แม่น้ำสาละวินได้รับการกล่าวถึงว่า เป็นแม่น้ำสายเดียวที่ยาวที่สุดและยังคงไหลอย่างเสรีในเอเชีย นอกจากนี้ ยังมีความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ขณะนี้แม่น้ำสาละวินกำลังถูกคุกคาม แน่นอนว่า สาเหตุเกิดจากโครงการพัฒนาด้วยน้ำมือมนุษย์ ขณะนี้รัฐบาลของไทยกับพม่ามีแผนการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าในแม่น้ำสาละวินทั้งสิ้น 4 เขื่อน คือ เขื่อนท่าซาง, เขื่อนฮัตจี, เขื่อนกุ๋นหลวงในสาละวินตอนบน และเขื่อนในสาละวินตอนล่าง เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนความต้องการของประเทศและขายให้กับไทยซึ่งจะเป็นผู้รับซื้อรายสำคัญ และยังอาจจะส่งไปขายให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โครงการเขื่อนหลายแห่งตามแผนการของรัฐบาลจีน ไทยและพม่า เขื่อนจะถูกสร้างในพม่าและใหญ่สุดคือ เขื่อนท่าซาง ซึ่งจะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐฉาน สูง 228 กิโลเมตร สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังการผลิตติดตั้ง 7,110 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าได้ 35,446 กิกะวัตต์/ชั่วโมง/ปี ส่วนใหญ่ขายให้กับไทย มูลค่าก่อสร้างประมาณ 240,000 ล้านบาท
พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าสิ้นเปลือง ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินในกระเป๋า หากยังเป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้ภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก และสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ มีคนกล่าวไว้ว่า
ปัญหาทรัพยากรป่าไม้ในประเทศไทยที่มีสถิติลดลงอย่างน่าตกใจ โดยในปี 2549 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้เหลืออยู่เพียงร้อยละ 30.92 หรือไม่ถึง 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั่วประเทศ ในขณะที่ปี 2504 ประเทศไทยเคยมีพื้นที่ป่าไม้มากกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมด
กระแสตื่นตัวเรื่องวิกฤติพลังงานถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐ และเอกชน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน น้ำมัน เชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานเหล่านี้นับวันจะค่อยๆ หมดไปจากโลก วันนี้หลายหน่วยงานตื่นตัวมีบทบาทในการอนุรักษ์พลังงานที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง อีกทั้งยังสามารถดึงแนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ แพร่ขยายการเคลื่อนไหวเป็นเครือข่าย แถมช่วยบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์รักษ์พลังงานให้กับเด็กไทย
ปัญหา "มลพิษมาบตาพุด" จ.ระยอง ที่เรื้อรังยาวนานมากกว่า 20 ปี ยังคงเป็นเหมือน "มะเร็งร้าย" กัดกินสุขภาวะของชาวระยองที่อาศัยอยู่บริเวณรอบนิคมอุตสาหกรรมและในพื้นที่ใกล้เคียง แม้มีคำพิพากษาจากศาลปกครองจังหวัดระยอง ตัดสินให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประกาศให้ท้องที่เทศบาลเมืองมาบตาพุดทั้งหมด รวมทั้ง ต.เนินพระ ต.มาบข่า อ.บ้านฉาง เป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เวลาผ่านไป 4 เดือน หลังจากศาลมีคำสั่ง ยังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้น
ภาพกังหันลมที่หมุนติ้วตามแรงลมจนได้พลังงานไฟฟ้าตามมา ดูจะไม่คุ้นตาสำหรับคนไทยนักเมื่อเทียบกับแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาเซลล์ ที่ยังมีโอกาสพบเห็นได้มากกว่า แต่สำหรับโรงเรียนชุมชนวัดเชิงแส อ.กระแสสินธิ์ จ.สงขลา ซึ่งแม้ว่าจะเป็นโรงเรียนเล็กๆ มีนักเรียนแค่ 90 คน กลับมีสิ่งแปลกใหม่อย่างกังหันลมผลิตพลังงานไฟฟ้า ตั้งตระหง่านกลางสนามหญ้า โชว์พลังลมในบริเวณนั้นที่ถือว่าเป็นจุดที่มีลมพัดแรง เหมาะแก่การใช้กังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า
"เราค่อยๆ เอาชนะในการต่อสู้เพื่อมหาสมุทรของเรา ความจริงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ ผลกระทบนั้นเราสามารถเปลี่ยนแปลงพลิกผันมันได้ และด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันเช่นครั้งนี้กับลาแมร์ ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกผันขึ้น" แอนดี ชาร์เพลส (Andy Sharpless) ผู้บริหารสูงสุดของโอเชียนากล่าว
5 ปี การจากไปของเจริญ วัดอักษร นักสู้แห่งบ้านบ่อนอก อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้นำชาวบ้านเพื่อบอกกับคนในประเทศรวมทั้งในโลกนี้ว่า บ้านของเขาและของพวกเขาไม่ต้องการสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้ามาทำลายสิ่งแวดล้อมและวิถีชุมชนดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าบ่อนอกหรือโรงถลุงเหล็ก จนปี 2546 รัฐบาลตัดสินใจยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินไป แต่นักอนุรักษ์ผู้นี้กลับถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิตในเดือนมิถุนายน ปี 2547
ก้อนดินกลมๆ ขนาดเท่ากำมือ แถมยังมีกลิ่นยูเรียฉุนจนแสบจมูก จำนวนหลายหมื่นลูกที่บรรจุอยู่ในถุงกระสอบท้ายรถ มองดูเผินๆ ก็แค่ก้อนดินธรรมดา แต่คุณสมบัติที่แฝงอยู่มีค่ามหาศาลกว่านั้น เพราะก้อนดินที่ว่าเป็น "ก้อนดินจุลินทรีย์" จากเทคโนโลยีภูมิปัญญาชาวบ้านที่ เครือข่ายจากภูผาสู่มหานที จ.ชุมพร องค์กรภาคประชาชนที่รวบตัวกันในลักษณะเบญจภาคี ทั้งราชการ วิชาการ เอกชน ประชาชน ประชาสังคมและสื่อ ร่วมมือร่วมใจทำขึ้นเป็นจำนวน 84,000 ลูก เพื่อใช้แก้ปัญหา "ทะเลไทยใกล้ตาย"









