ดี๋ ดอกมะดัน
ก่อนปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 เพียง 5 วัน เขาล้มป่วยด้วยโรคถุงลมป่อง ถึงขั้นที่สมองขาดออก
ซิเจนไปแล้วกว่า 15 นาที แต่จะเป็นโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ ที่คณะแพทย์โรงพยาบาลพระราม 9
ได้ช่วยให้เขาได้มีลมหายใจขึ้นมาอีกครั้ง
และนับจากวันนั้นเป็นต้นมา เขาก็ได้ชื่อว่าเป็น "เจ้าชายนิทรา" ที่มีแค่ลมหายใจ ให้ครอบ
ครัวญาติสนิทมิตรสหายได้รับรู้อยู่เพียงว่า "เขายังมีชีวิตอยู่" แต่กับอวัยวะส่วนอื่นๆ รวมถึงสมอง
ไม่มีการสนองตอบใดๆ อะไรเลย
เป็นเวลา 2 ปี 9 เดือนกับ 1 วัน ที่เขาต้องตกอยู่ในสภาพ "ชายผู้มีเพียงลมหายใจ" จะ
ทุกข์ทรมานแค่ไหนไม่มีใครรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้น แต่กับคนในครอบครัว ลูก เมีย แม่ของเขาแล้ว
สามารถสัมผัสรับรู้ได้ว่าพวกเขาทุกข์ทรมานอย่างมาก กับการคอยดูแลคนที่เขารักอย่างสิ้นหวัง
วานนี้ (2ก.ค.) ราวๆ 6 โมงเช้า เขาได้สิ้นใจจากโลกนี้ไปอย่างสงบที่บ้าน ที่มีเพียงลูก
สาว 2 คนที่มีโอกาสได้อยู่ใกล้ๆ พ่อในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต โดยที่ "แม่" ของพวกเธอเพิ่งจะ
โกนหัวห่มขาวบวชชีอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร ก่อนหน้าเขาจะเสียชีวิตแค่ 1 วัน
ครับ..ผมกำลังเขียนถึง "ดี๋ ดอกมะดัน" ตลกเลือดเนื้อเชื้อไขชาวปักษ์ใต้ ผู้ซึ่งยามที่มีลม
หายใจใครต่อใคร ทั้งผู้ใหญ่ทั้งเพื่อนพ้องน้องพี่ ต่างมักจะสรรเสริญเยินยอให้ได้ยินมาโดยตลอดว่า
เป็นคนใจนักเลง มีแต่ให้ รักพวกรักพ้อง
แต่ยามล้มป่วยสัจธรรมหนึ่งที่ได้เห็น..คนจริงใจต่อกันนั้น หาได้น้อยรายนักในสังคมคนบันเทิง
ตลอดระยะเวลา 2 ปี กับ 9 เดือน ผมรับรู้ด้วยการเฝ้ามอง คนที่ดี๋รักกับคนที่บอกว่ารักดี๋ ทั้งที่เชิด
ชูเป็น "อาจารย์" ก็ดี เป็น "พี่ชาย" ก็ดี เป็น "น้อง" ก็ดี แทบจะเรียกได้ว่าไม่เคยได้เห็นหัว
หรือเห็นน้ำใจในยามที่เขาล้มป่วยเอาเลย
ที่จริงก็ใช่ธุระอะไรของผม ใครจะรักจะชังก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะคิดจะรู้สึก แต่ความ
อัดอั้นในบางสิ่งที่ได้แบกรับเอาไว้ จากที่รู้และสัมผัสกับตัวเองมา ในฐานะคนที่รักใคร่นับถือกันมา
เสมือนญาติ ก็อดไม่ได้ที่จะได้ระบายออกมาบ้าง..ก็แค่นั้น
ส่วนจะไปโดนใจใครเข้าอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นดังที่ผมได้กล่าว และนับจากนี้ก็ขอ
ให้ทำจิตใจให้สบาย เพื่อที่จะได้ร่วมส่งดวงวิญญาณของดี๋ ดอกมะดัน หรือ "สภา ศรีสวัสดิ์" ไปสู่
สัมปรายภพที่สุขๆ กันเถอะนะ
ซึ่งศพดี๋จะตั้งสวดพระอภิธรรม ที่ศาลา 3 วัดนวลจันทร์ ซอยนวลจันทร์ ทุกคืน (เว้นวันอัง
คารที่ 7 ก.ค.ซึ่งตรงกับวันอาสาฬหบูชา) ไปจนถึงวันที่ 11 ก.ค.นี้ และจะทำพิธีฌาปนกิจในวัน
อาทิตย์ที่ 12 ก.ค.เวลา 5 โมงเย็น
และจะเป็นด้วยบังเอิญหรือเจตนาของดี๋ก็ไม่อาจรู้ได้..เพราะการได้ "ตาย" ในเวลาอัน
ใกล้ๆ กับ "ไมเคิล แจ็กสัน" ราชาป๊อบร็อกผู้ยิ่งใหญ่นั้น ก็นับเป็นเกียรติอยู่ไม่น้อย สำหรับศิลปิน
ผู้ด้อย "ตลกคาเฟ่" อย่างเขา..
ขอให้สู่สุขคติ ในภพที่ชอบๆ นะพี่นะ!
สันต์ สะตอแมน









