11 วันแล้วที่ซากปรักหักพังดำเป็นตอตะโกของโรงหนังสยามและพื้นที่รอบๆ รวมถึงห้างยักษ์ยักษ์ใหญ่สุดเดิร์นอย่างเซ็นทรัลเวิลด์ ปรากฏแก่สายตาคนไทย แม้เปลวเพลิงจะมอดดับเหลือเพียงกลิ่นเหม็นไหม้ที่คละคลุ้งอยู่ในบริเวณรอบๆ
การเกิดอุบัติภัยทางธรรมชาติในรอบปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ ชิลี ภูเขาไฟระเบิดที่ประเทศไอซ์แลนด์ หรือย้อนกลับไปอีกก็คือการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิโถมเข้าซัดชายฝั่งอันดามันประเทศไทย สร้างความเสียหายมากมายให้กับประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง
การเมืองในขณะนี้ดูจะเป็นสิ่งที่เข้ามาใกล้ตัวของเด็กและเยาวชนมากขึ้น รวมทั้งเด็กในแต่ละคนเองก็จะมีวิธีการเรียนรู้ทางการเมืองและความเป็นประชาธิปไตยที่แตกต่างกัน แต่ทั้งนี้ ความคิดและความเชื่อมั่นของเด็กเองน่าจะมีผลมาจากการเลี้ยงดู และการที่เลือกซึมซับทำความเข้าใจที่แตกต่างกันออกไป โดยสิ่งเหล่านี้เองอาจจะไปเป็นตัวปิดกั้นไม่ให้สภาวะการเมืองในสังคมหลุดพ้นจากวัฏจักรทางการเมืองที่เลวร้ายในปัจจุบัน และนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง เช่นเดียวกับนานาอารยประเทศที่ปกครองในระบบประชาธิปไตยเหมือนประเทศไทย
สังคมโลกออนไลน์ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่เข้าใกล้ตัวเรามากยิ่งขึ้น ไล่เลียงไปได้ตั้งแต่ผู้ใหญ่วัยทำงานไปจนถึงเด็กวัยกระเตาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยรุ่นที่ดูแล้วนิยมชมชอบการพบปะพูดคุยกับเพื่อนในโลกไซเบอร์เป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าให้เริ่มถามจริงๆ สมัยนี้คงแทบไม่มีเด็กคนไหนไม่รู้จักวิธีการปฏิสัมพันธ์พูดคุยกับเพื่อน ไม่ว่าจะกับเพื่อนที่ รร. หรือเพื่อนใหม่ที่พบผ่าน "โซเชียลเน็ตเวิร์ก (Social Network)" เป็นแน่
เป็นเวลานานมากจนไม่อยากนับนิ้วว่ากี่ปีที่นิสิตนักศึกษาไม่ได้ออกมาแสดงพลังความคิดเห็นทางการเมืองอย่างจริงจัง หนักแน่น เหมือนกับการเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสี ไม่ว่าจะเป็นสีแดงกับรัฐบาล หรือสีแดงกับสีเหลือง หรือสีแดงกับกลุ่มคนเสื้อหลากสี
นับจากเหตุการณ์ 14 ตุลา. 2516 และ 6 ตุลา. 2519 เยาวชนไทย โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษาได้รับเครดิตว่าเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเมืองการปกครองของประเทศให้หลุดพ้นจากระบบเผด็จการ ไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยในทางปฏิบัติมากขึ้น ไม่ใช่เป็นประชาธิปไตยเพียงแค่แผ่นกระดาษ
ภาพตื่นเต้นเร้าใจ เหตุการณ์แผ่นดินถล่ม ลาวาพวยพุ่ง แผ่นดินแยกออกเป็น 2 เสี่ยง คลื่นยักษ์ที่ถาโถมในหนังเรื่อง "2012" สะกดเหล่าเยาวชนที่ร่วมกิจกรรมในโครงการค่ายเยาวชนกล้ายิ้มให้นั่งนิ่งตะลึงงันอยู่กับที่
"รางวัลแห่งเกียรติยศ รางวัลสารคดียอดเยี่ยม ได้แก่ สารคดีเรื่อง "ตามรอยคุ้มเจ้าหลวงลำปาง" โรงเรียนลำปางกัลยาณี จ.ลำปาง"
สมัยเสื้อเหลืองชุมนุม เคยมีพวกผู้ใหญ่และนักวิชาการออกมาทักท้วงว่าไม่เหมาะสม เพราะจะทำให้เด็กซึมซับความรุนแรง อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกลูกหลงของการถูกลอบทำร้ายจากกลุ่มอื่นๆ เช่น การยิงเอ็ม 79 ใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองที่เกิดขึ้นหลายครั้ง
ไม่ว่าจะในยุคสมัยไหน หรือไม่ว่าใคร ก็ย่อมต้องเห็นด้วยกับคำที่ว่า เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว ที่รอคอยให้คนมาแต่งเสริมเติมแต่งสีให้มีความรู้สึกนึกคิด ผิด ชอบ ชั่ว ดี ไปในแนวทางที่ผู้ทำหน้าที่แต่งแต้มสีต้องการ









