"ศิลปะไม่เพียงแค่มีประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติในแง่ปลอบประโลมจิตใจ แต่ศิลปะยังเป็นหน้าต่างเปิดสู่วัฒนธรรมอื่น ในการก่อเกิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน..."
นี่เป็นความหมายของคำว่า "ศิลปะ" ที่ "ดร.กมล ทัศนาญชลี" ศิลปินแห่งชาติประจำปี 2540 สาขาทัศนศิลป์ กล่าวถึงในการเปิดงานนิทรรศการศิลปะนานาชาติไทย-อเมริกัน ครั้งที่ 4"
ในฐานะศิลปินไทยที่ไปสร้างชื่อในสหรัฐอเมริกา และปัจจุบันอาจารย์กมลก็ใช้ชีวิตพำนักในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลานานหลายสิบปี แต่เมื่อมีโอกาสเมื่อไรก็จะบินกลับเมืองไทย และสิ่งที่ศิลปินแห่งชาติผู้นี้นำติดไม้ติดมือกลับมาจากเมืองลุงแซมนั้นก็คือ การริเริ่ม "โครงการศิลปะนานาชาติระหว่างไทย-อเมริกัน" ซึ่งถือว่าเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ต่อศิลปินทั้งสองประเทศ และยังเป็นการเปิดไปสู่โลกกว้างซึ่งกันและกันอีกด้วย
ในปีนี้ (2553) ถือเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ที่งานนิทรรศการของ ดร.กมลกลายเป็นความจริงอย่างเป็นรูปธรรม กับเชิญศิลปินนานาชาติจาก L.A. ARTCORE หอศิลปะมีชื่อของรัฐบาลสหรัฐ จำนวน 8 คน ได้แก่ Mark Steven Greenfield, Marla Fields.Lea Anderson, Edem Elesh, Koojah Kim, John E. Kneifl, Saul Alvarez และ William Dean Sarno มาจัดแสดงงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติของไทย 6 คน ได้แก่ ดร.กมล, ดร.ถวัลย์ ดัชนี, ศ.เกียรติคุณประหยัด พงษ์ดำ, อ.นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน, ศ.เดชา วราชุน, รศ.อิทธิพล ตั้งโฉลก และศิลปินชั้นนำอีก 4 คน ได้แก่ รศ.พงศ์เดช ไชยคุตร, พีระพงษ์ ดวงแก้ว, สมหมาย มาอ่อน ปิดท้ายที่ รศ.รสลิน กาสต์ พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมศึกษาดูงานศิลปะ ที่จัดเรียงรายภายในห้องโถงกว่า 40 ชิ้น ประกอบไปด้วยงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และสื่อผสม ที่รังสรรค์อย่างโดดเด่น
นอกจากนี้ยังจัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ "ศิลปะนานาชาติไทย-อเมริกัน ครั้งที่ 4" ควบคู่ไปกับงานแสดงนิทรรศการ เพื่อให้นิสิต-นักศึกษาด้านศิลปะกว่า 250 คน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม, โรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าคอร์สทำเวิร์กช็อปร่วมสังเกตการณ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากนักศิลปะมากฝีมือทั้งในและต่างประเทศ ทั้งหมดเป็นกิจกรรม ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมีนายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน วานนี้ (8 ก.พ.)
"การจัดโครงการแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องจนถึงครั้งที่ 4 ถือเป็นการเปิดโอกาสที่สำคัญให้กับศิลปินของไทยให้สามารถก้าวไปสู่สนามแสดงศิลปะในระดับสากล ได้พัฒนาสร้างงานที่แปลกใหม่ นำสิ่งที่ดีของนานาชาติมาพัฒนางานของเรา และนิสิต-นักศึกษายังได้เห็น ได้เรียนรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ที่หาโอกาสเช่นนี้ไม่ได้ง่ายๆ" ดร.กมลชี้แจงถึงคุณประโยชน์ที่จะได้รับ พร้อมกับกล่าวต่อด้วยว่า ที่เลือกศาสตร์ศิลปะของอเมริกา ก็เพราะเห็นว่าเป็นชาติที่มีกลิ่นอายศิลปะหลากหลายให้เรียนรู้ ไม่จำกัดแค่เฉพาะอเมริกันเท่านั้น อย่างศิลปินที่เชิญร่วมในครั้งนี้ ก็มีชาวเกาหลี, ยุโรป ซึ่งองค์ความรู้ที่จะได้รับก็ทวีคูณเหลือคณานับ เพราะไม่ถูกจำกัดอยู่ในวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่ง
หัวเรือใหญ่ของงานอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า นอกเหนือจากการเชิญศิลปินต่างชาติมาร่วมงานในประเทศไทย และนำผลงานของศิลปินไทย รวมถึงของนิสิต-นักศึกษาไปแสดงยังสหรัฐแล้ว ทางกลุ่มศิลปินแห่งชาติร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ได้คัดเลือกนักศึกษาที่มีฝีมือยอดเยี่ยม 10 คน จาก 5 ภูมิภาค ไปศึกษาดูงานที่สหรัฐ พร้อมทั้งผลิตงานในต่างแดน ก่อนจะนำมาจัดแสดงในเมืองไทย และขยายองค์ความรู้ที่ได้รับมาเผยแพร่ให้เพื่อนในสถานศึกษาและชุมชนอย่างทั่วถึง นับเป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์ศิลปะให้แข็งแรงอย่างยั่งยืนในสังคมไทย ด้วยแนวความคิดใช้ศิลปะเป็นหน้าต่างสู่วัฒนธรรมอื่น ที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกันได้อย่างสมบูรณ์
ไม่ใช่แค่คนจัดที่เห็นว่านิทรรศการครั้งนี้เป็นเรื่องดี ทว่า ผู้ชมงานที่พาลูกศิษย์ลูกหามาดูงานศิลป์ระดับนานาชาติ ผศ.สุรชัย เอกพลากร อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่า อยากให้จัดงานแบบนี้ขึ้นบ่อยๆ เพราะคนที่มาชมได้ประโยชน์ ได้ความรู้หมดไม่ว่าจะเป็นใคร อย่างครั้งนี้ทั้งอาจารย์และนิสิตก็ได้รู้ว่าเทรนด์ในการสร้างงานศิลปะของอเมริกากำลังเปลี่ยนไป คือเขาพยายามที่ลืมกลุ่มงาน Old Master เช่น ปิกัสโซ ฯลฯ และคิดทำสร้างสรรค์ศิลปะสมัยใหม่ที่บ่อบอกความเป็นตัวของคนอเมริกันและประเทศอเมริกาขึ้นมาเอง
"ตรงนี้ก็นำมาประยุกต์กับแนวทางผลิตงานศิลปะของไทยว่าจะควรพัฒนาให้ไปในทิศทางใด หรือค้นหาตัวตนของศิลปะไทยที่แท้จริงเป็นเช่นไร เนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบันเรามีแต่รับเอาทฤษฎีเอาเทคนิคของฝรั่งมา และก็นำความเป็นไทยจำพวกลายไทยหรืออะไรต่างๆ เข้าไป แล้วบอกว่านี่คือศิลปะไทยหรือศิลปะไทยร่วมสมัย แต่แท้จริงใช่หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ และการเรียนรู้มาก ทำมาก จากรุ่นสู่รุ่นก็ทำให้ตกผลึกได้เองว่าศิลปะไทยที่แท้จริงคืออะไร และมีรูปแบบเป็นอย่างไร"
ผู้ที่มีใจรักงานศิลปะร่วมเข้าชมและค้นหาตัวตนของงานศิลปะได้ตั้งแต่วันนี้-17 ก.พ.2553 ระหว่างเวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สอบถามเพิ่มเติมโทร.0-2247-0028 ต่อ 2204-2205.







