เนเธอร์แลนด์อ้างสิทธิยื่นต่ออียู ขอจดสิทธิบัตรปทุมมา เกษตรข้องใจนำเข้าหัวพันธุ์จากไทยทุกปีอาจสวมรอยฮุบ กรมวิชาการเกษตรนำคณะบินไปตรวจสอบ เผยเป็นไม้ดอกส่งออกสูงเป็นอันดับ 2 รองจากกล้วยไม้ ทำรายได้เข้าประเทศปีละ 30-40 ล้านบาท
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ว่า แต่ละปีสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ได้นำเข้าหัวพันธุ์ปทุมมาจากไทยไปปลูกค่อนข้างมาก เพื่อผลิตเป็นไม้ตัดดอกและไม้กระถาง โดยเฉพาะประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้มีความพยายามที่จะยื่นจดสิทธิบัตรพันธุ์ปทุมมาให้เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเนเธอร์แลนด์ กรมวิชาการเกษตรจึงนำคณะนักพฤกษศาสตร์ของไทยเดินทางไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชคุ้มครองของ EU เพื่อตรวจสอบข้อมูลการยื่นจดสิทธิบัตรคุ้มครองพันธุ์ปทุมมาที่เนเธอร์แลนด์แอบอ้างสิทธิ์ ถ้าพบว่าเป็นพันธุ์ปทุมมาของไทย กรมวิชาการเกษตรจะยื่นคัดค้านการจดสิทธิบัตรพันธุ์พืชดังกล่าวทันที เพื่อปกป้องพันธุ์พืชไทยไม่ให้ต่างชาติขโมยพันธุ์ไปได้ ขณะเดียวกันยังเป็นการปกป้องตลาดและมูลค่าการส่งออกหัวพันธุ์ปทุมมา ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นไต่ระดับสู่ปีละ 100 ล้านบาท
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า หากปล่อยให้ EU ขึ้นทะเบียนและจดสิทธิบัตรปทุมมาเป็นพันธุ์พืชคุ้มครองของ EU ได้ อนาคตจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกหัวพันธุ์ปทุมมาของไทยอย่างมาก โดยผู้ส่งออกต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่ประเทศที่ยื่นจดสิทธิบัตรเอาไว้ ซึ่งจะทำให้มีต้นทุนสูงขึ้น กรมวิชาการเกษตรจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบข้อมูลรายละเอียด ทั้งเอกสารเกี่ยวกับพันธุ์ปทุมมาที่เนเธอร์แลนด์ขอยื่นจดสิทธิบัตร พร้อมดูงานในเนิร์สเซอรี่และแปลงปลูกทดสอบ โดยต้องตรวจสอบลักษณะต้น ลักษณะหัว ลักษณะใบ และลักษณะดอก ถ้าพิสูจน์แล้วพบว่าปทุมมาที่เนเธอร์แลนด์อ้างสิทธิ์ เป็นปทุมมาต่างชนิดกับพันธุ์ปทุมมาของไทย ก็จะให้ขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชและจดสิทธิบัตรได้
"ปทุมมา หรือที่ชาวต่างชาตินิยมเรียกว่า สยาม ทิวลิป (Siam Tulip) เป็นไม้ดอกที่มีศักยภาพในการส่งออกสูงเป็นอันดับ 2 ของไทย รองจากกล้วยไม้ ปัจจุบันประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกปทุมมาปีละประมาณ 30-40 ล้านบาท ขณะที่ตลาดโลกมีความต้องการหัวปทุมมาไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาทต่อปี โดยมีตลาดนำเข้าหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา เยอรมัน โปรตุเกส อิสราเอล เบลเยียม อิตาลี จีน และไต้หวัน ถือเป็นตลาดที่มีคุณภาพและมีกำลังซื้อสูง ซึ่งมีความต้องการหัวพันธุ์ปทุมมารวมปีละ 2-3 ล้านหัว" นายสมชายกล่าว
นายสมชายกล่าวว่า แหล่งปลูกปทุมมาเพื่อผลิตหัวพันธุ์ เพื่อการส่งออกของไทยในปัจจุบัน ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา เลย และชัยภูมิ เป็นต้น สำหรับพันธุ์ปทุมมาไทยมีค่อนข้างหลากหลาย อาทิ พันธุ์ชมพูพิงค์ ดอยตุง บลูมูน ชมพูพร้าว ขาวสันทราย เขียวมรกต และพันธุ์เชียงใหม่พิงค์ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกและส่งออกมากที่สุด โดยประเทศผู้นำเข้ามีความต้องการนำเข้าหัวพันธุ์ในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี เพื่อปลูกขายเป็นไม้ดอกในเทศกาลคริสมาสต์ ได้รับการตอบรับจากตลาดดีมาก
ปทุมมาอยู่ในวงศ์เดียวกับขิงและข่า เป็นพืชใบเลี่ยงเดี่ยว มีลำต้นสะสมอาหารอยู่ใต้ดินแบบเหง้า ให้ดอกในช่วงฤดูฝนราวมิถุนายนถึงกันยายน จากนั้นจะทิ้งใบจนหมดแล้วพักตัวอยู่ในดินตลอดช่วงฤดูหนาว เมื่อถึงฤดูฝนจึงจะเจริญเติบโตออกดอกอีกครั้ง ปทุมมามีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบประเทศอินโดจีน พม่า และไทย.







