แนะประชาชน ต้องรู้ทัน ไม่หลงเชื่อกลโกงมิจฉาชีพ

20 เม.ย.2567 - นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่ยังพบมีการหลอกลวงประชาชนจากมิจฉาชีพอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดข้อมูลกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระบุ ในช่วงตั้งแต่วันที่ 8-12 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) มีรายงานเคสตัวอย่างที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ เช่น หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่น ๆ มูลค่าความเสียหาย 188,000 บาท หลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) หลอกลวงซื้อขายสินค้า หรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ ผู้เสียหายพบโฆษณาที่ผ่านช่องทาง Facebook เพจชื่อ “Bangsaen Cabana” กรณีดังกล่าว นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ขอให้ระมัดระวังไม่ตกเป็นเหยื่อกลโกงมิจฉาชีพที่มีในหลากหลายรูปแบบ และอย่าหลงเชื่อการชักชวนให้ลงทุนแล้วเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง โดยให้มีการตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนทำธุรกรรม ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ สามารถโทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชีได้ที่ศูนย์ AOC สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชม.

“นายกรัฐมนตรีห่วงใยพี่น้องประชนชน ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุก ต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อให้พี่น้องประชาชนอยู่อย่างมีความสุข อย่าให้ถูกซ้ำเติมโดยเฉพาะการถูกหลอกหลวง เงินหมดไปก็เป็นส่วนหนึ่งของอาชญากร ตรงส่วนนี้ถือเป็นสารตั้งต้นที่ต้องขจัดปัญหานี้ออกไปให้หมดจากสังคมไทย หากประชาชนพบเจอเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้มีสติทุกครั้งเมื่อรับสายโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย คิดทบทวน หากไม่แน่ใจ ให้หยุดการสนทนา และหาข้อมูลหน่วยงานที่ถูกแอบอ้าง เพื่อโทรติดต่อสอบถามความจริง และหากประชาชนพบเจอ ขอให้ร่วมกันแจ้งเตือน และกดรายงานเพจปลอม หรือแจ้งเบาะแสกับหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล หรือโทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชีกับศูนย์ AOC 1441” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลจากการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 545,620 สาย/เฉลี่ยต่อวัน 3,327 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 112,699 บัญชี/เฉลี่ยต่อวัน 924 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 33,954 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 30.13 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 24,192 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 21.47 (3) หลอกลวงลงทุน 20,361 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 18.07 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 9,406 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 8.35 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 7,376 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 6.54 และคดีอื่น ๆ 17,410 บัญชีคิดเป็นร้อยละ 15.45 และ 4. ยอดการอายัดบัญชี (1 พ.ย. 66 - 14 เม.ย. 67) ข้อมูลของทั้งประเทศจาก ตร. (บช.สอท) (1) ยอดขออายัด 8,447,094,202 บาท (2) ยอดอายัดได้ 4,055,094,202 บาท (3) อายัดได้ร้อยละ 48.01

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวดี ผู้เสียหายคดีดิไอคอนกรุ๊ป​ 'ปปง.' เปิดให้ยื่นขอคุ้มครองสิทธิรับคืนหรือชดใช้คืนทรัพย์สิน

ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)​ได้นำส่งมอบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษที่ 119/2567 กรณี บริษัท

รัฐบาลเร่งพัฒนาแพลตฟอร์ม สกัดมิจฉาชีพโทร-ส่งข้อความหลอกลวง คาดพร้อมใช้ต้นปี 68

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์มิจฉาชีพ และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

'ธนกร' จี้ กกต. คุมเข้มเลือกตั้งนายก อบจ. ปูด 'เมืองคอน' เริ่มซื้อเสียง

'ธนกร' จี้ กกต. คุมเข้มหาเสียงเลือกตั้ง อบจ. หลายจังหวัด แนะทำงานเชิงรุก จับตา 'เมืองคอน' สู้ดุเดือด ชาวบ้านแจ้งเรียกเก็บบัตรประชาชนหลายพื้นที่ ขอตรวจสอบเข้มโปร่งใส

เผยแจ้งความออนไลน์ 1 มี.ค 65 - 31 ต.ค. 67 เฉลี่ยเสียหายวันละ 7.7 ล้านบาท

'รองโฆษกรัฐบาล' เผยสถิติแจ้งความออนไลน์ ตั้งแต่ 1 มี.ค 65 – 31 ต.ค.67 มูลค่าความเสียหายรวม 7.48 หมื่นล้านบาท เฉลี่ย 77 ล้านบาทต่อวัน