วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid

เด็ก... ตามรอยเท้าเด็กโบราณ


อิฐดินเผามีรอยเท้าเด็กประทับ ซึ่งนักโบราณคดีค้นพบจากโบราณสถานเขาพระนารายณ์ (เขาศรีวิชัย) อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

"รอยเท้าเด็ก" ที่ว่านี้ มีสองรอย วางตัวสลับทิศทางกัน ขนาดของรอยเท้ากว้าง 4.7 เซนติเมตร ยาว 11.6 เซนติเมตร คาดว่าจะเป็นรอยเท้าของเด็กอายุไม่เกิน 2 ปี เมื่อ 1,300 ปีก่อน ซึ่งนำมาจัดแสดง ณ ศาลาประชาคม วัดเขาศรีวิชัย ก่อนจะมีพิธีส่งมอบโบราณวัตถุรอยเท้าเด็กโบราณนี้แก่สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา ทำให้เด็กๆ และนักเรียนที่เข้าร่วม โครงการกิจกรรมเยาวชนสืบสายสัมพันธ์คาบสมุทรมลายา อยากออกเดินทางสำรวจเพื่อหาคำตอบว่า บนเขาพระนารายณ์นี้มีความสำคัญทางโบราณคดีอย่างไร และพี่ๆ นักโบราณคดีทำงานอย่างไร เด็กๆ อย่างพวกเขาจะช่วยดูแลรักษาแหล่งโบราณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ได้ไหม

คณะเยาวชนที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากเป็นเด็กๆ จากโรงเรียนวัดเขาศรีวิชัย ต.ศรีวิชัย ในพื้นที่แล้ว ยังมีเยาวชนจากภาคเหนือ เยาวชนจากสามจังหวัดภาคใต้ และตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย USM ประเทศเมเลเซีย ก็เดินทางมาร่วมกิจกรรมที่จะรักษามิตรภาพกับเยาวชนไทยอีกด้วย บางคนคุ้นเคยกับเขาพระนารายณ์ดี ขึ้นไปเที่ยวเล่นบน "ควน" ซึ่งเป็นคำที่ชาวใต้ใช้เรียกภูเขาเตี้ยๆ นี้บ่อยๆ แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าทำไมเรียกเขาพระนารายณ์ และบนนั้นมีอะไร นอกจากรอยเท้าเด็กโบราณ ทุกคนจึงต้องสวมบทบาทเป็นนักโบราณคดีรุ่นเยาว์ค้นหาปริศนาเขาพระนารายณ์

ย้อนหลังไปเมื่อ 1,300 ปีก่อน บริเวณนี้มีชุมชนโบราณอยู่อาศัย ชุมชนแห่งนี้มีความสัมพันธ์กับชุมชนโดยรอบ ติดต่อค้าขายกับโพ้นทะเลจนเจริญรุ่งเรืองและรับอิทธิพลศาสนาฮินดูมาด้วย จึงสร้างแบบจำลองทิพย์วิมานของทั้งพระศิวะและพระวิษณุสถิตอยู่บนเขาศรีวิชัย เพื่อเป็นที่เคารพบูชา รวมทั้งรับอิทธิพลของพระพุทธศาสนาด้วย บนเขาและโดยรอบเชิงเขาจึงมีศาสนสถานสร้างด้วยอิฐหลายหลังตามแบบศิลปะอินเดีย เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยกึ่งก่อนประวัติศาสตร์

และที่นี่ยังได้พบรูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ชิ้นสำคัญ อย่างเทวรูปพระนารายณ์ ศิวลึงค์ รวมทั้งธรรมจักร พระพิมพ์ ไปจนถึงเศษภาชนะดินเผา ลูกปัดโบราณ แม้ปัจจุบันโบราณสถานแห่งนี้จะพังทลายจนกลายเนินดินปะปนกับเศษอิฐแตกหัก เห็นเพียงเศษซากความรุ่งเรือง แต่กรมศิลปากรก็พยายามซ่อมแซมให้ร่องรอยอาคารมีความมั่นคงขึ้น ถือเป็นโบราณสถานที่สำคัญมากแห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี

"เด็กๆ ที่มาร่วมกิจกรรมอาจแตกต่างทางภาษา เชื้อชาติ ต่างศาสนา เราจัดกิจกรรมในพื้นที่โบราณสถานเพื่อให้เกิดการตั้งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ใช้โบราณสถานเป็นตัวนำ เพราะมีความเกี่ยวข้องในฐานะเป็นทรัพย์สินของชาติ แม้จะเป็นศาสนสถาน มีความเชื่อต่างกัน เด็กๆ ก็เข้ามาทำงานร่วมกันได้อย่ากลมกลืนทั้งพุทธและมุสลิม" พงศ์ธันว์ สำเภาเงิน หัวหน้ากลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช หรือ "ลุงหม่อง" ที่เด็กๆ เรียก เล่าถึงที่มาของโครงการที่จัดขึ้น โดยความร่วมมือของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มหาวิทยาลัยศิลปากร และกรมศิลปากร

นอกจากนี้ ลุงหม่องบอกด้วยว่า งานโบราณคดีเป็นเรื่องลึกลับและการทำงานด้านนี้ก็ไม่ได้เปิดเผยสู่สาธารณชนเท่างานด้านอื่น แต่ก็มีขั้นตอนที่ถูกต้องตามมาตรฐาน เยาวชนสามารถทำความเข้าใจและเห็นตัวอย่างจากประสบการณ์จริง แล้วจะเข้าใจว่าไม่ได้ซับซ้อนเกินกว่าสัมผัส พวกเขายังช่วยดูแลรักษา มีส่วนร่วมสืบทอดเผยแพร่ความสำคัญของโบราณสถานต่อไป

นักโบราณคดีรุ่นเยาว์เดินขึ้นสู่เขาพระนารายณ์อย่างระมัดระวัง ด้วยสภาพพื้นที่สันเขาและเชิงเขาไม่สม่ำเสมอ สูงต่ำแตกต่างกันออกไป เด็กๆ ใช้เวลาเดินเท้าไม่นานก็ถึงแหล่งโบราณสถานเขาพระนารายณ์ โบราณสถานแต่ละหมายเลขที่อยู่บนเขาถูกใช้เป็นฐานการเรียนรู้ว่า นักโบราณคดีทำงานภาคสนามอย่างไรกับแหล่งโบราณคดีที่พบ เริ่มต้นที่โบราณสถานหมายเลข 1 เป็นฐานให้ความรู้การสำรวจและทำแผนที่ โดยมีพี่นายช่างสำรวจชำนาญงานอธิบายวิธีการทำงาน เด็กๆ จึงทดลองใช้กล้องระดับควบคู่กับไม้ระดับ เพื่อหาค่าระดับความสูงต่ำของพื้นที่ ค่าที่ได้จะนำมาคำนวณและใช้ไปเขียนแบบ

ความรู้ทางโบราณคดีไม่หมดเพียงเท่านี้ ขั้นตอนต่อไปเยาวชนรู้จักการทำแบบเพื่อการบูรณะที่โบราณสถานหมายเลข 3, 4, 5 ซึ่งนายช่างศิลปกรรมรับหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ใจดีแนะนำว่าต้องทำอะไรบ้าง เด็กๆ ช่วยกันสังเกต สำรวจซากโบราณสถาน บรรจงใช้ดินสอวาดลาย รอยหยัก ส่วนโค้งที่ยังหลงเหลือบนโบราณสถานลงในกระดาษเขียนแบบ พวกเขาได้จินตนาการถึงสภาพโบราณสถานที่สมบูรณ์ก่อนพลังทลาย

นอกจากนี้ คณะนักโบราณคดีจูเนียร์ยังได้ประสบการณ์จริงกับการทำผังเพื่อเขียนแบบใช้ในการบูรณะ ณ โบราณสถานหมายเลข 6 ทั้งเข็มทิศ ตลับเมตร เทปวัดระยะ ดินสอ กระดาษเขียนแบบ เป็นอาวุธประจำกาย เด็กกำลังวัดความสูงของโบราณสถานจากพื้นดิน ก่อนจะทำการวัดระยะทิศเหนือ ใต้ ออก ตก บริเวณโบราณสถานนี้อย่างขะมักเขม้น เพื่อหาตัวเลขที่ถูกต้องใช้กับงานโบราณคดี แต่ที่ดึงดูดความสนใจมาก เห็นจะเป็นเครื่องมือวัดระยะด้วยเลเซอร์ วัดได้ไกลสุด 100 เมตร มันทำงานแม่นยำจริงๆ แต่ละขั้นตอนแม้จะยากไปสักหน่อยสำหรับเยาวชน ต้องใช้ทักษะและฝีมือ แต่พวกเขาก็สนใจใฝ่รู้สมวัย

จากภาคสนาม วันต่อมาเด็กๆ เดินทางสู่ห้องปฏิบัติการโบราณคดี ณ ห้องปฏิบัติการ สำนักศิลปากรที่ 14 จ.นครศรีธรรมราช เพื่อทดลองทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งทำความสะอาดเศษภาชนะดินเผา วิเคราะห์และทำความสะอาดกระดูก วิเคราะห์โบราณวัตถุด้วยกล้องกำลังขยายต่ำ รวมไปถึงได้เรียนรู้ด้านไอทีเพื่องานโบราณคดี

น้องนัท-ปภาดา สิงห์ขันธ์ นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนเขาศรีวิชัย บอกว่า ดีใจที่กิจกรรมนี้มาจัดที่บ้านของหนู ที่เขาศรีวิชัย ชาวบ้านจะเรียก "เขาพระนารายณ์" เพราะเป็นสถานที่สำคัญมากที่พบเทวรูปพระนารายณ์ หนูก็ไม่เคยเห็นของจริง แต่รู้ว่าตอนนี้เทวรูปพระนารายณ์เก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่กรุงเทพฯ เคยขึ้นไปบนเขาตั้งแต่เด็กๆ ยังเจอลูกปัดโบราณ เอามาร้อยใส่มือบ้าง คอบ้าง สุดท้ายก็หลุดหาย ตอนนั้นไม่รู้เลยว่ามีค่ามาก แต่ถ้าเจอตอนนี้จะเก็บไปส่งคุณครูที่โรงเรียน เพราะพอร่วมกิจกรรมนี้รู้ถึงความเก่าแก่ของโบราณสถาน สิ่งของที่พบถือเป็นโบราณวัตถุ ภูมิใจที่บ้านของหนูมีประวัติศาสตร์มานาน แล้วก็ดีใจที่รอยเท้าเด็กโบราณเก็บไว้ที่จังหวัดสุราษฎร์ จะได้ไปดูกัน อยากฝากถึงคนที่มาเที่ยวเขาพระนารายณ์ให้ช่วยกันรักษาที่นี่ ไม่เก็บอะไรกลับไป

"หนูไม่ได้ใฝ่ฝันว่าจะเป็นนักโบราณคดี แต่การมาร่วมกิจกรรม ลองทำงานต่างๆ รู้สึกอยากเป็นนักโบราณคดีขึ้นมา เพราะจะได้ศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ของบ้านตัวเองให้มากขึ้น" น้องนัทบอก

ด้าน ซัม-ซัมมูดิน ลาเต๊ะ นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน จ.ปัตตานี บอกว่า ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ส่วนใหญ่จะใช้การอ่านหนังสือ ครั้งหนึ่งคนบนคาบสมุทรมลายูใช้ศาสนาเดียวกัน คือพราหมณ์ฮินดู ก่อนที่จะต่างศาสนาเหมือนในปัจจุบัน ที่เขาพระนารายณ์ก็เป็นศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์ การที่ได้ร่วมกิจกรรมทำให้รู้มากขึ้น ที่แท้พุทธกับมุสลิมก็มีต้นกำเนิดจากคาบสมุทรเดียวกัน

กับประสบการณ์การทำงานภาคสนามที่เขาพระนารายณ์ ซัมบอกว่า ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการรวบรวมข้อมูล การทำแบบจำลองโบราณสถาน ถ้าเขียนแบบผิดจากรูปแบบเดิมโบราณสถานจะเปลี่ยนไป ถ้าคลาดเคลื่อนไปนิดเดียว เกินแค่ 1 หรือ 2 เซนติเมตร ก็เปลี่ยนไปมาก

"เป็นงานที่อาศัยความอดทน ความช่างสังเกต แยกระหว่างโบราณวัตถุกับดินหินธรรมดา แล้วก็ใช้สมาธิมาก ผมเป็นคนสะเพร่า ถ้าจะทำงานนี้ต้องระมัดระวังมาก ที่ผ่านมาออกค่ายบ่อย แต่เป็นค่ายวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ค่ายโบราณคดีนี่ถือเป็นครั้งแรก แต่ก็ชอบนะ กลับไปปัตตานีคงต้องดูว่ามีโบราณสถานที่ไหนบ้าง" เยาวชนจากสามจังหวัดชายแดนใต้กล่าว

เพื่อนร่วมชั้นเรียน ธานันท์ สาเล็ง กล่าวเสริมว่า ตั้งใจมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านโบราณคดี เพราะปัตตานีก็เป็นเมืองโบราณเช่นกัน มีโบราณสถานอยู่มากมาย พี่ๆ นักโบราณคดีสอนให้เรารู้จักคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ จากนี้ไปหากพบสิ่งที่คาดว่าจะเป็นโบราณวัตถุจะนำมาส่งมอบให้ภาครัฐ เพื่อทำการวิเคราะห์และดูแลรักษาอย่างถูกวิธีต่อไป เพราะขนาดเจ้าหน้าที่กรมศิลป์พบรอยเท้าเด็กโบราณยังต้องนำมาส่งคืนให้พิพิธภัณฑ์เลย นี่คือสมบัติชาติ ไม่ใช่สมบัติส่วนตัว

สำหรับเยาวชนจากแดนล้านนา น้องเฟิร์น-คัคนางค์ ณ น่าน นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย บอกว่า เป็นการทำกิจกรรมที่น่าตื่นเต้น เราอยากรู้ว่าโบราณสถานเขาพระนารายณ์ในอดีตที่ลักษณะเป็นอย่างไร แล้วก็วัฒนธรรมล้านนาไม่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ไม่เคยเห็นเทวรูปในศาสนาฮินดู ก็เป็นความรู้ใหม่ที่หาไม่ได้ในห้องเรียน ครั้งแรกในชีวิตที่ได้ทำงานโบราณคดี หัวใจของงานน่าจะเป็นการเก็บหลักฐานและบันทึกข้อมูลต้องถูกต้องและเพียงพอ เพื่อให้การบูรณะใกล้เคียงสภาพจริงที่สุด แต่อีกสิ่งที่ไม่มีวันลืมคือมิตรภาพระหว่างเพื่อนๆ แม้จะมีวัฒนธรรม ภาษา และแต่งกายต่างกัน แต่ก็ช่วยกันทำงานจนสำเร็จ

นอกจากเยาวชนไทย ยังมีนักศึกษาระดับปริญญาตรีจาก Centre for Global Archaeological Research, University Sains Malaysia (USM) อย่าง สียามินา บินติอิสฮัก กล่าวว่า การมาเข้าค่ายจะเป็นประโยชน์กับการเรียนด้านโบราณคดี ได้พบเห็นโบราณสถานและโบราณวัตถุของไทยที่มีสภาพใกล้เคียงกับแหล่งโบราณคดีของมาเลเซีย ซึ่งตนมีโอกาสสำรวจพื้นที่อยู่บ่อยครั้ง เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกัน เพราะอยู่บนคาบสมุทรมลายาเดียวกัน กลับไปต้องทำรายงานส่งอาจารย์

"การศึกษาด้านโบราณคดีเป็นเรื่องใหม่สำหรับมาเลเซีย ถ้าใครพบโบราณวัตถุต้องแจ้งพิพิธภัณฑ์ จากนั้นพิพิธภัณฑ์จะส่งเรื่องให้มหาวิทยาลัยตรวจสอบและวิเคราะห์ เพราะไม่มีกรมที่ดูแลรับผิดชอบ มีเด็กชาวมาเลย์ที่สนใจโบราณคดีในวงแคบๆ เพราะจบแล้วไม่มีงานรองรับ แต่หนูไม่มีกลัว ยังตั้งใจศึกษาต่อไป" สียามินากล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น เธอยังบอกว่าประทับใจมิตรภาพที่เกิดขึ้นบนเขาพระนารายณ์

กิจกรรมบ่มเพาะนักโบราณคดีรุ่นเยาว์ตลอด 3 วัน ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีถึงเมืองคอน อย่างน้อยเยาวชนได้รู้มากขึ้นและเกิดสำนึกรักหวงแหน มีส่วนร่วมช่วยดูแลรักษาโบราณสถานที่บ้านเกิดให้อยู่คู่กับประเทศไทยต่อไป.

ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์