ยูเครนเผยว่ากองกำลังของตนกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันในเมืองบัคมุต ซึ่งเป็นเมืองที่แทบล่มสลายจากการปะทะในแคว้นโดเนตสค์ทางตะวันออกที่รัสเซียพยายามยึดมาเป็นเวลาหลายเดือน
ทหารยูเครนยิงปืนครกตอบโต้การบุกของกองกำลังรัสเซียในเขตแนวหน้าก่อนถึงเมืองบัคมุต ในแคว้นโดเนตสค์ของประเทศยูเครน (Photo by Anatolii Stepanov / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 กล่าวว่า โอเล็กซานเดอร์ ซีรีสกี ผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้นดินของยูเครนกล่าวบนโซเชียลมีเดียว่า สถานการณ์รอบเมืองบัคมุตกำลังตึงเครียดอย่างหนัก เพราะรัสเซียไม่ยอมถอยแม้จะสูญเสียกองกำลังไปมาก แต่ก็ได้ส่งหน่วยจู่โจมวากเนอร์ที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดี เข้ามาเป็นกองหนุนเพื่อฝ่าแนวป้องกันของทหารยูเครนให้ได้
คาดกันว่ากองกำลังของรัสเซียและกลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์ ต้องการปิดล้อมเมืองให้ได้ เพื่อง่ายต่อการเข้ายึด
ทั้งนี้ บัคมุตเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของแคว้นโดเนตสค์ในประเทศยูเครน และเป็นเขตอุตสาหกรรมที่มีประชากรก่อนสงครามประมาณ 70,000 คน ก่อนจะกลายมาเป็นศูนย์กลางของสงครามการบดขยี้ในภาคตะวันออกของยูเครน
การสู้รบครั้งนี้เป็นการรุกรานที่ยาวนานที่สุดของรัสเซียซึ่งดำเนินมายาวนานทั้งปี มีการโจมตีด้วยปืนใหญ่ทุกๆวัน จนทำให้ทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก และทำให้เมืองกลายเป็นซากปรักหักพัง
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าบัคมุตไม่ได้มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ด้านการสู้รบ แต่เป็นเหยื่อและสัญลักษณ์ของชัยชนะท่ามกลางการศึกที่ยังคงดำเนินต่อไป.
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 กล่าวว่า โอเล็กซานเดอร์ ซีรีสกี ผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้นดินของยูเครนกล่าวบนโซเชียลมีเดียว่า สถานการณ์รอบเมืองบัคมุตกำลังตึงเครียดอย่างหนัก เพราะรัสเซียไม่ยอมถอยแม้จะสูญเสียกองกำลังไปมาก แต่ก็ได้ส่งหน่วยจู่โจมวากเนอร์ที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดี เข้ามาเป็นกองหนุนเพื่อฝ่าแนวป้องกันของทหารยูเครนให้ได้
คาดกันว่ากองกำลังของรัสเซียและกลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์ ต้องการปิดล้อมเมืองให้ได้ เพื่อง่ายต่อการเข้ายึด
ทั้งนี้ บัคมุตเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของแคว้นโดเนตสค์ในประเทศยูเครน และเป็นเขตอุตสาหกรรมที่มีประชากรก่อนสงครามประมาณ 70,000 คน ก่อนจะกลายมาเป็นศูนย์กลางของสงครามการบดขยี้ในภาคตะวันออกของยูเครน
การสู้รบครั้งนี้เป็นการรุกรานที่ยาวนานที่สุดของรัสเซียซึ่งดำเนินมายาวนานทั้งปี มีการโจมตีด้วยปืนใหญ่ทุกๆวัน จนทำให้ทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก และทำให้เมืองกลายเป็นซากปรักหักพัง
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าบัคมุตไม่ได้มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ด้านการสู้รบ แต่เป็นเหยื่อและสัญลักษณ์ของชัยชนะท่ามกลางการศึกที่ยังคงดำเนินต่อไป.