แม่พระวัดป่าหายตัวปริศนา แฉเงื่อนงำ 'พระพี่เลี้ยง' โทรขอเงินบ่อย

2 มิ.ย. 2566 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีพระศราวุธ หลาบโพธิ์ หรือพระยอด อายุ 40 ปี เป็นชาวบ้านกลาง ต.คำพี้ อ.นาแก จ.นครพนม พระสายธรรมยุตที่บวชปฏิบัติธรรมมานานกว่าสิบปี ได้หายตัวปริศนา และขาดการติดต่อกับพ่อแม่ญาติพี่น้อง หลังจากไปเดินธุดงค์ ปฏิบัติธรรมกับพระพี่เลี้ยง ณ วัดผาดำสันติธรรม อ.นาด้วง จ.เลย เมื่อต้นเดือนเมษายน 2566 ที่ผ่านมา

ต่อมาพ่อแม่ของพระยอด คือ นายดวงตา หลาบโพธิ์ อายุ 61 ปี และ นางดอกไม้ หลาบโพธิ์ อายุ 58 ปี ได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ รวมถึง หน่วยงานเกี่ยวข้อง ให้ช่วยติดตามหาตัว โดยมีความเชื่อว่าพระลูกชายหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ เนื่องจากปกติไม่เคยขาดการติดต่อ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะต้องโทรศัพท์บอกพ่อแม่เสมอ

ภายหลังญาติไปตามหายังสถานที่ที่หายตัว คือ วัดผาดำสันติธรรม อ.นาด้วง จ.เลย พบพิรุธหลายอย่าง โดยพระพี่เลี้ยงที่พาไปปฏิบัติธรรม คล้ายปิดบังข้อมูลอ้างไม่รู้เห็นไม่เห็น ทั้งที่ก่อนหน้านี้พระพี่เลี้ยงรูปดังกล่าว โทรศัพท์ติดต่อมาหาแม่พระยอด และขอปัจจัยอ้างเป็นเงินที่ต้องใช้จ่ายหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 2,000 – 30,000 บาท จนกระทั่งพระยอดหายตัวปริศนา แต่พระพี่เลี้ยงรูปดังกล่าวยังโทรมาขอปัจจัย อ้างจะนำเป็นค่าใช้จ่ายในการตามหาตัว ทางญาติจึงเชื่อว่ามีเงื่อนงำให้สงสัย

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านบางส่วน ออกมาแฉข้อมูลพฤติกรรมของพระพี่เลี้ยงหรือพระบัวเรียนที่เคยดูแลพระยอด ในฐานะพระลูกศิษย์ ก่อนนี้เคยมาปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ในพื้นที่บ้านกลาง ต.คำพี้ อ.นาแก จ.นครพนม เป็นเวลากว่าสิบปี จนมีชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธา ภายหลังมีการยืมเงินญาติโยมที่ศรัทธารายละ 20,000-30,000 บาท รวมเป็นเงินหลายแสนบาท อ้างว่าจะนำมาสร้างวัด ก่อนที่จะหนีออกจากพื้นที่ไปจำวัดที่อื่น พร้อม ชักชวนพระยอดไปปฏิบัติธรรมด้วย และเกิดเรื่องหายตัวปริศนา

ด้าน นางดอกไม้ หลาบโพธิ์ แม่ของพระยอด เปิดเผยว่า ล่าสุดยังไร้วี่แววไม่พบเบาะแสลูกชาย แต่ยังมีความหวังตราบใดยังไม่เจอศพ ส่วนหนึ่งในใจคิดว่าพระลูกชายอาจเสียชีวิตแล้ว กลัวจะถูกฆาตกรรม เพราะก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องลี้ลับเกิดขึ้นกับครอบครัว คือ มีวิญญาณมาสิงโยมแม่ ระบุว่าเป็นวิญญาณพระยอดบอกถูกฆาตกรรมแล้ว ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากความเครียด ทำให้มีอาการคล้ายถูกผีเข้า แต่ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล อย่างไรก็ตามมีหลักฐานที่เก็บรวบรวมไว้ ถึงพฤติกรรมของพระพี่เลี้ยง คือ พระบัวเรียน ที่เป็นพระอาจารย์ที่เคารพนับถือ ชักชวนลูกชายไปบวชเป็นพระ โดยรู้จักกันมานานกว่าสิบปี เดิมเป็นพระที่น่าเลื่อมใสศรัทธา แต่ภายหลังเมื่อปีที่ผ่านมา มีพฤติกรรมน่าสงสัย คือ หลอกชาวบ้านที่หลงเชื่อศรัทธา ยืมเงินสูญเงินไปหลายราย รายละประมาณ 20,000 – 30,000 บาท อ้างว่ามีความจำเป็นที่จะนำไปสร้างสำนักสงฆ์ ไม่ขอบริจาคแต่เป็นการยืม ทำให้ชาวบ้านศรัทธาให้ยืมไปก่อน

นอกจากนี้หลังจากพระพี่เลี้ยงหรือพระบัวเรียน พาลูกชายไปปฏิบัติธรรมที่ อ.นาด้วง จ.เลย ได้โทรศัพท์มาหาตนหลายครั้ง และให้พระลูกชาย พูดคุยขอปัจจัยเป็นเงินครั้งละ 2,000 – 3,000 บาท จึงให้ลูกสาวอีกคนโอนให้ ตนยังเก็บหลักฐานไว้อยู่ เป็นบัญชีปลายทางชื่อพระบัวเรียน จนกระทั่งเกิดเรื่องพระลูกชายหายตัวปริศนา พระพี่เลี้ยงดังกล่าวยังโทรมาแจ้ง และยังขอเงินค่าใช้จ่ายครั้งล่าสุด 3,000 บาท เพื่อเป็นปัจจัยในการตามหา จึงโอนให้ แต่สุดท้ายไม่มีวี่แวว และยังมีพิรุธหลายอย่าง อ้างพระยอดเข้าป่าธุดงค์ แต่ไม่มีพระรูปอื่นไปด้วย ถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะพระลูกชายที่ผ่านมาไม่เคยไปธุดงค์รูปเดียว และจะติดต่อทางบ้านตลอดว่าอยู่ที่ไหน ถึงแม้จะไม่ใช้มือถือแต่จะยืมโทรศัพท์พระที่รู้จักกันติดต่อมาหาครอบครัว แต่ล่าสุดเงียบหายปริศนานานกว่า 1 เดือน จึงเชื่อว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี และมีเงื่อนงำในการหายตัว อยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง ช่วยตรวจสอบหาความกระจ่าง ยังมีความหวังว่าลูกชายจะชีวิตอยู่ แต่หากถูกฆาตกรรมหรือถูกทำร้าย เชื่อว่าน่าจะมาจากเรื่องเงิน เพราะก่อนเกิดเหตุมีพระพี่เลี้ยงให้พระลูกชาย โทรมาขอเงินกับโยมแม่บ่อยครั้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แก๊งยาเสพติดข้ามชาติ ยัดผงขาว-ไอซ์ มูลค่ากว่า 100 ล้าน ในองค์พระพุทธรูป

ที่หน้ากองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 (ร้อย ตชด.237 กก.ตชด.23) พล.ต.ฉัฐชัย มีชั้นช่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 (มทบ.210) และ  รองผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด

'นครพนม' ขานรับ 'ธวัชบุรีโมเดล' นำร่อง อ.ศรีสงคราม เส้นทางโจรลำเลียงยาบ้าเข้าตอนใน

พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 (ผอ.กอ.รมน.2) ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 24 (ผบ.นบ.ยส.24)

ตม.นครพนม คุมเข้มสกัด 'แก๊งสแกมเมอร์ทิพย์' ปมเจ๊อ้อยโอนเงิน 39 ล้าน

กรณี ตำรวจกองปราบปราม กองบังคับการ 3 ร่วมกับชุดสืบสวนของกองกำกับการ 5 ตำรวจทางหลวง นำกำลังเข้าสกัดจับกุม ทนายตั้ม-นายษิทรา เบี้ยบังเกิด อายุ 43 ปี ในคดีหลอกลวงเงิน น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย ตามหมายจับศาลอาญา

พี่สาวร่ำไห้ตามหา 'ครูวี' เจอมรสุมชีวิตทับถม ชิงลาออกไปเป็นกรรมกรก่อสร้าง

กรณีมีข่าวลือหนาหูว่ามีครูชำนาญการพิเศษ ลาออกไปเป็นกรรมกรก่อสร้างในกรุงเทพฯ หลังประสบมรสุมชีวิตอย่างเดียวดาย และล้มป่วยสารพัดโรค ก่อนจะตัดสินใจลาออก เพื่อรับเงินบำเหน็จ นำไปใช้หนี้เงินกู้