วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid

"แพรหมอก"ที่"เขาค้อ"


แม้เข้าสู่ฤดูหนาวมาได้ราวสองเดือนกว่าๆ...แต่เมื่อไล่เรียงนิ้วที่อยู่บนฝ่ามือแล้ว นับครั้งได้หนเดียวที่อากาศเย็นได้แวะมาทักทายผิวกายให้ซู่ซ่า ทำให้หลายคนที่ตั้งหน้าตั้งตารอถึงกับแห้งเหี่ยว เพราะไม่ได้สัมผัสอากาศหนาวอย่างใจหวัง บรรดาเสื้อหนาวเครื่องกันหนาวที่สวยสดที่ตระเตรียมไว้อย่างดิบดี ไม่ว่าจะเป็นหมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ และเสื้อกันหนาว ก็กลายเป็นหม้ายถูกพับเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า เปิดเห็นคราใดเจ็บใจทู้กกกก..ที ก็เพราะดันหลงเชื่อน้ำคำที่เขาว่ากันว่า ปีที่ผ่านมาจะหนาวเร็วและหนาวนาน!

เมื่อรอ "หนาว" แล้วไม่มาดั่งใจ ก็ขอดั้นด้นไปสัมผัส "หนาว" ให้อิ่มเอมด้วยสองขาแบบรู้ดำรู้แดง ประจวบเหมาะกับ "โครงการบลิซซ์" โดยเขาค้อไฮแลนด์ (Bliss by Khaokor Hingland) เขาเชื้อเชิญให้ไปเยี่ยมชม Landmark แห่งใหม่ กับ 4 สวน 4 สไตล์ ที่สรรค์สร้างไว้เป็นทางเลือก ให้ผู้คนที่คิดเดินทางมาเขาค้อ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์และเพริดไปกับทิวทัศน์อันงดงามตรึงใจ ณ ถิ่นที่ได้ชื่อว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย จ.เพชรบูรณ์

หลังจากควันไฟจากการสู้รบของผู้ที่มีแนวคิดทางการเมืองแตกต่างกันจางหายราวปี 2525 ทิวเขาน้อยใหญ่บนเทือกเขาเพชรบูรณ์ อ.เขาค้อ ที่เคยเป็นพื้นที่สีแดง ก็ถูกพัฒนากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง จวบวันนี้ถนนบนเขาค้อก็ไม่เคยว่างเว้นจากรอยล้อยางรถยนต์

เหตุหนึ่งเป็นเพราะลักษณภูมิประเทศที่เป็นภูสูงอันอุดมสมบูรณ์ ทำให้อากาศบนเขาค้อเย็นสบายตลอดปี และค่อนข้างเย็นจัดในช่วงฤดูหนาว ซึ่งขอคอนเฟิร์มว่าหนาวจริงๆ เครื่องกันหนาวที่ขุดจากตู้เสื้อผ้าและโกโก้อุ่นไม่สามารถบรรเทาความหนาวเหน็บยามรอตะวันขึ้นเพื่อชมไฮไลต์ชุดพิเศษอย่าง "ทะเลหมอก" ที่จุดชมวิวเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัยได้แม้แต่นิดเดียว และเป็นที่น่าเสียดายอย่างมากว่าการเยือนเขาค้อในครั้งนี้ ทะเลหมอกไม่ปรากฏให้ยลซึ่งความงาม เพราะสายลมกระโชกแรงและแสงอาทิตย์ไม่เป็นใจ อาการ "เจ็บตัว" จากอากาศเย็นที่บาดลึกลงบนผิว และอาการ "ปิ๋วใจ" ที่แสดงให้เห็นผ่านใบหน้าอันเศร้าสลด จึงเกิดขึ้นกับทุกคนอย่างถ้วนถึง

ความผิดหวังที่เกิดขึ้น ทำให้ทั้งคณะบ่ายหน้าเข้าหาสำนักสงฆ์วิชมัยปุญญาราม ที่อยู่บริเวณใกล้ๆ หวังไหว้พระขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้การท่องทริปครานี้สร้างอารมณ์สุขสุนทรีย์แห่งฤดูเหมันต์ และเมื่อได้ก้าวเข้ามาในพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก หนึ่งในศาสนสถานของสำนักสงฆ์ฯ ก็ต้องแปลกใจกับวิธีสักการะที่ไม่เคยพบเห็นที่ใด ด้วยการจุดเทียนเล็ก 1 เล่ม ลงบนจานสังกะสีสีขาวใบย่อม แล้วไหว้อธิษฐาน ก่อนนำไปวางหน้าองค์พระปางประจำวันเกิด ที่รายล้อมอยู่รอบพระบรมสารีริกธาตุในลักษณะ 8 แฉก และที่ทึ่งยิ่งกว่า ก็คือทองคำเปลวใช้ติดองค์พระเป็น "ทองคำแท้" (สนนราคา 10 บาท/แผ่น) ที่ไม่ค่อยได้เห็นแล้วในปัจจุบัน ความอ่อนนุ่มของเปลวทองบริสุทธิ์ ยามทาบลงบนองค์พระเกิดเป็นความสนิทแนบแน่นไม่หลุดลอก เหมือนใจคนไทยที่ศรัทธาต่อพุทธศาสนาไม่เสื่อมคลาย

ตกบ่ายของวัน เราหอบหิ้วกันไปชมความงามของเมืองมะขามหวาน ณ ตำหนักเขาค้อ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาย่าสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,290 เมตร บอกได้คำเดียวว่าใครที่ชอบถ่ายรูปไม่ควรพลาดสถานที่แห่งนี้ เนื่องจากทิวทัศน์ทางธรรมชาติ ทั้งภูเขาที่ไล่ระดับซ้อนทับลดหลั่นอย่างลงตัว พันธุ์ไม้เมืองหนาวหลากสีนานาพันธุ์ แลป่าสนสูงตระหง่าน ยามตะวันฉาดแสงลงมากระทบ และทอดทาบสร้างเป็นเงาดำบนดินสีส้ม ภาพที่เห็นให้อารมณ์คลาสสิกอย่างบอกไม่ถูก ทั้งหมดล้วนควรค่าแก่การบันทึกไว้ในความทรงจำจริงๆ

จากนั้นก็ยกโขยงกันไปที่น้ำตกธารทิพย์ มีพิกัดที่ตั้งอยู่ในว่าที่อุทยานแห่งชาติเขาค้อเดินเท้าทางราบราว 400 เมตร จากหน้าที่ทำการ ทั้งคณะก็ถึงตัวน้ำตกแบบไม่ต้องเหนื่อยหอบ เมื่อเท้าหยุดเดินและหงายหน้ามองน้ำตกที่สูงกว่า 25 เมตร เราก็พบกับความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ น้ำใสไหลตกกระทบกับผาหินเป็นขั้นบันได แล้วทิ้งตัวสู่เบื้องล่าง สร้างละอองกระเซ็นฉ่ำฉาบผิวแขนและใบหน้าทำให้รู้สึกสดชื่นดีพิลึก และจากคำบอกเล่าของพนักงานพิทักษ์ป่าที่ดูแลน้ำตก เขาการันตีอย่างแข็งขันว่า ด้วยต้นน้ำหลายสายที่ไหลบ่ามารวมกัน ส่งผลให้น้ำตกธารทิพย์ไม่เคยเหือดแห้งเลยสักครั้ง จะมาท่องเที่ยวฤดูใดก็ได้เล่นน้ำแน่นอน แต่ช่วงที่ดีที่สุดมีน้ำใสไหลเย็นก็คือปลายฝนถึงปลายหนาว (ต.ค.-มี.ค.)

หลังจากใช้แรงมาทั้งวัน ตกเย็นค่ำเราจึงพักยกด้วยการนอนหลับพักผ่อนที่เขาค้อไฮแลนด์ เพื่อตื่นมารับอรุณ ณ จุดชมวิวแห่งใหม่ของโครงการบลิซซ์ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีห้ากว่าๆ ต่างคนต่างกุลีกุจอจัดแจงตัวเองให้พร้อมกับการชมพระอาทิตย์แห่งวันใหม่ เพียง 10 นาที จากที่พักเราก็พบกับสวนสวยที่ยังสร้างไม่เสร็จดี แต่วิว 360 องศาที่รายล้อมอยู่นั้น ทำให้การรับแสงแรกของวันดีกว่าที่คาดไว้มาก เนินเขาเตี้ยๆ เขียวชอุ่มทอดตัวสลับกันไปมา รวมกับบรรยากาศน่ารักๆ ของอาหารเช้าในตะกร้าหวายที่เขาค้อไฮแลนด์นำมาต้อนรับขับสู้ ก็สร้างความสุขใจอย่างไม่รู้ลืม ส่วนทะเลหมอกไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่ปรากฏอีกเช่นเคย มีเพียงแค่แพรหมอกบางๆ ที่โอบล้อมอยู่รอบตัว

เวลาที่เหลืออีกทั้งวัน เราตระเวนไปเที่ยวที่อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาค้อ โดยสร้างขึ้นเพื่อสดุดีวีรกรรมของพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่พลีชีพในการสู้รบเพื่อปกป้องพื้นที่จากการปฏิบัติการของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด พิษณุโลกเพชรบูรณ์ และเลย ห่างไปประมาณ 1 กิโลเมตร คือฐานยิงสนับสนุนอิทธิ ในอดีตเคยเป็นฐานสำคัญฐานหนึ่งในการเข้ายึดพื้นที่ ปัจจุบันแปรสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธที่เคยใช้สู้รบบนเขาค้อ ทั้งปืนใหญ่หลากประเภท อาทิ อินทรีกลืนช้าง ปืนยิงวิถีโค้งรัศมีการทำลายล้าง 11 กม. และซากรถถัง เฮลิคอปเตอร์ เสียค่าเข้าชมเพียง 10 บาท

และแวะไปช็อปผลิตภัณฑ์ธรรมชาติปลอดสารพิษและมะขามหวานกันที่ เขาค้อภูทะเล ตั้งอยู่ริมถนนสายแคมป์สน-สะเดาะพง ที่นี่มีผัก ผลไม้ ดอกไม้เมืองหนาว อาหารและขนมเพื่อสุขภาพ ตลอดจนเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจำหน่าย ถ้ายังไม่หนำใจก็ไปต่อกันได้ที่ ไร่บีเอ็น ที่ยกแปลงเพาะปลูกพืชผักผลไม้และดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิด ด้วยองค์ความรู้ของเกษตรอินทรีย์และวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ มาให้นักท่องเที่ยวได้ดูและเลือกซื้อสดๆ กันถึงสวนถึงไร่ ของฝากที่ได้ติดไม้ติดมือกลับไปจึงเปี่ยมด้วยคุณภาพล้วนๆ

ท้ายนี้ โครงการบลิซซ์ (ที่แปลว่าความสุขอย่างที่สุด) โดยเขาค้อไฮแลนด์ เขาฝากบอกว่า ถ้าใครยังไม่เต็มอิ่มกับบรรยากาศสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ทางโครงการมีพื้นที่เปิดขายเฟสแรกประมาณ 300 ไร่ ราว 364 แปลง ขนาดที่ดินตั้งแต่ 200 ตารางวาขึ้นไป พร้อมบ้าน 8 แบบให้เลือก ด้วยพื้นที่ใช้สอย 52-264 ตารางเมตร ในราคาพิเศษเฉพาะช่วงเปิด pre-sale ให้ผู้ที่สนใจเลือกชมและจองในช่วงหน้าหนาวนี้ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่ โทร.0-2935-6685-7 และที่เขาค้อ โทร. 08-7079-9339, 08-7082-4545

ช้าอยู่ไย ...รีบไปสัมผัส "หนาว" กันที่ "เขาค้อ" บัดเดี๋ยวนี้เล้ยยย สอบถามเส้นทางเพิ่มเติมที่ Call Centre การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 1672 หรือ http://thai.tourismthailand.org และ โทร. 05-6718-8705, 08-1584-9856 และ 08-1363-2923 สำหรับว่าที่อุทยานแห่งชาติเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์.

ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์