วันพุธที่ 10 มีนาคม 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid

ง้างปากฮอลแลนด์ฮุบ'ปทุมมา'


  เนเธอร์แลนด์อ้างสิทธิยื่นต่ออียู  ขอจดสิทธิบัตรปทุมมา  เกษตรข้องใจนำเข้าหัวพันธุ์จากไทยทุกปีอาจสวมรอยฮุบ  กรมวิชาการเกษตรนำคณะบินไปตรวจสอบ  เผยเป็นไม้ดอกส่งออกสูงเป็นอันดับ  2  รองจากกล้วยไม้  ทำรายได้เข้าประเทศปีละ  30-40  ล้านบาท

     นายสมชาย  ชาญณรงค์กุล  อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่   2  กรกฎาคมนี้  ว่า  แต่ละปีสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป  (EU)  ได้นำเข้าหัวพันธุ์ปทุมมาจากไทยไปปลูกค่อนข้างมาก  เพื่อผลิตเป็นไม้ตัดดอกและไม้กระถาง  โดยเฉพาะประเทศเนเธอร์แลนด์  ได้มีความพยายามที่จะยื่นจดสิทธิบัตรพันธุ์ปทุมมาให้เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเนเธอร์แลนด์  กรมวิชาการเกษตรจึงนำคณะนักพฤกษศาสตร์ของไทยเดินทางไปยังกรุงปารีส  ประเทศฝรั่งเศส  ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชคุ้มครองของ  EU  เพื่อตรวจสอบข้อมูลการยื่นจดสิทธิบัตรคุ้มครองพันธุ์ปทุมมาที่เนเธอร์แลนด์แอบอ้างสิทธิ์   ถ้าพบว่าเป็นพันธุ์ปทุมมาของไทย  กรมวิชาการเกษตรจะยื่นคัดค้านการจดสิทธิบัตรพันธุ์พืชดังกล่าวทันที  เพื่อปกป้องพันธุ์พืชไทยไม่ให้ต่างชาติขโมยพันธุ์ไปได้  ขณะเดียวกันยังเป็นการปกป้องตลาดและมูลค่าการส่งออกหัวพันธุ์ปทุมมา  ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นไต่ระดับสู่ปีละ  100  ล้านบาท

     อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า  หากปล่อยให้  EU  ขึ้นทะเบียนและจดสิทธิบัตรปทุมมาเป็นพันธุ์พืชคุ้มครองของ  EU  ได้  อนาคตจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกหัวพันธุ์ปทุมมาของไทยอย่างมาก  โดยผู้ส่งออกต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่ประเทศที่ยื่นจดสิทธิบัตรเอาไว้  ซึ่งจะทำให้มีต้นทุนสูงขึ้น  กรมวิชาการเกษตรจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบข้อมูลรายละเอียด  ทั้งเอกสารเกี่ยวกับพันธุ์ปทุมมาที่เนเธอร์แลนด์ขอยื่นจดสิทธิบัตร  พร้อมดูงานในเนิร์สเซอรี่และแปลงปลูกทดสอบ  โดยต้องตรวจสอบลักษณะต้น  ลักษณะหัว  ลักษณะใบ  และลักษณะดอก  ถ้าพิสูจน์แล้วพบว่าปทุมมาที่เนเธอร์แลนด์อ้างสิทธิ์  เป็นปทุมมาต่างชนิดกับพันธุ์ปทุมมาของไทย  ก็จะให้ขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชและจดสิทธิบัตรได้

     "ปทุมมา  หรือที่ชาวต่างชาตินิยมเรียกว่า  สยาม  ทิวลิป  (Siam  Tulip)  เป็นไม้ดอกที่มีศักยภาพในการส่งออกสูงเป็นอันดับ  2  ของไทย  รองจากกล้วยไม้  ปัจจุบันประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกปทุมมาปีละประมาณ  30-40  ล้านบาท  ขณะที่ตลาดโลกมีความต้องการหัวปทุมมาไม่น้อยกว่า   200  ล้านบาทต่อปี  โดยมีตลาดนำเข้าหลัก  ได้แก่  ญี่ปุ่น  เนเธอร์แลนด์  สหรัฐอเมริกา  เยอรมัน  โปรตุเกส  อิสราเอล  เบลเยียม  อิตาลี  จีน  และไต้หวัน  ถือเป็นตลาดที่มีคุณภาพและมีกำลังซื้อสูง   ซึ่งมีความต้องการหัวพันธุ์ปทุมมารวมปีละ  2-3  ล้านหัว"  นายสมชายกล่าว

     นายสมชายกล่าวว่า  แหล่งปลูกปทุมมาเพื่อผลิตหัวพันธุ์  เพื่อการส่งออกของไทยในปัจจุบัน  ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  เชียงราย  ลำพูน  พะเยา  เลย  และชัยภูมิ  เป็นต้น  สำหรับพันธุ์ปทุมมาไทยมีค่อนข้างหลากหลาย  อาทิ  พันธุ์ชมพูพิงค์  ดอยตุง  บลูมูน  ชมพูพร้าว  ขาวสันทราย  เขียวมรกต  และพันธุ์เชียงใหม่พิงค์  ซึ่งเป็นพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกและส่งออกมากที่สุด   โดยประเทศผู้นำเข้ามีความต้องการนำเข้าหัวพันธุ์ในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี  เพื่อปลูกขายเป็นไม้ดอกในเทศกาลคริสมาสต์  ได้รับการตอบรับจากตลาดดีมาก

     ปทุมมาอยู่ในวงศ์เดียวกับขิงและข่า  เป็นพืชใบเลี่ยงเดี่ยว  มีลำต้นสะสมอาหารอยู่ใต้ดินแบบเหง้า  ให้ดอกในช่วงฤดูฝนราวมิถุนายนถึงกันยายน  จากนั้นจะทิ้งใบจนหมดแล้วพักตัวอยู่ในดินตลอดช่วงฤดูหนาว  เมื่อถึงฤดูฝนจึงจะเจริญเติบโตออกดอกอีกครั้ง  ปทุมมามีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบประเทศอินโดจีน  พม่า  และไทย.

              

ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์