
แม้ตามอำนาจหน้าที่การเสนอรายชื่อแต่งตั้ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนใหม่ ซึ่งถือเป็นรายที่ 15 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ระบุไว้ชัดเจนใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2565 มาตรา 78 การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง
(1) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77 (1) หรือ แต่งตั้ง "ผบ.ตร." ให้นายกรัฐมนตรี คัดเลือกรายชื่อตำรวจผู้มีคุณสมบัติ โดยคำนึงถึงอาวุโส และความรู้ความสามารถประกอบกันโดยเฉพาะประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวนหรืองานป้องกันปราบปราม เสนอ ก.ตร.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนแล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลพระกรุณา เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้ง
จะเป็นอำนาจของ นายกฯอิ๊ง ในฐานะประธาน ก.ตร. โดยตำแหน่ง
แต่เมื่อ "ภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะกำกับดูแลฝ่ายความมั่นคง ตอบคำถามสื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงการนัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) เพื่อแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ เพื่อแทนพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.นี้
"ยังไม่ได้วางแผนอะไรเลย เพราะศุกร์ เสาร์นี้ ก็จะไปดูน้ำท่วม"
พอถูกสื่อซักจะทันก่อนที่พล.ต.อ.ต่อศักดิ์เกษียณอายุราชการหรือไม่ "รองฯนายภูมิธรรม" ตอนทันที
“ทัน”
ก็ทำเอาแวดวง "สีกากี" คึกคัก หลายคนก็ชื่นใจ หลายคนมีความหวัง มีทิศทางการทำงาน เพราะนั่นแสดงว่า อย่างไรเสียการแต่งตั้ง "ผบ.ตร." คนที่ 15 จะเกิดขึ้นไม่เกินวันที่ 30 ก.ย.นี้แน่นอน
แต่พอไปพลิกปฎิทินนับวันตามคำพูด "รองฯภูมิธรรม" เหลืออีกไม่ถึง 3 วันจะถึงวันที่ 30 ก.ย. ตามเงื่อนไขอายุราชการของพล.ต.อ.ต่อศักดิ์
จะทันหรือ?
คำถามในใจที่สร้างความสับสน ความกระวนกระวายใจ กลับมาเกิดขึ้นกับเหล่าชายสีกากีอีกครั้ง
กระนั้นระดับ "รองนายกฯ" คุมฝ่ายความมั่นคง พูดแล้ว ยืนยันแล้ว
"วาจา" เขาบอกว่า "ก่อนจะพูดเราเป็นนายของคำพูด เมื่อพูดออกไปแล้วคำพูดนั้นๆก็จะเป็นนายเรา"
อีกไม่ถึง 3 วันดีก็จะครบตามคำพูด ตามน้ำคำ ของ "รอนายกฯ" จะจริงแท้แค่ไหน พูดส่งๆ พูดไปเรื่อย หรือไม่อย่างไร
ไม่กี่อึดใจ...ก็รู้
หันมาดูการ "ถอดหัวโขน" อำลาชีวิตราชการของ ผบ.ต่อศักดิ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณและสวนสนามเพื่อเป็นเกียรติ ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงหนึ่งได้กล่าวอำลาชีวิตราชการ
"สำหรับข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการแล้ว การที่ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ในราชการ จนวันเกษียณอายุราชการอย่างราบรื่น ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าปลาบปลื้มยินดีอย่างยิ่ง ขอให้ท่านใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และมีความสุขต่อไป"
นี่แหละสัจธรรม...สีกากี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อำลาสีกากี
หากเป็นไปตามวาระปกติเหมือนทุกๆ ปี ตำรวจที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2568 จะต้องโบกมืออำลา ถอดเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" ใช้ชีวิตข้าราชการตำรวจ
สอดไส้วาระ เม.ย.
รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม โปรเจกต์ป้ายแดง "กรมปทุมวัน" เออร์ลีรีไทร์ ระดับ "นายพล" หรือโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพลของ ตร. วาระกลางปี 1 เม.ย. ซึ่งเป็นครั้งแรก จากปกติที่มีวาระแค่ 1 ต.ค.เท่านั้น
เออร์ลีรีไทร์สะดุด!
เอ๊ะยังไง! ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ทิ้งคำพูดปริศนาเอาไว้ ในระหว่างเป็นประธาน เปิดโครงการอาหารกลางวันสำหรับข้าราชการตำรวจในหน่วยงาน
ขอตำแหน่งไม่ของาน
ก็มีดรามาเล็กๆ พอเป็นกระสาย พอเป็นสีสัน กับการแต่งตั้ง "นายพัน" สีกากี ตำแหน่ง รองผู้บังคับการ (รองผบก.) ถึง สารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2567 ที่เพิ่งประกาศคำสั่งออกมาทันตามเงื่อนไข ทันตามคำสั่ง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.
โบนัสสีกากี
ต้องเรียกว่าได้กันแบบจุกๆ มติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 2/2568 มี ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี นั่งหัวโต๊ะประธาน ก.ตร. แทนนายกฯ อิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา
พิสูจน์ '15กฎเหล็ก'
หากทุกอย่างเป็นไปตามเดดไลน์แต่งตั้ง "นายพันสีกากี" ที่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร แม่ทัพใหญ่สีกากี มีบันทึกสั่งการให้แต่ละกองบัญชาการ จัดทำบัญชีแต่งตั้งตำรวจ ระดับ รองผู้บังคับการ (รองผบก.) ถึง สารวัตร(-สว.) วาระประจำปี 2567