สัปดาห์นี้ สี จิ้นผิง ก้าวสู่ วาระ 3 แห่งอำนาจเบ็ดเสร็จ

สัปดาห์นี้เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญของจีน ภายใต้การนำของ สี จิ้นผิง ที่ก้าวขึ้นสู่อำนาจสูงสุดสมัยที่ 3

การประชุมของ “สองสภา” ของจีนสัปดาห์นี้ นอกจากเป็นการตอกย้ำความชอบธรรมในการกุมอำนาจเด็ดขาดของสี จิ้นผิง แล้วยังจะเห็นการตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่

และนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ชื่อ “หลี่ เฉียง” มาแทน  “หลี่ เค่อเฉียง” โดยจะมาเป็นมือขวาคนสำคัญที่สุดของสี จิ้นผิง

แม้จะไม่เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีมาก่อน แต่หลี่ เฉียง ซึ่งตำแหน่งสุดท้ายคือการเป็นเบอร์หนึ่งของเซี่ยงไฮ้ ก็ถือเป็น “คนสนิท” ของท่านผู้นำ

ครั้งนี้สี จิ้นผิง พร้อมจะแหกประเพณีการเมืองจีน ด้วยการตั้งคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์บริหารรัฐบาลส่วนกลางมานั่งหัวโต๊ะของคณะรัฐมนตรี

ภาษาการเมืองไทยจะเรียกว่า “ข้ามห้วย” มาจากเมืองใหญ่ แต่ไม่เคยพิสูจน์ฝืมือการบริหารระบบรัฐส่วนกลางมาก่อน

สี จิ้นผิง ต้องการคนที่ไว้ใจได้มาอยู่ใกล้ตัวเพื่อทำภารกิจสำคัญหลายๆ อย่างที่กำลังท้าทายจีนทั้งในประเทศและในเวทีระหว่างประเทศ

วงการวิเคราะห์การเมืองจีนในเวทีระหว่างประเทศตั้งประเด็นว่า เรากำลังจะเห็นจีนตั้งคณะรัฐมนตรี “ชุดผู้ภักดีต่อสี” หรือ Xi-loyalist ชุดใหม่จากที่ประชุมของสภาประชาชนแห่งชาติ หรือ National People’s Congress (NPC) ซึ่งก็เทียบเท่ากับสภานิติบัญญัติ

แต่เป็นสภานิติบัญญัติที่ฟังแนวทางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นหลัก

บางคนเรียกเป็น “สภาตรายาง”

แต่จีนถือว่านี่คือ “ประชาธิปไตยที่เป็นอัตลักษณ์จีน”

การประชุมของสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) จะไปเคียงคู่กับ “การประชุมที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน” หรือ Chinese People’s Political Consultative  Conference (CPPCC)

นี่คือกลไกที่ปรึกษาทางการเมืองสูงสุดของประเทศจีน

CPPCC จะเป็นการประชุมของผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์ นักธุรกิจ และนักวิชาการราว 5,000 คนที่จะมารวมตัวกัน ณ “หอประชุมใหญ่แห่งประชาชน” (Great  Hall of the People) ที่ปักกิ่ง เพื่อร่วมการประชุมประจำปีที่เรียกว่า "การประชุมสองวาระ" 

เกือบทุกสัญญาณบ่งบอกว่า ปักกิ่งจะเดินหน้ากำกับควบคุมการเงินและภาคส่วนอื่นๆ ของเศรษฐกิจให้เข้มขึ้น

เนื่องจากต้องฟื้นจากภาวะเศรษฐกิจชะงักงันเพราะโควิด-19 จนต้องเจอกับอัตราโตทางจีดีพีที่อ่อนแอที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

เมื่อวานนี้ (วันอาทิตย์) สภาประชาชนแห่งชาติเปิดการประชุมที่คาดว่าจะยาวนานหนึ่งสัปดาห์

การดำรงตำแหน่งยาวนานกว่าสิบปีของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง สิ้นสุดลงเมื่อเขาส่งไม้ต่อให้แก่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่

คณะรัฐมนตรีในโครงสร้างอำนาจทางการเมืองของจีนเรียกว่า “สภาแห่งรัฐ” หรือ State Council

หัวหน้าทีมของรัฐบาลจีนใหม่ที่ชื่อหลี่ เฉียง คงต้องแสดงตนให้เกิดความมั่นใจในหมู่ประชาชนคนจีน ภายใต้การผลักดันของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

พร้อมๆ กับการนำเสนอภาพลักษณ์และทิศทางของรัฐบาลใหม่แก่เวทีระหว่างประเทศด้วยเช่นกัน

หลี่ เฉียง เป็นหนึ่งในสมาชิกหน้าใหม่ในคณะกรรมการประจำโปลิตบูโร (Politburo หรือกรมการเมือง) อันทรงอิทธิพล

เรียกขานกันว่าเป็น “7 อรหันต์” ที่ชี้เป็นชี้ตายความเป็นไปของจีน

คาดกันด้วยว่าจะมีการประกาศผู้มารับตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางคนใหม่

รวมถึงตำแหน่งทางเศรษฐกิจระดับสูงอื่นๆ 

เพราะจะเป็น “ทีมเศรษฐกิจ” ที่มีความสำคัญสำหรับการนำเสนอนโยบายที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ฟื้นกลับคืนมาจากอาการซึมเซาเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา

คนทั้งโลกกำลังจับสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายการเงิน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ เพื่อเร่งการเติบโตของจีนอย่างใกล้ชิด

เพราะวันนี้ความเป็นไปของเศรษฐกิจจีนมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างปฏิเสธไม่ได้

แค่จีนจาม โลกก็พากันติดหวัดกันหมด

พอจีนล็อกดาวน์เพราะโควิด โลกก็พลอยล้มป่วยตามไปด้วย

               ในช่วงการประชุมของสภาประชาชนแห่งชาตินั้น รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ Qin Gang “ฉิน กัง” จะเสนอรายงานเกี่ยวกับมุมมองของจีนว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นกับ

สหรัฐฯ และชาติตะวันตกอื่นๆ เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ รวมถึงสงครามในยูเครนและไต้หวัน

               หลี่ เค่อเฉียง ที่กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งนายกฯ แถลงแผนงบประมาณซึ่งรวมถึงการป้องกันประเทศและโครงสร้างพื้นฐาน และการคาดการณ์การเติบโตของจีนในปี  2566 ด้วย

ปีที่ผ่านมา จีดีพีหรือผลผลิตมวลรวมของจีนขยายตัวเพียง 3% 

ถือเป็นหนึ่งในอัตราการเติบโตที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่กลางทศวรรษ 1970 

สาเหตุมาจากการปิดเมืองเนื่องจากโควิด การหดตัวอย่างรวดเร็วของตลาดอสังหาริมทรัพย์

ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของปี ทำให้พลาดจากคาดการณ์อย่างเป็นทางการที่ตั้งไว้ที่ประมาณ 5.5%

               ไอเอ็มเอฟหรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ คาดการณ์การเติบโตของจีนไว้ที่ 5.2% สำหรับปีนี้

โดยมีแรงกระตุ้นจากการใช้จ่ายภาคครัวเรือน และกิจกรรมทางธุรกิจของจีนมีสัญญาณของการฟื้นตัว สัญญาณด้านบวกเริ่มกลับมา

กิจกรรมการผลิตในเดือนที่แล้วเติบโตเร็วที่สุดในรอบทศวรรษ หลังจากที่ปักกิ่งยกเลิกนโยบายล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

แต่เส้นทางการฟื้นตัวยังอาจต้องเผชิญกับความผันผวน เพราะแรงต้านจากอุปสงค์ภายนอกที่ชะลอตัวและแรงกดดันภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

เพราะตลาดแรงงานที่อ่อนแอและอุปสรรคในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีอยู่

               ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ การ "กระชับ" การปฏิรูปกลไกในสถาบันของรัฐ 

สะท้อนว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนอาจจะก้าวเข้ามากำกับควบคุมเศรษฐกิจของประเทศอย่างใกล้ชิดและเข้มงวดยิ่งขึ้น

เพราะเศรษฐกิจปีนี้ไม่ฟื้นไม่ได้แล้ว

ทางการจีนต้องการจะยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ ในเวทีระหว่างประเทศ

แต่ขณะเดียวกัน ก็น่าสังเกตว่ามาตรการปราบปรามบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ดำเนินมายาวนานเป็นเวลาหลายปีจะผ่อนคลายลงหรือไม่

ที่ชัดๆ ก็คือ รายชื่อผู้เข้าร่วมการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติปีนี้ไม่เหมือนกับในอดีต

เพราะดูจากรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมแล้ว บรรดาเจ้าของและซีอีโอของบริษัทเทคฯ หลายเจ้า เช่น Pony  Ma ของ Tencent ก็หลุดจากโผไป

เป็นการตอกย้ำว่า การดำรงตำแหน่งวาระที่ 3 ของสี จิ้นผิง กำลังจะมีการปรับเปลี่ยนในหลายๆ ด้านอย่างมีนัยสำคัญ และกำลังจะปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนในสัปดาห์นี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568

นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน

บิ๊กเซอร์ไพรส์ 'สุทธิชัย หยุ่น' เล่นซีรีส์ 'The White Lotus ซีซั่น 3'

เรียกว่าสร้างความเซอร์ไพรส์อย่างต่อเนื่อง สำหรับซีรีส์ The White Lotus ซีซั่น 3 ซึ่งจะสตรีมผ่าน Max ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2025 เพราะนอกจากจะมี ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK ไอดอลเกาหลีสัญชาติไทย ที่กระโดดลงมาชิมลางงานแสดงเป็นครั้งแรก ในบทของ มุก สาวพนักงานโรงแรม

ถามแสกหน้า 'ทักษิณ' จะพลิกเศรษฐกิจไทยยังไง ทุกซอกมุมในสังคมยังเต็มไปด้วยทุจริตโกงกิน

นายสุทธิชัย หยุ่น นักวิเคราะห์ข่าวและผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า “เขาจะพลิกประเทศไทยให้เศรษฐกิจล้ำโลกได้หรือ

เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่กลายเป็น ที่ซ่องสุมของอาชญากรรมข้ามชาติ

เมื่อวานเขียนถึงรายงานในสำนักข่าวชายขอบที่สำนักจะได้รับความสนใจของรัฐบาลไทยว่าด้วยกิจกรรมอาชญากรรมข้ามชาติในบริเวณ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ที่สามเหลี่ยมทองคำ