ผมให้ดูรูปนี้เพื่อให้เห็นบรรยากาศ “ความเย็นชา” ที่จีนจงใจจะแสดงต่อสหรัฐฯ
ในภาพนี้รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ลอยด์ ออสติน เดินไปขอจับมือกับรัฐมนตรีกลาโหมจีน หลี่ ซ่างฝู ในงานดินเนอร์ของการประชุมสุดยอดความมั่นคงเอเชีย Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์เมื่อคืนวันเสาร์
ฝ่ายจีนก็ยอมจับมือและส่งยิ้มเป็นทางการ
แฝงด้วยการส่งสัญญาณว่า ปักกิ่งยังขุ่นเคืองวอชิงตันกับท่าทีที่ไร้ความเป็นมิตรในหลายๆ เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ฝ่ายจีนปฏิเสธคำขอของเพนตากอนสำหรับการประชุม “นอกรอบ” ระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ออสติน และรัฐมนตรีหลี่ ซ่างฝู ที่นั่น
เป็นสัญญาณล่าสุดว่า ความสัมพันธ์ของสองมหาอำนาจยังอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก ขณะที่สถานการณ์การแข่งขันด้วยภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในสภาพปั่นป่วน
“ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สาธารณรัฐประชาชนจีนแจ้งสหรัฐฯ ปฏิเสธคำเชิญของเรา” เพนตากอนระบุ
ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวทางการทูตบอกว่าจีนได้บอกกับสหรัฐฯ ว่า โอกาสของการพบปะกันระหว่างสองรัฐมนตรีที่สิงคโปร์นั้นเกิดขึ้นได้ “น้อยมาก”
โดยจีนบอกว่า สาเหตุก็เพราะตราบใดที่วอชิงตันยังคงคว่ำบาตรรัฐมนตรีหลี่ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงโดนัลด์ ทรัมป์ ปี 2561 ที่โยงกับการที่จีนซื้อเครื่องบินรบและขีปนาวุธจากรัสเซีย ก็คงทำให้มีการพบปะกับฝ่ายอเมริกาได้ยากยิ่ง
เพนตากอนพยายามบอกจีนว่าเรื่องคว่ำบาตรไม่ได้ห้ามการพบปะ
แต่ปักกิ่งบอกว่า “มันไม่สวยน่ะ”
พูดง่ายๆ คือบอกปัดให้วอชิงตันได้สำเหนียก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนปฏิเสธคำเชิญการพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐฯ
ความจริงเบื้องหลังของเรื่องคือ ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมาจีนได้ปฏิเสธหรือ “ไม่ตอบสนอง” คำขอให้มีการประชุมระดับอาวุโสมากกว่า 12 ครั้ง
ไม่นับคำขอหลายครั้งที่ให้มีการพบปะกันในระดับทำงาน
Shangri-La Dialogue เป็นหนึ่งในเวทีพบปะไม่กี่แห่งที่รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ จะได้พบปะกับฝ่ายจีน
ปีที่แล้ว รัฐมนตรีออสตินเจอ เว่ย เฟิงเหอ รัฐมนตรีกลาโหมจีนขณะนั้น
การปฏิเสธของจีนมีขึ้นไม่ถึง 2 สัปดาห์หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน พูดในที่ประชุม G7 ที่ญี่ปุ่นว่า เขาคาดว่าความสัมพันธ์จะ "กระเตื้องขึ้น"
เพราะจะว่าไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างสองยักษ์ใหญ่ก็ใกล้จะถึงจุดต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ
ตอนนั้นไบเดนบอกว่ากำลังพิจารณายกเลิกการคว่ำบาตรรัฐมนตรีหลี่
แต่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกข่าวตามมาว่าเรื่องนี้ไม่อยู่ในวาระของตน
ก่อนหน้านี้ไม่นาน เจก ซัลลิวัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ได้พบกับหวัง อี้ หัวหน้าใหญ่ด้านนโยบายต่างประเทศของจีนที่กรุงเวียนนา
จังหวะนั้นมีความหวังว่าจะทำให้ทั้งสองชาติกลับมานั่งพูดคุยกันอีกรอบหนึ่ง
ต่อมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หวัง เหวินเทา รัฐมนตรีพาณิชย์ของจีนได้พบกับจีนา ไรมอนโด รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน
นับเป็นการเยือนระดับอาวุโสครั้งแรกที่เมืองหลวงสหรัฐฯ ของจีนนับตั้งแต่ปี 2563
นอกจากนี้ รัฐมนตรีจีนคนนี้ยังได้พบกับแคทเธอรีน ไท่ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ในการประชุมการค้าเอเปกที่เมืองดีทรอยต์
แต่จีนก็ยังสงวนท่าทีในการที่จะไม่แสดงถึงความ “อ่อนข้อ” ต่อสหรัฐฯ อยู่ดี
เช่นถึงวันนี้ก็ยังไม่ยอมเลื่อนกำหนดการเยือนปักกิ่งของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเกน
เพราะก่อนหน้านี้มีการประกาศยกเลิกการเดินทางที่วางแผนไว้เดิมในเดือนกุมภาพันธ์
เพราะเกิดเรื่องเสียก่อน...ก็เหตุการณ์บอลลูนที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นแผนการสอดแนมของจีน
ออสตินบอกว่าการไม่ได้พูดคุยกับจีนอาจทำให้เกิดภาวะความตึงเครียดเพิ่มขึ้น
“ผมกังวลว่าในบางครั้งจะมีเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้อย่างรวดเร็วมาก”
และเสริมว่า “ผมยินดีรับทุกโอกาสที่จะมีส่วนร่วมกับผู้นำ ผมคิดว่าฝ่ายกลาโหมควรพูดคุยกันเป็นประจำ หรือควรมีช่องทางที่เปิดกว้างสำหรับการสื่อสาร”
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ บอกว่า ที่น่ากังวลอีกเรื่องหนึ่งคือโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
ที่เข้าข่าย "อันตรายและก่อให้เกิดความไม่มั่นคง"
เพราะมันอาจจะคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
พร้อมประกาศยืนหยัดร่วมกับพันธมิตรอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ในการเผชิญกับการยั่วยุอย่างต่อเนื่องของเกาหลีเหนือ
“สหรัฐฯ จะใช้มาตรการที่จำเป็น…เพื่อประกันความมั่นคงในมาตุภูมิของเราและป้องกันพันธมิตรของเรา" ออสตินกล่าว
ออสตินพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า กองทัพสหรัฐฯ “จะยังคงติดตามการกระทำที่ก้าวร้าวของจีน และทำงานร่วมกับพันธมิตรและพันธมิตรของเราเพื่อทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์ในช่องแคบไต้หวันและในภูมิภาคโดยรวม”
อเมริกาเตรียมการจัดหางบประมาณด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ไต้หวัน
และตอกย้ำว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้นำจะต้องรักษาช่องทางการสื่อสารที่เปิดกว้าง แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยในประเด็นสำคัญก็ตาม
แม้ว่าจีนปฏิเสธที่จะพบปะกันในระดับสูงหลายครั้งหลายหน แต่ออสตินกล่าวว่าสหรัฐฯ "ยังคงมุ่งมั่น" ที่จะติดตามการเจรจา และเขาจะทำงานอย่างเหนียวแน่นเพื่อสร้างช่องทางการสื่อสาร
เมื่อมังกรยักษ์จีนไม่ยอมสื่อสารกับอินทรียักษ์มะกัน...เราก็จะเริ่มเห็นลีลาท่าทางที่ทั้งสองมหาอำนาจจะรำมวยใส่กันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน
‘หยุ่น’ ฟันเปรี้ยงรอดยาก! ชั้น 14 ดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรื่องชั้น 14 จะดิ้นอย่างไรก็หลุดยาก จึงเห็นการเฉไฉ, ตีหน้าตาย
บิ๊กเซอร์ไพรส์ 'สุทธิชัย หยุ่น' เล่นซีรีส์ 'The White Lotus ซีซั่น 3'
เรียกว่าสร้างความเซอร์ไพรส์อย่างต่อเนื่อง สำหรับซีรีส์ The White Lotus ซีซั่น 3 ซึ่งจะสตรีมผ่าน Max ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2025 เพราะนอกจากจะมี ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK ไอดอลเกาหลีสัญชาติไทย ที่กระโดดลงมาชิมลางงานแสดงเป็นครั้งแรก ในบทของ มุก สาวพนักงานโรงแรม
ถามแสกหน้า 'ทักษิณ' จะพลิกเศรษฐกิจไทยยังไง ทุกซอกมุมในสังคมยังเต็มไปด้วยทุจริตโกงกิน
นายสุทธิชัย หยุ่น นักวิเคราะห์ข่าวและผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า “เขาจะพลิกประเทศไทยให้เศรษฐกิจล้ำโลกได้หรือ
เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่กลายเป็น ที่ซ่องสุมของอาชญากรรมข้ามชาติ
เมื่อวานเขียนถึงรายงานในสำนักข่าวชายขอบที่สำนักจะได้รับความสนใจของรัฐบาลไทยว่าด้วยกิจกรรมอาชญากรรมข้ามชาติในบริเวณ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ที่สามเหลี่ยมทองคำ