นับจากเกาหลีเหนือทดลองจุดระเบิดนิวเคลียร์เมื่อปี 2006 และทำต่อเนื่องอีกหลายครั้ง ภัยนิวเคลียร์เกาหลีเหนือเป็นจริงเป็นจังทันที ยุทธศาสตร์การทูตนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือสำแดงฤทธิ์อีกครั้ง รัฐบาลเกาหลีใต้หารือเรื่องนี้กับสหรัฐเสมอ ทั้งคู่แสดงท่าทีตรงกัน ต่างกันเพียงขั้นตอนรายละเอียด
เกาหลีเหนือยืนยันต้องมีอาวุธนิวเคลียร์:
รัฐบาลเกาหลีเหนือยึดความคิดว่าสหรัฐจะโจมตีตนด้วยระเบิดนิวเคลียร์ จึงต้องมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อตอบโต้ตามแนวคิดป้องปรามสงครามนิวเคลียร์ “กองกำลังนิวเคลียร์เกาหลีเหนือมีเพื่อต้านภัยคุกคามจากนิวเคลียร์สหรัฐ”
ในยุคสงครามเย็น สหรัฐประจำการอาวุธนิวเคลียร์หลายชนิดในเกาหลีใต้ เคยคิดใช้อย่างจริงจังในสงครามเกาหลี
สื่อเกาหลีเหนือ KCNA ให้ข้อมูลว่า สหรัฐมีนโยบายโจมตีเกาหลีเหนือด้วยอาวุธนิวเคลียร์มานานหลายทศวรรษแล้ว “สหรัฐกำหนดให้เกาหลีเหนือเป็นหนึ่งในประเทศที่จะชิงโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ก่อน”
“จึงเป็นสิทธิอันชอบธรรมของเกาหลีเหนือที่จะป้องกันตนเองด้วยการเสริมขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ตราบเท่าที่สหรัฐยังใช้นโยบายข่มขู่ด้วยอาวุธนิวเคลียร์” ในมุมมองของเกาหลีเหนือ อาวุธนิวเคลียร์คือเครื่องมือป้องกันการคงอยู่ของระบอบ จะไม่ยอมแลกสิ่งนี้กับสิ่งใดๆ
ไม่ว่าจะใช้มุมมองของฝ่ายใด คาบสมุทรเกาหลีเป็นอีกแห่งที่ภัยสงครามนิวเคลียร์คุกรุ่นเรื่อยมา รัฐบาลเกาหลีใต้มีนโยบายให้คาบสมุทรปลอดนิวเคลียร์
แนวคิดสหรัฐอยากติดตั้งนิวเคลียร์ที่เกาหลีใต้:
รายงาน Ground-Based Intermediate-Range Missiles in the Indo-Pacific ของ RAND เมื่อปี 2022 ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐคิดติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ออสเตรเลียและญี่ปุ่น
แผนติดตั้งนิวเคลียร์อินโด-แปซิฟิกน่าจะเทียบเคียงกับ “Nuclear sharing” ความร่วมมือด้านอาวุธนิวเคลียร์ของนาโต ข้อมูลปี 2019 ระบุว่าสหรัฐมีระเบิดนิวเคลียร์ B61 จำนวน 150 ลูกที่อยู่ในยุโรปภายใต้ Nuclear sharing การตัดสินใจใช้อาวุธเป็นระบบตัดสินใจร่วม สหรัฐจะเป็นผู้เตรียมอาวุธให้พร้อมใช้งาน ส่วนชาติยุโรปทำหน้าที่ปล่อยอาวุธ ส่งเครื่องบินขึ้นปฏิบัติการ
ดังที่เคยนำเสนอในบทความก่อนแล้วว่า เกาหลีใต้เป็นพันธมิตรสหรัฐตั้งแต่สมัยสงครามเกาหลี ปัจจุบันมีทหารอเมริกันในเกาหลีใต้กว่า 26,000 นาย แต่การคงอยู่มีปัญหาบางประการ ที่เอ่ยถึงมากคือการแบ่งเบาภาระงบประมาณจากเกาหลีใต้ ประเด็นสำคัญกว่านั้นคือจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของเกาหลีใต้ จึงต้องระมัดระวังหากทำเรื่องที่จีนกังวลใจ สมัยประธานาธิบดีมุน แจ-อิน (Moon Jae-in) รัฐบาลเกาหลีใต้แสดงท่าทีว่ายังไม่ต้องการนิวเคลียร์ จึงต้องรอดูท่าทีของรัฐบาลชุดปัจจุบันและอนาคต
ที่ผ่านมาการคงอยู่ของฐานทัพอเมริกันมุ่งชี้ว่าเพื่อป้องกันเกาหลีเหนือ แต่การติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางไม่อาจอ้างเหตุผลนั้นอีก เกาหลีใต้ต้องใคร่ครวญว่าหวังร่วมหัวจมท้ายกับสหรัฐหรือจะเป็นประเทศที่มีอิสระด้านการป้องกันประเทศ เพราะจะสัมพันธ์กับด้านอื่นๆ ทั้งหมด หากวันหนึ่งสหรัฐประกาศคว่ำบาตรห้ามติดต่อค้าขายกับจีน รัฐบาลเกาหลีใต้พร้อมทำตามหรือไม่ จีนเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 2003 แล้ว
แนวคิดมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง:
ในขณะที่มีแนวคิดว่ารัฐบาลสหรัฐอยากติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ที่นี่ ความคิดอีกกระแสดังขึ้น นั่นคือเกาหลีใต้ควรมีอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง
ผลโพลของ Chicago Council on Foreign Relations เมื่อกุมภาพันธ์ 2022 พบว่าคนเกาหลีใต้ 71% เห็นด้วยที่ประเทศจะสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของตนเองเพื่อป้องปรามเกาหลีเหนือ พฤษภาคมปีเดียวกันโพลของ Asan Institute for Policy Studies ให้ผลตรงกัน คนเกาหลีใต้ 70.2% อยากให้ประเทศมีอาวุธนิวเคลียร์ 63.6% อยากให้ประเทศมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเองแม้จะโดนคว่ำบาตรเพราะการสร้างอาวุธนี้ก็ตาม
จากฐานคิดว่าหากเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้นจริง รัฐบาลสหรัฐคงไม่เสี่ยงร่วมสงครามนี้ ไม่ต้องการให้ประเทศตัวเองเป็นพื้นที่หัวรบนิวเคลียร์หล่นใส่ แม้เกาหลีใต้กับสหรัฐมีสนธิสัญญาป้องกันประเทศต่อกัน
แนวคิดนี้น่าสนใจเพราะนับวันคนเกาหลีใต้ที่เห็นด้วยเพิ่มขึ้น
ในแง่เทคโนโลยี นักวิชาการบางคนมั่นใจว่าเกาหลีใต้สามารถสร้างทั้งตัวหัวรบกับระบบปล่อยนิวเคลียร์ (เกาหลีใต้สร้างขีปนาวุธพิสัยกว่าพันกิโลเมตรของตัวเองได้แล้ว)
Lee Jung-hoon จาก Yonsei University ให้ความเห็นว่า แม้จะใช้นโยบายคาบสมุทรปลอดนิวเคลียร์มาหลายปีแต่ไม่อาจห้ามการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 7 (ครั้งต่อไป) ที่เกาหลีเหนือกำลังจะทำ และคงไม่หยุดเท่านี้ เป็นหลักฐานว่านโยบายดังกล่าวล้มเหลว วิธีการเดิมๆ ที่ใช้มา 2 ทศวรรษล้มเหลว ควรหาแนวทางใหม่
บางคนถึงกับพูดว่าถ้าเกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์ครั้งที่ 7 เกาหลีใต้ควรถอนตัวออกจาก NPT ทันที ข้อนี้จะเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาลจีนที่จะต้องกดดันเกาหลีเหนือระงับโครงการอาวุธนิวเคลียร์แทนที่จะสุ่มเสี่ยงให้ตึงเครียดกว่าเดิม อีกทั้งเป็นไปได้ว่าหากเกาหลีใต้ถอนตัวออกจาก NPT ญี่ปุ่นจะทำตามด้วย
บรรทัดสุดท้ายของแนวคิดนี้คือถ้าเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์ เกาหลีใต้จะขอมีด้วย เรื่องที่จะหวังพึ่งการปกป้องจากสหรัฐไม่น่าเชื่อถือ
Cheong Seong-chang จาก Sejong Institute ชี้ว่า ในยามนี้สหรัฐต้องหวังความร่วมมือจากพันธมิตรที่จะมีอาวุธนิวเคลียร์ เกาหลีใต้มีศักยภาพดังกล่าว สามารถสร้างนิวเคลียร์ 4,000 หัวรบ และสามารถผลิตลูกแรกภายใน 2-3 ปี คำถามคือจะเริ่มผลิตเมื่อไหร่
นักวิชาการบางคนคิดว่าเกาหลีใต้มีแผนสร้างเรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์ด้วย กันยายน 2021 เกาหลีใต้ทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำที่สร้างเอง เป็นไปได้ว่าเป้าหมายในระยะแรกคือขีปนาวุธที่มีพิสัยไม่เกิน 800 กิโลเมตร
เกาหลีใต้จะมีอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่เป็นประเด็นที่วิพากษ์ได้อีกมาก ที่สุดแล้วนักวิชาการบางคนคิดว่าถ้าจำเป็นจริงๆ ย่อมต้องมีไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม
มุมมองจากสหรัฐ รัสเซีย จีน:
ถ้าข้อสรุปคือต้องมีอาวุธนิวเคลียร์ คำถามตามมาคือรัฐบาลสหรัฐจะเห็นชอบหรือไม่ ถ้าสหรัฐตั้งเป้าว่าต้องเป็นระบบคล้าย Nuclear sharing ที่ทำกับยุโรป เอื้อให้สหรัฐมีอิทธิพลในเกาหลีใต้ต่อไป รักษาความเป็นมหาอำนาจผู้ครองความเป็นเจ้า
ในอดีตรัฐบาลสหรัฐเกลี้ยกล่อมห้ามอินเดียสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง เสนอให้อินเดียเข้าร่วม Nuclear sharing และจะป้องกันอินเดียหากโดนโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ แต่รัฐบาลอินเดียปฏิเสธ ทุกวันนี้อินเดียจึงมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง
รัฐบาลเกาหลีใต้จะตอบคำถามนี้อย่างไร บรรดานักการเมืองมีอิสระมากพอที่จะตัดสินใจบนผลประโยชน์แห่งชาติของตนแค่ไหน เป็นประเด็นที่น่าติดตาม
ไม่ว่าเกาหลีใต้จะมีขีปนาวุธพิสัยกลางหรือ Tactical ballistic missile พิสัย 150-300 กิโลเมตร ล้วนตีความได้ว่ากระทบความมั่นคงของจีนกับรัสเซีย ลำพังกระทบเกาหลีเหนือก็กระทบต่อจีนแล้ว
จีนกับรัสเซียคงไม่เห็นด้วยแน่นอน ที่ผ่านมาการคงอยู่ของฐานทัพอเมริกันมุ่งชี้ว่าเพื่อป้องกันเกาหลีเหนือ แต่การติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางยากจะอ้างว่ามีไว้เพื่อยิงเกาหลีเหนือ
ประเด็นสุดท้ายที่เกาหลีใต้ต้องใคร่ครวญคือ ต้องการร่วมหัวจมท้ายกับสหรัฐ หรือจะเป็นประเทศที่มีอิสระด้านการป้องกันประเทศ เพราะจะสัมพันธ์กับด้านอื่นๆ ทั้งหมด หากวันหนึ่งสหรัฐประกาศคว่ำบาตรห้ามติดต่อค้าขายกับจีน รัฐบาลเกาหลีใต้พร้อมทำตามหรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นโยบายต่างประเทศจีน2024จากมุมมองสหรัฐ
เป้าหมายนโยบายต่างประเทศคือการฟื้นฟูชาติจีนครั้งยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะใช้มุมมองจีนหรือสหรัฐ ทั้งคู่มองว่าต่างเป็นคู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์และน่าจะเป็นปรปักษ์ในที่สุด
ยุทธศาสตร์แห่งชาติจีน2024จากมุมมองสหรัฐ
กำหนดเป้าหมาย ‘มีกองทัพเข้มแข็งระดับโลก เป็นผู้นำทบทวนระเบียบโลก’ ในการนี้จีนต้องเผชิญหน้าสหรัฐผู้นำระเบียบโลกปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปฐมบทอาหรับสปริงซีเรีย
ความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจสังคมเป็นต้นเหตุสำคัญของอาหรับสปริงซีเรีย รัฐบาลต่างชาติที่หวังล้มอัสซาดพยายามอยู่นานหลายปี รอจนวาระและโอกาสเป็นใจ
จากฮาเฟซ อัลอัสซาดสู่จุดเริ่มอาหรับสปริงซีเรีย
อำนาจการปกครองเป็นของคนส่วนน้อย คนกลุ่มนี้แหละที่ได้รับประโยชน์ ทิ้งให้ประชาชนจำนวนมากอยู่ตามมีตามเกิด อำนาจนี้เปลี่ยนมือไปมาจนมาถึงระบอบอัสซาดที่อยู่ได้ 2 ชั่วคน คือพ่อกับลูก
จากสถาปนาประเทศซีเรียสู่พรรคบาธ
เรื่องราวของซีเรียเต็มไปด้วยการแข่งขันช่วงชิงทั้งภายในกับอำนาจนอกประเทศ ความขัดแย้งภายในหลายมิติ เป็นอีกบทเรียนแก่นานาประเทศ
2024สงครามกลางเมืองซีเรียระอุอีกครั้ง
สงครามกลางเมืองที่ดำเนินมาเกือบ 14 ปียังไม่จบ สาเหตุหนึ่งเพราะมีรัฐบาลต่างชาติสนับสนุนฝ่ายต่อต้านกับกลุ่มก่อการร้าย HTS เป็นปรากฏการณ์ล่าสุด