทางช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย เพื่อรองรับไม่ให้ผู้เอาประกันภัยได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย กรณีกรมธรรม์ที่ไม่ใช่กรมธรรม์ประกันภัยโควิด19 ซึ่งเป็นของบริษัท อาคเนย์ประกันภัยฯ 5,717,217 กรมธรรม์ ของบริษัท ไทยประกันภัยฯ 199,016 กรมธรรม์ ได้ดำเนินการโอนภาระผูกพันไปยังบริษัทผู้รับโอน โดยไม่กระทบต่อสิทธิตามกรมธรรม์ของผู้เอาประกันและได้มีการแจ้งไปยังผู้เอาประกันแล้ว โดยมี 269 กรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันไม่ประสงค์ใช้สิทธิในการโอนไปยังผู้รับโอนอื่น ในส่วนนี้ คปภ.จะติดตามให้บริษัทแจ้งสิทธิเพื่อให้ผู้เอาประกันตัดสินใจทางเลือกว่าจะรับคืนเบี้ยประกันหรือโอนกรมธรรม์ไปยังบริษัทแห่งใหม่ต่อไป
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ในส่วนของกรมธรรม์ประกันภัยโควิด19 ของบริษัท อาคเนย์ประกันภัยฯ จำนวน 897,242 กรมธรรม์ และของบริษัท ไทยประกันภัยฯ จำนวน 279,531 กรมธรรม์นั้น คปภ. ได้หาแนวทางกับผู้ประกอบการในการแก้ไขปัญหาสำหรับประกันภัยโควิด19 แบบเจอจ่ายจบที่ยังมีความคุ้มครองอยู่ ได้ข้อสรุปว่า ผู้ถือกรมธรรม์สามารถขอรับคืนเบี้ยประกันภัยที่เหลือจากกองทุนประกันวินาศภัย โดยกองทุนประกันวินาศภัยจะคืนเบี้ยประกันให้ตามส่วนระยะเวลาตามความคุ้มครองที่เหลืออยู่ หรือ นำเบี้ยประกันที่ได้รับคืนไปใช้แทนเงินสดในการเลือกซื้อประกันภัยจากบริษัทประกันวินาศภัยที่เข้าร่วมโครงการได้ทุกประเภทกรมธรรม์ประกันภัย
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับผู้เอาประกันภัยที่เกิดความเสียหายแล้ว หากเป็นกรณีที่ได้ยื่นเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไว้แล้วกับทั้ง 2 บริษัทแล้ว สามารถติดต่อกองทุนประกันวินาศภัย เพื่อยื่นขอรับชำระหนี้ โดยกองทุนประกันภัยวินาศภัยในฐานะผู้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ชำระบัญชีของทั้ง2 บริษัท จะเข้ารับช่วงจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้มีการอนุมัติค่าสินไหมทดแทนไว้แล้ว ส่วนผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายแล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกับทั้ง 2 บริษัท สามารถติดต่อกองทุนประกันวินาศภัย เพื่อยื่นขอรับชำระหนี้โดยกองทุนประกันวินาศภัยจะพิจารณาค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยต่อไป
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับช่องทางการติดต่อเพื่อขอรับชำระหนี้นั้น ผู้เอาประกันสามารถยื่นที่กองทุนประกันวินาศภัย อาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 ชั้น 15 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ (โทรศัพท์ 0-2791-1444 ต่อ 26-30) แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แนะนำให้ยื่นเอกสารผ่านระบบออนไลน์กับทางกองทุนที่ www.gif.or.th ซึ่งเมื่อเข้าไปในเว็บไซต์แล้วจะมีแบนเนอร์แจ้งการยื่นเอกสารเพื่อขอรับชำระหนี้โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ คปภ. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้อำนวยความสะดวกในการให้คำปรึกษาและรับยื่นเอกสารจากผู้เอาประกันโดยส่วนกลางสามารถยื่นเอกสารที่สำนักงาน คปภ. 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก(โทรศัพท์ 0-2515-3999) สำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ (โทรศัพท์ 0-2476-9940-3) และ สำนักงาน คปภ. เขตบางนา (โทรศัพท์ 0-2361-3769-70) ส่วนในภูมิภาคสามารถยื่นได้ ณ สำนักงาน คปภ. ทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือ สอบถามสายด่วน คปภ. 1186 หรือ chatbot “คปภ. รอบรู้” (LINE@OICConnect)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯรวยหมื่นล้าน อิ๊งค์แจงบัญชีทรัพย์สิน ใช้จ่ายส่วนตัวปีละ45ล.
“ป.ป.ช.” เปิดทรัพย์สิน “นายกฯ อิ๊งค์” รวยมโหฬารกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท แบกหนี้กู้เงินญาติพี่น้อง 4.4 พันล้าน สะสมนาฬิกา 75 เรือน มูลค่า 162 ล้านบาท มีกระเป๋า 217 ใบ
'นิพิฏฐ์' ถาม 'อิ๊งค์-อ้วน' เศร้าใจและเสียศักดิ์ศรีที่ชายไทยจนๆ คนหนึ่งเสียชีวิตจากเรือรบของเพื่อนบ้านหรือไม่
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง โพสต์ข้อความหัวข้อ หรือผมจะเป็นชายไทยที่รักชาติต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
ผวาหายนะ! บี้ '2พ่อลูกชินวัตร' ทบทวนพฤติกรรม บ้านเมืองไม่ใช่ธุรกิจครอบครัว
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ทักษิณ คุณเป็นใคร? หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร
'มาดามโพย' เผย 'โต้ง' ตกเก้าอี้ ว่าไปตามกระบวนการ
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความทางกฎหมายเรื่องคุณสมบั
แก้ข่าวสทร.! 'อิ๊งค์- เสี่ยหนู' เดินคุยโชว์ปึ๊กหลังประชุมครม.
ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินลงมาจากจากตึกบัญชาการ 1 พร้อมกั
เร่งสร้างผลงาน! 'มาดามแพ' ควง ครม.-คู่สมรส ดูแสงสีเสียง ชวนคนไทยเที่ยว 'วิจิตรเจ้าพระยา 2024'
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. ที่ท่าเรือไอคอนสยาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงเรือ Alangka Cruise เพื่อเป็นประธานในงานวิจิต