รพ.บำรุงราษฎร์ เปิดเทคโนโลยีใหม่ รักษาต่อมลูกหมากด้วยไอน้ำ ผู้ป่วยพอใจ70-95%

27 ม.ค.65- ภญ. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า รพ.บำรุงราษฎร์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับคุณภาพมาตรฐานเพื่อประสิทธิภาพการรักษาที่ดียิ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในวิสัยทัศน์คือการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยเข้ามาปรับใช้ในโรงพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครอบคลุม ภายใต้การรักษาที่มีประสิทธิภาพของทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ พยาบาล และสหสาขาวิชาชีพ ที่ทำงานร่วมกับเป็นทีมอย่างมืออาชีพ และล่าสุดศูนย์ทางเดินปัสสาวะ รพ. บำรุงราษฎร์ ได้นำเทคโนโลยีในการรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ (Water Vapor Therapy) โดยไม่ต้องผ่าตัด เข้ามาใช้รักษาผู้ป่วยเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อต้นเดือนกันยายน 2564 ซึ่งได้ผลตอบรับจากผู้ป่วยในระดับที่ดีและมีผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ

นพ. วิโรจน์ ชดช้อย หัวหน้าศูนย์ทางเดินปัสสาวะ และแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา รพ.บำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ปัจจุบัน มีผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตรักษาด้วยไอน้ำ จำนวน 65 ราย มีอายุระหว่าง 60 – 80 ปี เข้ารับการรักษาในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ผู้ป่วยรู้สึกพึงพอใจผลการรักษาในระดับสูง ร้อยละ 70 – 95 ซึ่งแพทย์ได้มีการนัดติดตามผล จำนวน 53 ราย เพื่อประเมินผลลัพธ์หลังการรักษา 1 เดือน โดยภาพรวมการปัสสาวะของผู้ป่วยดีขึ้น ประกอบด้วย ผู้ป่วยสามารถปัสสาวะพุ่งแรงขึ้น และมีอัตราพุ่งแรงสูงสุดขณะปัสสาวะ เทียบระหว่างก่อนการรักษาอยู่ที่ 10.6 มิลลิลิตร/วินาที และหลังการรักษาเพิ่มขึ้นเป็น 22.5 มิลลิลิตร/วินาที, ผู้ป่วยรู้สึกปัสสาวะสุด โดยมีปริมาตรปัสสาวะคงเหลือลดลงเกือบ 3 เท่า (หรือ 90.7 -> 36.3 มิลลิลิตร) และมีปริมาณปัสสาวะในแต่ละครั้งมากขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 194 เพิ่มขึ้นเป็น 288 มิลลิลิตร, มีการเสียเลือดในปริมาณน้อยมาก คือ 0-10 มิลลิลิตร ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้จะเห็นผลชัดเจนหลังเข้ารับการรักษา 1 เดือน และเห็นผลสูงสุดตั้งแต่เดือนที่ 3 หลังจากการรักษา”

“ผลลัพธ์การรักษาในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวความสำเร็จของบำรุงราษฎร์ในการรักษาผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ ซึ่งถือเป็นการรักษาครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นนวัตกรรมการแพทย์สมัยใหม่ที่ใช้กระบวนการรักษาเพียง 10 – 15 นาที โดยที่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ฟื้นตัวเร็ว มีความเสี่ยงต่ำ อวัยวะบอบช้ำน้อยทำให้สามารถกลับมาสู่สภาพทางสรีรวิทยาและกลับมาใช้งานได้เป็นปกติมากที่สุด และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางเพศหรือส่งผลน้อยมาก ที่สำคัญ วิธีนี้ยังสามารถใช้ได้กับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน หรือโรคอ้วน อีกด้วย “นพ. วิโรจน์ กล่าว

สำหรับข้อมูล ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ผู้ป่วยตัดสินใจเข้ารับการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ นพ.วิโรจน์กล่าวว่าประกอบด้วยเหตุผล 3ประการคือ 1. เชื่อมั่นความชำนาญการและประสบการณ์ของทีมแพทย์ในการรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยวิธีไอน้ำ โดยแพทย์ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์ทางเดินปัสสาวะจะเป็นผู้ให้ข้อมูลและตอบข้อสงสัยอย่างละเอียดก่อนการรักษาเพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกผู้ป่วยที่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีนี้ 2. ไว้วางใจการทำงานเป็นทีมที่ดีและมีประสิทธิภาพ โดยศูนย์ทางเดินปัสสาวะของโรงพยาบาลฯ ถือเป็นหนึ่งในศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence) ประกอบด้วยแพทย์เฉพาะทางผู้ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยาที่มีประสบการณ์เป็นผู้ทำหัตถการ พยาบาล เภสัชกร และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความรู้และความชำนาญ 3. มั่นใจในชื่อเสียงและมาตรฐานการรักษาของ รพ.บำรุงราษฎร์ ซึ่งให้การดูแลรักษาที่ครอบคลุม โดยเฉพาะด้านประสิทธิภาพในการรักษาเทียบเท่ามาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับในระดับโลก

นพ. ธีระพล อมรเวชสุกิจ แพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา รพ.บำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ศูนย์ทางเดินปัสสาวะเชื่อมั่นว่าหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง จะมีผู้ที่มีอาการปัสสาวะไม่พุ่ง ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ตื่นปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ปัสสาวะเสร็จแล้วแต่รู้สึกไม่สุด หรือมีอาการต่างๆ เกี่ยวกับต่อมลูกหมาก เข้ามารับการรักษาที่บำรุงราษฎร์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัญหาต่างๆ นี้ ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก


“ผมขอยกตัวอย่างผู้ป่วยจำนวนหนึ่งได้แบ่งปันความรู้สึกหลังการรักษาว่า ผู้ป่วยรายหนึ่งออกกำลังกายด้วยการวิ่ง แล้วต้องคอยแวะเข้าห้องน้ำตลอดเวลา แต่ทุกวันนี้เขากังวลกับเรื่องนี้น้อยลง และทำให้เขาวิ่งได้ระยะไกลขึ้นอย่างสบายใจ อีกรายเคยรักษาด้วยวิธีกินยา แต่ก็ไม่ค่อยเห็นผลเท่าที่ควร แต่หลังจากเข้ารักษาด้วยเทคโนโลยีไอน้ำ ทำให้ไม่ต้องพะว้าพะวงกับการปัสสาวะอีกต่อไป และบางรายใช้เวลาในการเข้าห้องน้ำนานถึง 5 – 10 นาที เพราะปัสสาวะไหลแผ่ว ไม่ต่อเนื่องและรู้สึกไม่สุดสักที แต่วันนี้เขาสามารถใช้เวลาเข้าห้องน้ำเหมือนคนปกติอีกครั้ง”นพ.ธีระพลกล่าว

เพิ่มเพื่อน