การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลสังหารนักข่าวที่ทำงานกับอัลจาซีรา ขณะที่กองทัพได้ออกคำสั่งอพยพใหม่บางส่วนทางตอนเหนือของกาซา และกดดันด้วยการโจมตีทางอากาศและปฏิบัติการภาคพื้นดินในดินแดนปาเลสไตน์อีกครั้ง

ชาวปาเลสไตน์รีบอุ้มเด็กหญิงที่ได้รับบาดเจ็บออกจากจุดที่อิสราเอลโจมตีค่ายผู้พลัดถิ่นชั่วคราวในใจกลางกาซาซิตี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม (Photo by Omar AL-QATTAA / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 25 มีนาคม 2568 กล่าวว่า อิสราเอลกลับมาโจมตีทางอากาศอย่างเข้มข้นทั่วฉนวนกาซาอีกครั้ง ตามด้วยปฏิบัติการภาคพื้นดิน หลังจากการเจรจาขยายเวลาหยุดยิงกับกลุ่มฮามาสถึงทางตัน
เมื่อเย็นวันจันทร์ โฆษกกองทัพอิสราเอลได้ออกคำเตือนล่วงหน้าก่อนการโจมตีในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองจาบาเลีย
"กลุ่มก่อการร้ายกลับมาโจมตีพื้นที่ที่มีประชากรอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของคุณ ให้มุ่งหน้าทางใต้ไปยังที่หลบภัยที่พบทันที" โฆษกกองทัพอิสราเอลกล่าวผ่านโซเชียลมีเดีย หลังจากออกคำเตือนที่คล้ายกันสำหรับเมืองเบต ลาเฮียและเบต ฮานูน
ก่อนหน้านี้ หน่วยงานป้องกันพลเรือนของกาซาเปิดเผยว่าการโจมตีด้วยโดรนของอิสราเอลเมื่อบ่ายวันจันทร์ได้สังหารฮุสซัม ชาบัต ซึ่งทำงานให้กับสำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) ใกล้กับปั๊มน้ำมันในเบต ลาเฮีย
มะห์มูด บาสซัล โฆษกของหน่วยงานฯกล่าวว่า การโจมตีทางอากาศได้สร้างความเสียหายต่อรถยนต์มากกว่า 10 คันในพื้นที่ต่างๆ ของกาซา รวมถึงรถยนต์ของชาบัต
"ฮุสซัม ชาบัต นักข่าวที่ทำงานร่วมกับอัลจาซีรา เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซาทางตอนเหนือ" ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์กาตาร์
ภาพจากเอเอฟพีทีวีในที่เกิดเหตุเผยให้เห็นชาวปาเลสไตน์รวมตัวกันรอบ ๆ รถซึ่งมีสติกเกอร์ของอัลจาซีราติดอยู่บนกระจกหน้ารถ และสามารถมองเห็นศพบนพื้นดินบริเวณใกล้เคียงได้
ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลเคยกล่าวหาชาบัตและนักข่าวชาวปาเลสไตน์อีก 5 คนว่าเป็นพวกก่อการร้าย ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธ
ผู้คนหลายร้อยคนเข้าร่วมพิธีศพของชาบัตที่จัดขึ้นที่โรงพยาบาลในเบต ลาเฮีย โดยร่วมกันสวดมนต์เหนือร่างของเขาซึ่งยังคงสวมเสื้อกันกระสุน
หน่วยงานป้องกันพลเรือนยังระบุเพิ่มเติมว่า มูฮัมหมัด มานซูร์ เจ้าหน้าที่สื่อของสถานีโทรทัศน์ 'Palestine Today TV' ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ในเครืออิสลามญิฮาด เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาทางตอนใต้ด้วยเช่นกัน
ในแถลงการณ์ สมาคมนักข่าวปาเลสไตน์เรียกการเสียชีวิตของชาบัตและมานซูร์ว่า "เป็นอาชญากรรมที่ซ้ำเติมประวัติศาสตร์การก่อการร้ายของอิสราเอล"
รายงานระบุว่ามีนักข่าวและเจ้าหน้าที่สื่อมากกว่า 206 รายเสียชีวิตนับตั้งแต่เริ่มต้นสงคราม ซึ่งเกิดจากการโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023
การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1,218 รายในอิสราเอล ในขณะที่การตอบโต้ของอิสราเอลได้สังหารผู้คนในฉนวนกาซาอย่างน้อย 50,082 รายเช่นกัน
กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซากล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า มีผู้เสียชีวิต 730 รายนับตั้งแต่อิสราเอลกลับมาโจมตีอีกครั้งเมื่อวันที่ 18 มีนาคม รวมทั้ง 57 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮามาสเผยแพร่คลิปวิดีโอเมื่อวันจันทร์ ที่แสดงให้เห็นตัวประกันชาวอิสราเอล 2 คนซึ่งเอเอฟพีระบุว่าคือ เอลคานา โบห์บ็อต และโยเซฟ ไฮม์ โอฮานา โดยพวกเขาบรรยายถึงอันตรายที่พวกเขาเผชิญตั้งแต่ที่อิสราเอลกลับมาโจมตีอย่างหนักอีกครั้ง
ครอบครัวของโบห์บ็อตแสดงปฏิกิริยาต่อคลิปวิดีโอดังกล่าวด้วยแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เร่งดำเนินการให้เกิดการปล่อยตัวตัวประกันที่เหลือ
กลุ่มก่อการร้ายจับตัวประกัน 251 คนไปตั้งแต่เริ่มสงคราม โดย 58 รายในจำนวนนี้ยังคงอยู่ในฉนวนกาซา รวมถึง 34 รายที่กองทัพอิสราเอลระบุว่าเสียชีวิตแล้ว
กองทัพอิสราเอลกล่าวว่าได้สกัดกั้นกระสุนปืนใหญ่จำนวน 3 นัดที่ยิงมาจากฉนวนกาซาเมื่อเย็นวันจันทร์ โดยทั้งกลุ่มฮามาสและพันธมิตรอิสลามญิฮาดเผยว่าพวกเขายิงจรวดไปที่อิสราเอล
กองทัพยังกล่าวอีกว่าได้สกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงมาจากเยเมน ซึ่งเป็นลูกที่ 6 นับตั้งแต่การสู้รบในฉนวนกาซาเริ่มขึ้นอีกครั้ง
ต่อมากลุ่มกบฏฮูตีอ้างความรับผิดชอบในการยิงขีปนาวุธ 2 ลูก และกล่าวว่าพวกเขาจะโจมตีพื้นที่ใจกลางของอิสราเอลจนกว่าการรุกรานและการปิดล้อมฉนวนกาซาจะยุติลง
กองทัพอิสราเอลกล่าวล่าสุดว่าได้โจมตีฐานทัพทหาร 2 แห่งในซีเรียตอนกลางอีกครั้ง โดยไม่สนคำเตือนของสหภาพยุโรปที่ว่าการโจมตีซีเรียและเลบานอนเสี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น.