ภาพดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์และลีลาการเดินของพระอาทิตย์จร (1)
เดินในราศีธนู ระหว่างต้นปี-กลางมกราคม 2568
เดินในราศีมังกร ระหว่างกลางมกราคม-14 กุมภาพันธ์ 2568
เดินในราศีกุมภ์ ระหว่าง 14 กุมภาพันธ์-14 มีนาคม 2568
เดินในราศีมีน ระหว่าง 14 มีนาคม-14 เมษายน 2568
ตามที่ปลายปีที่แล้วผู้เขียนได้ให้สัมภาษณ์ออกสื่อหลายวาระ-หลายรายการและเขียนที่ไทยโพสต์ถึง ดวงการเมือง ของประเทศว่า ให้ ระวังการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ที่จะมีขึ้น ประมาณเดือนพฤษภาคม 2568 ที่เป็นไปได้ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี อาจต้องคำพิพากษาของศาล-ลาออก-ยุบสภา-ปฏิวัติ หรือกบฏ
โดย แรงกดดันต่อนายกรัฐมนตรี จะมีตั้งแต่ปลายปี 2567 เพียงแต่ระยะนั้นต่อเนื่องต้นปี 2568 คือตั้งแต่ ต้นมกรา.-ประมาณกลางกุมภาพันธ์ ดวงผู้นำหรือนายกรัฐมนตรีของเมืองยังเข้มแข็งอยู่
หลังจากนั้นจะเข้าสู่สภาวะปุๆ ปะๆ ตามด้วยเข้ามุมอับ แล้วการเปลี่ยนแปลงใหญ่จะเป็นช่วงพฤษภาคม 2568
ซึ่งถือโอกาสนี้อธิบายหลักโหรถึงที่มาของคำทำนาย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกล่าวหาว่าเป็นโหรต่องแต่งคือ
1.ช่วงดาวผู้นำเข้มแข็งคือ ตั้งแต่ต้นปี-กลางมกราคม 2568 พระอาทิตย์จร (1) ดาวตัวแทนผู้นำ หรือนายกรัฐมนตรีเดินในราศีธนู-ภพศุภะ หรือดินแดนของโชคของเมืองที่ลัคนาสถิตราศีเมษ แถมราศีธนูยังเป็นบ้านเดิมของพฤหัสบดี (๕) คู่มิตรจึงเป็นไปตามตำราคือ…เมื่อมิตรก็แช่มชื่น บ่มิโทษแถลงทัณฑ์..คุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงดูปรับตัวและเข้มแข็งขึ้น
2.ต่อจากนั้นดาวผู้นำยังเข้มแข็งต่อคือประมาณกลางเดือนมกราคม-14 กุมภาพันธ์ 2568 พระอาทิตย์จร (1) เข้าไปเดินในราศีมังกร ทางโหรถือว่าได้เกณฑ์สำคัญชื่อ ปัสสะวะเกณฑ์ ชนิดที่เรียกว่า..สุริเยนทร์ทรงยศ…ที่ทำให้ผู้นำเข้มแข็ง
คุณแพทองธารจึงไปชิวๆ หลายงาน และหลายประเทศสำคัญๆ ชนิดใครล้อแค่ไหนก็ไม่กระทบกระเทือนต่อตำแหน่งหน้าที่
แต่ต่อไปนี้คือ ตั้งแต่ 13 กุมภาพันธ์-14 เมษายน 2568 ดาวตัวแทนผู้นำส่งสัญญาณว่าไม่เข้มแข็งถึงสองเดือนเต็มให้คุณแพทองธารและคณะฟันฝ่าด้วยหลักโหรคือ
ระยะที่ 1 ระหว่าง 13 กุมภาพันธ์-14 มีนาคม 2568 พระอาทิตย์ (1) เข้าไปเดินในราศีกุมภ์ แม้จะเป็นภพที่สิบเอ็ด-ลาภะคือโชคลาภและความสำเร็จของเมือง แต่พระอาทิตย์ที่นี่ เสื่อม ด้วยมาตรฐานทางโหรที่ชื่อ ปรเกษตร ซึ่งหมายถึง (เป็น) อื่นๆ จึงระยะนี้ผู้นำหรือนายกรัฐมนตรีคงเป็นไปแบบ ปุๆ ปะๆ
ถ้ามีเกณฑ์ลบอื่นซ้ำ ในอดีตตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเคยเปลี่ยนมือไปเป็นของคนอื่น ก็หลายครั้ง
ระยะที่ 2 ระหว่าง 14 มีนาคม-14 เมษายน 2568 พระอาทิตย์ (1) เข้าเดินในราศีมีน ภพที่สิบสอง-วินาสน์ของเมือง ซึ่งเป็นมุมอับของเมือง ความหมายมีหลายอย่าง เช่น กักขัง-หน่วงเหนี่ยว-เรือนจำ-หรือโรงพยาบาล ในความหมายถูกจำกัดเสรีภาพ เช่น ป่วยหรือดูแลคนป่วย-การเนรเทศ-การหลบหนี-ศัตรูลับ-การซุ่มซ่อน-กบฏ-ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่าไม่คุ้มค่าและเรื่องด้านลบที่เกิดกะทันหัน
จึงเมื่อดาวตัวแทนผู้นำเข้าไปเดินในดินแดนนี้คาดว่านายกรัฐมนตรีคงมีเรื่องอึดอัดใจเหมือนถูกจำกัดเสรีภาพ ขยับตัวยาก โดยช่วงที่ต้องจับตาคือ
ระยะที่ 2 ก. ประมาณ 16-17-18 มีนาคม 2568 พระอาทิตย์จร 1 ในราศีกุมภ์จะเดินเข้าใกล้แล้วสวนกับพระราหูจร (8) เจ้าของการเปลี่ยนแปลง และเป็นตัวแทนสภาผู้แทนราษฎร ต้องจับตาระยะนี้ว่าปรากฏการณ์อะไรจะเกิดขึ้นกับนายกรัฐมนตรี หรือสภาผู้แทนราษฎร
ระยะที่ 2 ข. ด่านวิบาก ต่อไปคือ ระหว่างวันที่ 10-14 เมษายน 2568 พระอาทิตย์จร (1) เข้าไปเดินในดินแดนอันตรายของราศีมีน ที่ภาษาทางโหรเรียก นวางค์ขาด ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอาจจะกระทบกระเทือนเพิ่มได้
สรุปง่ายๆ คือ สองเดือนระหว่าง 14 กุมภาพันธ์-14 เมษายน 2568 ที่ดาวตัวแทนผู้นำเสื่อมตามด้วยเข้ามุมอับ คุณแพทองธาร ชินวัตรควรจะยกการ์ดปิดหน้าสูงๆ เพราะความยุ่งยากอะไรก็เกิดขึ้นได้กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ถามว่าในอดีตเคยมีปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นไหม คำตอบคือ ก็เกิดขึ้นทุกปีที่ดาวตัวแทนผู้นำเดินในตำแหน่งเสื่อม-อับแบบนี้ นายกรัฐมนตรีบางท่านอาจเจอหนักช่วงนั้นแต่ก็รอด บางท่านที่มีเกณฑ์ลบอื่นผสมโรงหนักๆ ก็ไม่รอด เพราะยังมีอิทธิพลจากเกณฑ์อื่นอีกมาก
ที่รอดให้ได้ฮาแถมอยู่ได้อีกนานคือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยึดอำนาจมาด้วยรถถังเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557
ต่อมาเมื่อ 4 เมษายน 2560 เกือบจะไปด้วยรถกระบะ เพราะใช้อำนาจตาม ม.44 ออกนโยบายห้ามนั่งท้ายกระบะ ถูกต่อต้านก่นว่าทั้งเมือง แล้วก็กลับลำทัน ก็เกิดในช่วงดาวผู้นำเข้ามุมอับ
ส่วนนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร หากตีฝ่าด่านความยุ่งยากระยะดาวผู้นำของเมืองเสื่อม-อับนี้ไปได้ ยังเหลือด่านหินที่รออยู่ดังคำทำนายของบรรดาโหรานุโหร รวมทั้งผู้เขียนด้วยที่ออกจะสอดคล้องกันอย่างประหลาด
คือการเปลี่ยนแปลงใหญ่ทางการเมืองจะเกิดราวเดือนพฤษภาคม 2568
เดือนนั้น ดาวใหญ่ตรีเทพ คือพระราหูจร (8)-พระพฤหัสบดีจร (5)-พระเสาร์จร (7)ย้ายราศีพร้อมกันสามดวงในเดือนเดียว ทำมุมถึงและสวนกันอุตลุด
ปรากฏการณ์นี้นอกจากเป็นลาง (ทั้งบวก-ลบ) ถึงเมือง-การเมืองแล้ว ยังส่งผลต่อคนทุกลัคนาราศีด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประชาชนได้ประโยชน์อันใด
การอภิปรายไม่ไว้วางใจจบลงไปแล้ว การลงคะแนนไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจก็จบไปแล้ว หลายท่านบอกว่าผิดหวังกับการอภิปรายครั้งนี้
อภิปรายไม่ไว้วางใจ...ใครแพ้-ใครชนะ???
ช่วงระยะเวลาประมาณ 2 วัน 2 คืน...คงไม่ถึงกับทำให้ต้อง อ้วกแตก-อ้วกแตน อะไรมาก แม้ว่าอาจคลื่นเหียน มวนท้องอยู่มั่งนิดๆ หน่อยๆ
'กองทัพ' ในสมการบรรเทาสาธารณภัย
เสร็จสิ้นเรียบร้อยการแต่งตั้ง "นายพล" วาระเดือนเมษายน หรือ "นายพลแก้มลิง" ตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยศ พล.ต.อ., ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
คาดผลตรีเทพย้ายราศีต่อคนลัคนาสถิตกันย์
เดือนพฤษภาคมปี 2568 นี้ ดาวสำคัญทางโหรที่เรียกกันว่า ตรีเทพ อันได้แก่ พระราหูจร (8) เจ้าของความลุ่มหลงมัวเมา-ความมืด-อวิชชาหรือตัวแสบ-พระพฤหัสบดีจร (5) เจ้าแห่งปัญญาพิสุทธิ์หรือหัวหน้าดาวดีเทวดาประจำตัว
โปรดดูโพลก่อนด่า...ประชาพอใจ
ตลอดระยะเวลาที่แพทองธารดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นเวลาประมาณครึ่งปี เธออาจจะได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ จนถึงระดับถูกด่าทอต่อว่ามากที่สุดของประเทศไทย
ระหว่าง‘ศีลธรรม’กับ‘ความโง่’
วัน-สองวันก่อน...มีข่าวชิ้นเล็กๆ ในหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ คือ The Financial Times แต่เป็นอะไรที่น่าคิด น่าสะกิดใจอยู่ไม่น้อย ด้วยการอ้างรายงานการประเมินผลของหน่วยงานหน่วยหนึ่งใน