วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid

สำรวจเพื่อนมีอิทธิพลเหนือเยาวชนยิ่งกว่าพ่อแม่


ผลสำรวจพบเยาวชนที่มีเซ็กซ์ในวัยเรียน กล้าปรึกษาหาทางออก แต่มาเมื่อติดโรคแล้ว มีทั้งเอดส์และทำแท้ง เหตุเข้าใจผิดเรื่องเพศ ใช้ถุงยางไม่ถึงครึ่ง เพื่อนยังมีอิทธิพลสำคัญในการชักนำไปในทางดีหรือเลว พร้อมทำตามเพียงเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดแถลงเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หัวข้อ "เซ็กส์กับต้นทุนชีวิต" นพ.สุริยเดว ทรีปาตี หัวหน้าคลินิกเพื่อนวัยทีน สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และ ผจก.แผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การสำรวจต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชน เปรียบเทียบระหว่างเด็กที่มีพฤติกรรมเพศสัมพันธ์และไม่มีเพศสัมพันธ์ ทั้งที่เข้ารับบริการสุขภาพทางเพศของโครงการเลิฟแคร์ และวัยรุ่นในสถานศึกษาในเขต กทม. 2,564 คน ช่วง 3 เดือนของปี 2551-2552 พบกลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับบริการสุขภาพทางเพศของโครงการเลิฟแคร์ จำนวน 333 คน อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 20 ปี ขณะที่เด็กในสถานศึกษา แยกเป็นกลุ่มที่ยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์แล้ว 513 คน อายุเฉลี่ย 19 ปี เด็กในสถานศึกษาที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ 1,718 คน อายุเฉลี่ย 16 ปี

นพ.สุริยเดวกล่าวว่า ข้อมูลที่พบระบุว่าเด็กที่เข้าโครงการเลิฟแคร์มีต้นทุนชีวิตมากกว่า และเข้มแข็งกล้าเผชิญความจริงถึง 80% ส่วนเด็กในสถานศึกษาทั้ง 2 กลุ่มกลับอ่อนแอเรื่องดังกล่าว โดยกลุ่มเด็กในสถานศึกษาที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว จะมีทักษะในการปฏิเสธที่จะมีเพศสัมพันธ์ต่ำที่สุดคือ 65% และมีจุดยืนต่อการมีเพศสัมพันธ์เพียง 42% ต่ำกว่าทักษะปฏิเสธ แสดงให้เห็นว่าถึงแม้เด็กยุคใหม่จะมีทักษะที่จะปฏิเสธ แต่กลับยอมรับการมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น ขณะที่เด็กผู้หญิงยังมีทักษะปฏิเสธและมีจุดยืนต่อการมีเพศสัมพันธ์ที่ดีกว่าเด็กผู้ชาย

"เด็กทั้ง 3 กลุ่มอ่อนแอมากเรื่องการทำกิจกรรมที่ดีในชุมชน และกิจกรรมที่ดีในหมู่เพื่อน คืออยู่ที่ 30-50% โดยกลุ่มเลิฟแคร์ต่ำที่สุด ทำให้เด็กพร้อมที่จะทำตามกระแส คำชักชวนของกลุ่มเพื่อนไม่ว่าดีหรือไม่ดี เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ แม้ครอบครัวจะดูแลมาอย่างดี เช่น ค่านิยมอยู่ก่อนแต่งที่ถูกมองเป็นเรื่องปกติ จำต้องเปิดพื้นที่ด้านบวกและสร้างพลังด้านที่ขาดไปให้เด็ก ทั้งกิจกรรม เพื่อน ชุมชน เพราะการสำรวจสะท้อนว่าพื้นที่สร้างสรรค์ที่หายไป ทำให้เด็กได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน และควรเพิ่มบริการสุขภาพที่เป็นมิตร และเข้าถึงในวัยรุ่นอย่างทั่วถึง" นพ.สุริยเดวกล่าว

ด้าน นพ.วัชระ พุ่มประดิษฐ์ ที่ปรึกษาองค์การแพธแห่งประเทศไทย (PATH) กล่าวว่า การสำรวจผู้ใช้บริการสุขภาพทางเพศในโครงการเลิฟแคร์ในเขต กทม. จำนวน 333 คนดังกล่าวนั้น มีอายุ 13-25 ปี แบ่งเป็นชาย 34.8% หญิง 64% เพศทางเลือก 1.2% ในจำนวนนี้เป็นนักเรียน-นักศึกษามากที่สุด 48.6% จากข้อมูลพบในรอบ 12 เดือน เพศชายมีเพศสัมพันธ์กับหญิง 81.2% เพศเดียวกัน 18.8% ซึ่งถ้ามีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันจะใช้ถุงยางอนามัย 100% แต่กับเพศตรงข้ามจะใช้เพียง 33.9% ขณะที่เพศหญิงก็ใช้ถุงยางอนามัย 38% เท่านั้น และพบวัยรุ่นหญิงที่เคยยุติการตั้งครรภ์ 1.6% ในจำนวนผู้เข้ารับบริการ มีต้องการตรวจเลือด 173 คน พบติดเชื้อเอดส์ 5 คน อีก 202 คน พบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 43 คน

นพ.วัชระกล่าวว่า ขณะนี้ได้ขยายโครงการเลิฟแคร์ไปอีก 9 จังหวัด และในอนาคตจำต้องสร้างให้ยั่งยืนด้วยการจัดบริการร่วมที่มีหลายฝ่ายร่วมกันทำงาน เพราะการเปิดคลินิกให้คำปรึกษาทางเพศ เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กเข้าถึงบริการทางสุขภาพที่เหมาะสม สร้างความรับผิดชอบด้วยการ "กล้ารัก กล้าเช็ก" ให้เด็กดูแลตัวเอง มีความรับผิดชอบ และจากข้อมูลพบเด็กมีความเข้าใจผิดเรื่องเพศมาก ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อเอดส์.

ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์