นับเป็นเวลากว่า 9 ปีแล้วกับการที่ บริษัท คิสออฟบิวตี้ จำกัด อยู่ในวงการธุรกิจความงามของคนไทย โดยยังถือเป็นเจ้าแรกในการบุกเบิกตลาดโลชั่นน้ำหอมในไทย ภายใต้แบรนด์ “มาลิสสา คิส (Malissa Kiss)” อีกด้วย ซึ่งนับจากนี้ก็เตรียมความพร้อมที่จะเดินทัพพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านความงาม-อุปโภคบริโภค เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าด้วยความเข้าใจ ผ่านความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี พัฒนาคุณภาพชีวิตลูกค้าให้ดีที่สุด ควบคู่ไปกับการเสริมทัพแบรนด์น้องใหม่ และที่สำคัญต้องทันสถานการณ์กับการปรับกลยุทธ์เดินหน้าธุรกิจสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น
นายกิตติพนธ์ นามพิชญ์ธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิสออฟบิวตี้ จำกัด กล่าวถึงหัวใจหลักในการทำธุรกิจว่า คิสออฟบิวตี้ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก WE THINK CUSTOMER FIRST เราใส่ใจในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติให้กับลูกค้า ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด ควบคู่ไปกับแนวคิดในการตั้งราคาที่เหมาะสม และส่งมอบสินค้าคุณภาพดีเยี่ยมแก่กลุ่มลูกค้าทุกคน ไม่ใช่แค่เพียงในประเทศไทย แต่ต้องเป็นระดับอาเซียน ผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อให้ลูกค้าได้รู้สึกสนุกสนานไปกับการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้ทุกคนสวยงามโดดเด่นในแบบของตัวเอง การส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพเพื่อมอบความสุขทุกครั้งที่ได้หยิบใช้ผลิตภัณฑ์
“ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา คิสออฟบิวตี้ให้ความใส่ใจในทุกกระบวนการผลิตของโรงงานและคุณภาพผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด ภายใต้มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น GMP มาตรฐานควบคุมการผลิต ที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองคุณภาพโดย TUV NORD สถาบันรับรองความปลอดภัยของประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตระดับสากลที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติทั่วโลก และ ISO 22716 ระบบจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีในการผลิตเครื่องสำอาง ระบบมาตรฐานระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรป ซึ่งครอบคลุมการจัดการเรื่องการควบคุมคุณภาพการผลิต การจัดเก็บ บรรจุภัณฑ์และฉลากการตรวจสอบกลับได้ การขนส่ง ตลอดจนระบบควบคุมเอกสารและบันทึกคุณภาพ ควบคุมอันตรายและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านความปลอดภัย ความยั่งยืน”
สำหรับปัจจุบัน คิสออฟบิวตี้พัฒนาแบรนด์สินค้าคุณภาพออกมา 8 แบรนด์หลักด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าอย่างหลากหลาย 1.มาลิสสา คิส (Malissa Kiss) 2.แทงกีโมรี (Daeng Gi Meo Ri) 3.สกินอ๊อกซี่ (Skinoxy) 4.มุนอา เฮ้าส์ (MoonA House) 5.ทูซัมวัน (2Some1) 6.คลารีน่า (Claryna) 7.จูเลียต โคล (Juliet Cole) และ 8.ยูมะ (Yuma) นำเสนอทุกแบรนด์ผ่านช่องทางการขายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ
นายกิตติพนธ์กล่าวเสริมว่า ในส่วนของกลยุทธ์ในการพัฒนาธุรกิจพร้อมทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล คิสออฟบิวตี้ได้วางไว้ 4 แกนหลักด้วยกัน คือ 1.การบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต ได้แก่ การมีแผนงานสำรองอย่างชัดเจนเพื่อรองรับทุกปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ ของโลก 2.การตลาดแบบออมนิแชนเนล การผสานโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกันเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป 3.การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการใช้ข้อมูล โดยนำข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น และนำมาปรับกลยุทธ์ต่างๆ ภายในบริษัท และ 4.การทำธุรกิจออนไลน์ข้ามประเทศ เป็นโอกาสในการขยายตลาดการส่งออกและเติบโตสู่ต่างประเทศ ภายใต้งบประมาณที่ต่ำกว่าการส่งออกในรูปแบบเดิมๆ
นอกจากนี้ยังได้มีการส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศต่างๆ ทั้งจีน ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และมีแผนที่จะขยายให้ครอบคลุมไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว และเมียนมาอีกด้วย พร้อมตั้งเป้า 25:50:50 เป็นสัดส่วนของเป้าหมายที่กำลังเร่งเดินหน้าให้เกิดขึ้นภายในปี 2567 โดยบริษัทจะมีลูกค้า 50 ล้านคนทั่วทั้งอาเซียน และมียอดขายจากช่องทางออนไลน์ 50%.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม.. “อำนาจกรรม .. เป็นใหญ่ในโลก!!” ณ จังหวัดอุบลราชธานี!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีธรรมบทหนึ่งกล่าวไว้น่าสนใจ มีความว่า...
สภาฯ ต้าน”บุหรี่ไฟฟ้า” หวั่น เยาวชนตกเป็นทาส
ปัญหา”บุหรี่ไฟฟ้า”ที่ตอนนี้กลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาทางสังคมที่หลายฝ่ายเป็นห่วง หลังพบว่าคนไทยโดยเฉพาะ”เยาวชน-คนรุ่นใหม่”
ระเบิดศึกซักฟอก ดีลแลกประเทศ
การเมืองตลอดสัปดาห์หน้าร้อนระอุแน่นอน กับ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 24-25 มีนาคม และลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ ในวันที่ 26 มีนาคม
ร่วมทริปคาราวานยานยนต์ไฟฟ้า พาคนไทยไปเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ปัจจุบัน ความนิยมของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ถือว่าเริ่มดีมากขึ้น โดยในทุกๆ เดือนจะมีตัวเลขการจดทะเบียนรถ EV เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงค่ายรถต่างๆ ก็พากันเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทย
..สืบสานราชธรรม .. ณ เมืองลับแล จ.อุตรดิตถ์!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปร่วมขับเคลื่อน โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน