‘พี่ศรี’ ร้อง ผบ.ตร. เอาผิด พงส. 2 โรงพัก ช่วยผู้ถูกกล่าวหายักยอกทรัพย์พ้นผิด

11 ก.ย.2566-นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ตรวจสอบกาารปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนตำรวจ สน.ห้วยขวาง และสน.บางขุนเทียน หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ 2 คดี ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่กลับไม่คืบมานานกว่า 6 เดือน โดยมี พ.ต.อ ชัยพร ออฟูวงศ์ รอง ผบก ผก ( แผนงานกิจการพิเศษ )สำนักงานยุทธศาสตร์เวรอำนวยการเป็นผู้รับเรื่อง

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า คดีแรกของสน.ห้วยขวาง เป็นคดีที่ผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความ กรณีที่ผู้เสียหายเคยฝากตู้เซฟนิรภัยไว้กับผู้ถูกกล่าวหา ให้ช่วยเก็บรักษาไว้ระหว่างที่ตนเองไม่อยู่ แต่สุดท้ายเมื่อมาขอคืน กลับไม่ยอมส่งคืน ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความ จากนั้นพนักงานสอบสวนมีความพยายามประวิงเวลาและเจรจาให้ผู้ถูกกล่าวหานำตู้เชฟมาคืนและพยายามไกล่เกลี่ยให้ผู้เสียหายถอนแจ้งความเพื่อให้เรื่องยุติ ทั้งที่ความผิดสำเร็จแล้วแต่กลับไม่ดำเนินการตามหน้าที่ทั้งที่คดีมีการแจ้งความมีพยานหลักฐานชัดเจนซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งสำนวนต่ออัยการภายในกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ส่วนคดีของ สน.บางขุนเทียน ผู้เสียหายได้นำรถยนต์หรูไปโอนกันที่สำนักงานขนส่งเขต1บางขุนเทียนเรียบร้อยแล้วแต่ปรากฎว่าไม่ได้มีการส่งมอบรถมาให้ผู้ซื้อก็คือผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายได้พยายามทวงถามหลายครั้ง แต่ไม่ยอมส่งรถมาให้ จึงไปแจ้งความ สน.บางขุนเทียน เพื่อให้เรียกผู้ต้องหามาทำการสอบสวนแต่พอผู้ต้องหานำรถมาคืนแล้วก็เจรจาให้ผู้เสียหายถอนแจ้งความทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของพนักงานสอบสวน อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับอ้างว่าคดีดังกล่าวอาจไม่อยู่ในอำนาจการสอบสวนพื้นที่ของ สน.บางขุนเทียน พร้อมทั้งบ่ายเบี่ยงและพยายามเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเจรจา เพื่อถอนแจ้งความกัน

แม้สุดท้ายแล้วทั้ง 2 คดีนี้ผู้เสียหายต่างก็ได้รับทรัพย์สินของตนเองคืน แต่ก็เข้าข่ายความผิดที่เกิดขึ้นแล้ว จำเป็นต้องดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา และส่งฟ้องสำนวนต่ออัยการภายในกรอบเวลา 60 วัน โดยพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้มีหน้าที่เรียกผู้เสียหายมาเจรจาให้ถอนแจ้งความ เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหา จึงขอเรียกร้องให้ ผบ.ตร. มีคำสั่งย้ายพนักงานสอบสวนของทั้งสอง สน. ออกจากพื้นที่และให้ลงโทษทางวินัยที่ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่กำหนดไว้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล้วงคองูเห่า! ปลอมเฟซ ‘ผบ.ตร.’ สร้างโปรไฟล์ งาน ภารกิจเหมือนจริง ตีสนิทหลอกลงทุน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โพสต์แจ้งเตือนระบุว่า อย่าเชื่อ อย่ารับแอด กดรีพอร์ต  'บัญชีเฟซบุ๊กปลอม' แอบอ้าง เป็น ผบ.ตร.

ผบ.ตร. เซ็นไล่ออก 'บิ๊กโจ๊ก' เผยขั้นตอนยังอุทธรณ์ ก.พ.ค.ตร.-ฟ้องศาลปค.สูงสุด

พล.ต.อ.กิติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในคำสั่งไล่ออกจากราชการ  พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.แล้ว  โดยเป็นการลงนามตามมติคณะกรรมการเสนอแนะการลงโทษ ตามมาตรา 125 วรรค3 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯ พ.ศ.2565 ที่มี

ผบ.ตร. แจงยิบส่ง 40 อุยกูร์กลับจีน ไทยส่งจนท.ระดับสูงคอยติดตามความปลอดภัย

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการส่งตัวชาวอุยกูร์ให้ทางการจีนจำนวน 40 คนในช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมาว่า เรื่องนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร. แจงเป็นเรื่องความมั่นคง พูดเยอะไม่ได้ ปมส่งชาวอุยกูร์กลับจีน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่มีภาพรถบรรทุกกักขังสีเลือดหมูคาดขาว ใช้เทปสีดำปิดบังช่องหน้าต่างรอบคันและปิดบังโลโก้ของหน่วยงานบริเวณประตูรวม 6 คัน