เรียน คุณสามวา สองศอก ที่นับถือ
ผมได้อ่านเรื่องราวคำตอบของคุณสามวา ในคอลัมน์ถูกทุกข้อไทยโพสต์ ฉบับ 22 กรกฎาคม 2553 แล้ว ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ได้กรุณาเผยแพร่ความคิดของผู้อ่านไปสู่ผู้อ่าน โดยคำขวัญ "อิสรภาพทางความคิด" สมแล้วที่เป็นสื่อมวลชนที่มีอุดมคติที่ดี
ผมพอใจที่ "ไทยโพสต์" ได้เปิดโอกาสให้กับผู้อ่านและคนทั่วไป ในการเสนอข้อคิดเห็นต่างๆ ที่เป็นสาระประโยชน์ แม้ในอีกคอลัมน์หนึ่งที่อยู่เคียงกันคือ "สภาประชาชน" (เห็นว่าอยู่ยั้งยืนยาวมาจนเกือบจะครบ 20 ปีอยู่แล้ว)
ผมเองไม่เคยเขียนไปที่สภาประชาชน เพราะเห็นว่ามีเนื้อที่น้อย ถ้าจะเพิ่มเนื้อที่ก็ต้องต่อเวลากัน ผู้อ่านกำลังมันก็เลยเซ็งๆ สู้มาอ่านคอลัมน์ที่มีเนื้อที่อ่านชนิดรวดเดียวจบจะดีกว่า
พูดกันตรงๆ คนพูดมากก็ใช้เนื้อที่เวลามาก คนพูดน้อยก็ใช้เนื้อที่และเวลาน้อย ต่างคนต่างความคิดกันไป แต่ได้ประโยชน์ทั้งสองอย่าง เพียงแต่ว่าคนที่ชอบพูดมากต้องรวบรัดเรื่องราว อย่าพูดมากแบบ "น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง"
ผมเห็นคุณสามวาทิ้งท้ายว่า พี่สง่าชาลีของผมจะหาเวลาว่างเขียนมาอธิบายความเนื้อเพลงที่ท่านเขียนให้ชัดเจนด้วยตนเอง จะได้ไม่ต้องมาเขียนโต้กันไปโต้กันมาเสียเวลา พี่ชาลีอายุ 88 ปี แก่กว่าผมไม่กี่ปี แต่ยังแข็งแรง ถ้าไปดูเวลาแกร้องเพลงจะเห็นว่า กำลังปอดยังสมบูรณ์อยู่ ส่วนกำลังสมองหรือกำลังอื่นๆ ของแก จะเป็นอย่างไรนั้น ผมก็ยากที่จะเดา
ดังนั้นการที่จะอดใจรอให้แกมาเขียนเรื่องราวของแกเองในคอลัมน์ ก็อดใจได้คงไม่นานเกินรอ (เป็นชื่อเพลงที่พี่เชอรี่ของผมแกร้องไว้นานแล้วนะครับ)
ผมยังไม่เห็นลุงผ่องเขียนวิพากษ์เพลงอื่นๆ มาอีกเลย อาจจะกำลังค้นหาข้อมูลอยู่ก็ได้ ก็เลยอยากจะเสนอข้อมูลใหม่มาให้วิพากษ์กันชนิดย้อนหลังไปให้ไกลลิบเลยทีเดียว
ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงได้สัมผัสกับบทเพลงไพเราะเพลงหนึ่ง ที่มีชื่อว่า "บัวขาว" ซึ่งเพลงนี้ในวงการเพลงถือว่าเป็นบทเพลงอมตะที่ยังมีชีวิตยืนยงอยู่เลย 50 ปี (และจะยังยืนยงต่อไป) ชนิดเอามาร้องเมื่อใดก็เพราะเมื่อนั้น
ที่ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว วงดนตรีเมืองฮ่องกงยังซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นเนื้อภาษาจีนกลาง มาร้องสลับกับเนื้อไทยเอามาขายในเมืองไทย โกยเงินคนไทยไปพอสมควร ทั้งยังสามารถทำให้นักร้องไทยเลียนแบบสำเนียงจีนตามนักร้องจีน เฮกันไปเลยทีเดียว
เสียดายแท้ๆ ผมไม่แน่ใจว่านักร้องจีนคนนั้นชื่ออะไรแน่ จะออกเสียงภาษาไทยก็กลัวผิดภาษาจีน บอกได้แต่เพียงว่านักร้องคนนี้พิสมัยเมืองไทย จนถึงขั้นมาตายในเมืองไทยเลยเชียว
เพลงบัวขาวคำร้องเป็นพระนิพนธ์ในพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ส่วนทำนองเป็นของ ม.ล.พวงร้อย สนิทวงศ์ เป็นบทเพลงที่ประกอบในภาพยนตร์เรื่อง "ถ่านไฟเก่า" (พระเอก-นางเอกจำชื่อไม่ได้ รู้แต่ว่าเป็นข้าราชบริพารในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6) บทเพลงนี้บันทึกเสียงไว้ในปี 2480 ผู้ร้องเป็นชายชื่อแนบ เนตรตานนท์
เพลงนี้เป็นบทเพลงที่ใช้จังหวะสโลว์แทงโก้ (บางทีก็เล่นจังหวะสโลว์) เนื้อเพลงนั้นสั้นที่สุด มีว่า
"เห็นบัวขาวพราวอยู่ในบึงใหญ่
ดอกใบบุปผชาติสะอาดตา
น้ำใสไหลกระเซ็นเห็นตัวปลา
ว่ายวนไปมาน่าเอ็นดู
หมู่ภุมรินบินเวียนว่อน
คอยร่อนดมกลิ่นกินเกษร
พายเรือน้อยคล้อยเคลื่อนในสาคร
ค่อยพาจรห่างไปในกลางน้ำ"
ในปี 2515 เกิดเรื่องวิพากษ์เพลงกันอย่างรุนแรง ในหน้าบันเทิงหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คอลัมน์หมายเหตุบันเทิง ที่มียิ่งยง สะเด็ดยาด เป็นผู้ควบคุมคอลัมน์
วันดีคืนดีมีผู้ใช้นามว่า "เทพ เทพพิพิธ" เขียนจดหมายวิพากษ์เพลงนี้มาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ข้อวิพากษ์ของคุณเทพต่อเนื้อร้องของเพลงบัวขาว มีดังนี้
ในช่วงคำร้องที่ว่า "...คล้อยเคลื่อนในสาคร" คุณเทพวิพากษ์ว่า "พายเรือลำเล็กๆ อยู่ในบึงดีๆ อยู่ๆ ก็พายออกทะเลไปเลย" โดยคุณเทพกล่าวว่า คำว่า "สาคร" นั้นหมายถึง "ทะเล"
ในช่วงของคำว่า "น้ำใสไหลกระเซ็นเห็นตัวปลา...คุณเทพวิพากษ์ว่า "คำร้องตอนนี้เอามาจากคำกลอนเรื่อง "อิเหนา" พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 ที่มีความว่า "น้ำใสไหลเย็น เห็นตัวปลา แหวกว่ายปทุมมา อยู่ไหวไหว..." น้ำในบึงจะไหลได้ยังไง เพราะน้ำในบึงทั่วๆ ไปมีแต่บึงน้ำนิ่งทั้งนั้น
คุณพิพิธแถมวิพากษ์เล็กๆ มาอีกในตอนท้ายว่า คำร้องที่ว่า "หมู่ภุมรินบินเวียนว่อน คอยร่อนดมกลิ่นกินเกษร..." ภุมรินคือแมลงภู่พอเข้าใจ แต่ที่ว่าดมกลิ่นกินเกษรนั้นไม่เข้าใจ เห็นแต่แมลงภู่บินไปเคล้าเกษรดูดเอาน้ำหวานเท่านั้น
เรื่องนี้ยิ่งยง สะเด็ดยาด คิดยังไงไม่รู้ เพราะเอาลงพิมพ์จดหมายวิพากษ์เพลงบัวขาวนี้ ลงไปทั้งดุ้นไม่มีการตัดต่อเลย จึงเป็นเรื่องสะเทือนกันไปทั้งโรงพิมพ์ไทยรัฐและวังละโว้
ป๊ะกัมพลเรียกตัวยิ่งยงเข้าพบด่วน ว่าต้องหาทางเจรจาแก้ไข จะทำยังไงก็ทำแล้วต่อสายไปวังละโว้ (ครั้งนั้นลุงผ่องคงจำเหตุการณ์ได้)
ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เข้าไปเฝ้าฯ เป็นนักดนตรี นักแต่งเพลง มีชื่อว่า "วิศนุ ทรัพย์สุวรรณ" เข้าเฝ้าฯ ขอประทานสัมภาษณ์ แล้วก็กลับมาเขียนในนามนักแต่งเพลงจากผู้อ่านไทยรัฐ โต้คุณเทพ เทพพิพิธ ไป
ความละเอียดในการเขียนแก้นั้นเป็นอย่างไร ท่านผู้สนใจจะอ่านต้องไปค้นหาที่ห้องสมุดหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเอาเอง (เพราะผมก็จำไม่ได้แล้วว่า อาจารย์แกเขียนแก้ว่ายังไง)
ข้อความกล่าวแก้โดยผู้ใช้นามว่า "วิศนุ ทรัพย์สุวรรณ" ถูกนำลงพิมพ์หลังไปเพียงสองวันแล้วเรื่องก็หายเป็นคลื่นกระทบฝั่ง ผมเขียนเรื่องนี้รื้อฟื้นขึ้นมา ก็เพื่อจะถามความเห็นของ "ลุงผ่อง" บ้างก็เท่านั้น
ส่วนคุณเทพ เทพพิพิธ จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ถ้ากระเทือนใจก็ขอลุแก่โทษด้วย ส่วนอาจารย์วิศนุตอนนี้ได้ข่าวจากเพื่อนนักเขียนที่ชื่อ สัจจภูมิ ละออ (นักข่าวไทยรัฐ) บอกว่าท่านไปจำศีลภาวนาอยู่ที่เชียงแสน พ้นโลกียวิสัยใกล้โลกุตระเข้าไปเต็มทีแล้ว ผมก็ขออนุโมทนาด้วย
ด้วยความนับถือ
คนไทยหัวใจเพลง
ตอบ คุณคนไทยหัวใจเพลง
เมื่อวานนี้เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ ผมจึงเลือกจดหมายของคุณมาตอบ เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับภาษาไทย แต่เป็นภาษาไทยในบทเพลง
เรื่องเนื้อเพลงเรือนแพที่พวกเราถกเถียงกัน ครูชาลี อินทรวิจิตร ซึ่งเป็นสมาชิกประจำของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ได้แจ้งมาให้ทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะเขียนมาให้ได้อ่านกัน อดใจรออีกไม่นานคงได้อ่านเหตุผลของคนแต่งเพลงเรือนแพ
ส่วนเพลงบัวขาวที่คุณคนไทยหัวใจเพลงนำมาเปิดประเด็นใหม่ในวันนี้ ผมก็เคยอ่านเรื่องนี้ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐมานานแล้วเช่นกัน เป็นเรื่องที่เคยมีแฟนเพลงนำมาพูดถึง แต่เนื่องจากความไพเราะของบทเพลง ไม่ว่าจะเป็นท่วงทำนองหรือเนื้อร้องของเพลงบัวขาว ทำให้แฟนเพลงส่วนใหญ่ไม่ติดใจในจุดเล็กๆ ของเพลงนี้
คุณยิ่งยง สะเด็ดยาด คงไม่มีเวลาเขียนจดหมายมาชี้แจงเรื่องนี้ เพราะลำพังงานเขียนคอลัมน์ยิ่งยงแหย่ดาราในหน้าบันเทิงก็เขียนไม่ทันแล้ว แต่คุณวิศนุ ทรัพย์สุวรรณ ผมจำได้ว่าเคยเป็นสมาชิกสภาประชาชนที่ใช้อีกชื่อหนึ่ง แต่หายหน้าไปนาน 5-6 ปีแล้ว เพิ่งทราบว่าท่านปลีกวิเวกไปอยู่ที่ภาคเหนือ
ภาระก็คงจะตกอยู่กับลุงผ่องอีกนั่นแหละ ที่จะต้องเล่าเรื่องนี้ให้ลูกๆ หลานๆ ได้ฟัง
เพลงบัวขาวนักร้องสาวชาวฮ่องกงเคยนำไปร้อง คือ ฟรานซิส ยิป ซึ่งเวลานี้ก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็อายุมากพอสมควร ยังไม่ตายครับ...
คนที่ตายคือ เติ้งลี่จวิน ที่มาตายที่ภาคเหนือของไทย เติ้งลี่จวินเป็นนักร้องชาวไต้หวัน ที่แฟนเพลงที่จีนแผ่นดินใหญ่ต่างก็หลงใหลในน้ำเสียงของเธอ จนลืมไปว่าจีนแผ่นดินใหญ่กับไต้หวันสมัยนั้นไม่ถูกกัน แม้แต่สมัยนี้ก็เถอะ
เลิกฉุกเฉินเพื่อใคร?
เรียน คุณสามวา สองศอก
การเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผมว่าขึ้นอยู่กับว่าทหาร ตำรวจ และข้าราชการยัง ใส่เกียร์ว่าง อยู่หรือเปล่า? ถ้าเลิกใส่เกียร์ว่างอย่างสิ้นเชิงก็เลิกได้ทันที ถ้ายังมีการใส่เกียร์ว่างอยู่ อย่าเลิกอย่างเด็ดขาด เพราะว่าบ้านเมืองเรายัง ไม่ปกติสุข ครับ
การรับรู้ข่าวสารผมมีหลักอยู่ว่า จะเลือกดูทีวี ฟังวิทยุและอ่านหนังสือพิมพ์ เฉพาะรายการที่รับรู้แล้วประเทืองปัญญา ได้ผลเป็นบวกทางความคิด
และจะไม่ดู ไม่ฟัง ไม่อ่านเลยสำหรับ สื่อเทียม ทั้งหลาย สำหรับผมคงทำให้ชีวิตเป็นสุขและไม่อายใครเลย
คุณสามวามีความเห็นอย่างไรสำหรับ 2 เรื่องดังกล่าวข้างบนนี้
สูง สีชม
ตอบ คุณสูง สีชม
คนที่ออกมาเรียกร้องให้เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่างก็มีเป้าหมายของตัวเอง แต่คนที่จะตัดสินใจเรื่องนี้คือนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าจะรับมือกับฝ่ายตรงข้ามได้หรือไม่ ระเบิดป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซีที่ถูกเผาไปแล้ว ลูกต่อไปคงไม่ไประเบิดที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกนะครับ
สามวา สองศอก









