"มาร์ค" ขออำนาจยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบ ครม. "เทือก" เตรียมชง ศอฉ.ก่อนเสนอนายกฯ ยกเลิกบางพื้นที่ เลขาฯ สมช.ลั่นเห็นทนโท่ว่าเหตุการณ์ไม่สงบจริง ระบุ กทม.-ปริมณฑลต้องยืดอีกระยะ ผบช.น.อ้างกองขยะเยอะเป็นอุปสรรคคุ้ยหาหลักฐานบึ้ม ยันคนแก่โรคจิตอยู่ในสำนวน "ดีเอสไอ" ส่งฟ้อง 26 ก่อการร้ายต่ออัยการ 29 ก.ค.นี้ มั่นใจหลักฐานมัดแน่น
เมื่อวันพุธ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ (คปร.) เสนอให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยเร็วว่า ได้ขอกับ ครม.เป็นหลักการไว้ว่าแท้ที่จริงอำนาจการยกเลิกไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบของ ครม. แม้ที่ผ่านมาจะทำเช่นนั้น เพราะฉะนั้นจากนี้ไปตนจะขอหารือกับหน่วยงานความมั่นคง และผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงเพื่อที่จะได้ประเมิน และถ้าหากเห็นสมควรก็จะได้ประกาศยกเลิกได้โดยไม่จำเป็นต้องนำเสนอต่อ ครม.เพื่อพิจารณา
ต่อมามีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ผบ.ทุกเหล่าทัพ และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง จากนั้น นายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการ สมช. เปิดเผยว่า ในส่วนการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินพื้นที่ใดบ้างเป็นไปตามแนวทางที่นายกฯ ให้ไว้ ในพื้นที่ที่สถานการณ์ความสงบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น ขอให้พิจารณาในส่วนนั้น รวมทั้งพิจารณาขีดความสามารถเจ้าหน้าที่ในการรองรับสถานการณ์ ขณะที่นายสุเทพรับเรื่องนี้ไปพิจารณาในที่ประชุม ศอฉ.ว่าจะสามารถยกเลิกพื้นที่ใดได้บ้าง และนำเสนอนายกฯ ในที่ประชุมความมั่นคง ครั้งนี้ยังไม่ได้พิจารณา ซึ่งจะนำเสนอต่อนายกฯ และสามารถออกประกาศได้ทันทีโดยนำแจ้ง ครม.ภายหลังได้
เมื่อถามว่า มีการหารือถึงเหตุระเบิดบริเวณหน้าห้างบิ๊กซีราชดำริหรือไม่ นายถวิลกล่าวว่า นายกฯ ได้กำชับวานนี้ (27 ก.ค.) ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ติดตามตัวผู้ก่อคดี รวมถึงผู้สั่งการมีการระมัดระวังในพื้นที่ล่อแหลมอื่นๆ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรับไปดูในพื้นที่ล่อแหลมมากยิ่งขึ้น ส่วนแนวทางการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดมีแนวทางพบอยู่บ้างในเหตุที่ระเบิดและการประกอบระเบิด
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม ครม. นายถวิลให้สัมภาษณ์ด้วยว่า เรื่องนี้สะท้อนว่าการที่เห็นว่าบ้านเมืองสงบเรียบร้อยแล้วนั้น มันเห็นทนโท่แล้วว่ามันไม่สงบจริง และเป็นได้ที่ กทม.และปริมณฑลนั้น ต้องประกาศใช้อีกระยะ และรับรองว่าจะไม่ถึง 20 ครั้งเหมือนจังหวัดชายแดนภาคใต้
พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า นายกฯ สั่งให้ 16 จังหวัดที่ยังประกาศใช้ พ.ร.ก.อยู่นั้น ส่งผลประเมินเข้ามาก่อน และวันที่ 29 ก.ค. ศอฉ.จะเรียกประชุมเร่งด่วนเพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะเสนอรายงานให้นายกฯ ตัดสินใจในลำดับต่อไปว่าจะยกเลิกในพื้นที่ใดบ้าง ในส่วนของทหารก็ไม่มีปัญหาถ้าหากจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้งหมด
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณี สมช.รายงานว่าเหตุระเบิดที่บิ๊กซีราชดำริมีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยว่า สมช.ไม่ได้รายงานผ่านตนในเรื่องนี้ จึงไม่สามารถตอบได้ว่าจริงหรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ระบุถึงคนที่ทำว่า แก่แล้วยังทำ แสดงว่ารู้ตัวคนทำแล้วใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เรื่องของการสืบสวนสอบสวนเป็นหน้าที่ของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะต้องดำเนินการ ส่วนเขาจะทราบข้อมูลหรือเบาะแสอย่างไร แค่ไหนนั้น ต้องให้เขาเป็นผู้รายงาน ส่วน ผบช.น.ยังทำงานเข้มแข็งอยู่ใช่หรือไม่นั้น ก็ค่อยๆ ประเมินไปตามช่วงจังหวะเวลา อย่างไรก็ตามทุกคนก็ทำหน้าที่กันหมด ใครไม่ทำเราก็แก้ปัญหากันด้วยวิธีอย่างอื่น
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. เรียกประชุมผู้บริหารประจำเดือนตั้งแต่ระดับ รอง ผบช.น.ลงไปจนถึง ผกก.ทุกหน่วยงานในสังกัด เน้นย้ำมาตรการปฏิบัติเข้มตำรวจทุกหน่วยตามแผนดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยพื้นที่ กทม.และดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชน พร้อมกำชับมาตรการป้องกันการก่อการร้าย เฝ้าระวังเหตุระเบิดพื้นที่เป้าหมาย พื้นที่สัญลักษณ์ จัดกำลังตำรวจตรวจตราเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุระเบิดซ้ำซ้อนในพื้นที่รับผิดชอบ
พล.ต.ท.สัณฐานกล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดหน้าห้างบิ๊กซีว่า แม้คดีนี้จะมีแนวโน้มว่าจะมีการโอนไปให้ดีเอสไอดำเนินการก็ตาม แต่ในชั้นนี้ตำรวจก็ยังต้องสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกันต่อ โดยเฉพาะภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดที่คาดว่าคนร้ายหิ้วถุงขยะไปในที่เกิดเหตุ ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบกันอยู่ แต่หากไม่มีกองขยะอยู่ตรงนั้น การสอบจะง่ายมากกว่านี้ แต่นี่มีกองขยะอยู่เยอะ เราต้องตรวจดูให้หมดและตรวจหมดทุกกล้องที่มีอยู่
"อุปสรรคปัญหาในตอนนี้เรายังไม่รู้ว่า คนร้ายจะหิ้วระเบิดมาวางไว้หรือใส่กล่องมา หรือใส่ถุงดำมาหรือใส่ถุงอะไรมา แต่เท่าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุก็พบมีกล่องกระดาษเป็นภาษาญี่ปุ่น ก็คาดว่าน่าจะนำใส่กล่องแล้วใส่ถุงหิ้วมา ส่วนรายละเอียดอื่นๆ กำลังตรวจสอบกันอยู่ ทุกคนทำงานหมด แบ่งหน้าที่กันทำ ทุกฝ่ายทำกันอย่างเต็มที่ หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบทันที" ผบช.น.กล่าว
ส่วนกรณีที่ ผบช.น.ระบุถึงผู้ที่ลงมือเป็นพวกคนโรคจิต เป็นกลุ่มที่มีคนแก่ร่วมอยู่ด้วย ตรงนี้พูดถึงใคร และตัดประเด็นนี้ออกหรือไม่ พล.ต.ท.สัณฐานตอบกลับว่า เรื่องนี้ไม่ตัดออก ตัดไม่ได้แน่ๆ อยู่ในสำนวนการสอบสวนด้วย
ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเหตุระเบิดที่หน้าห้างบิ๊กซี ว่าไม่อยากให้รัฐบาลออกมาแสดงความเห็นเรื่องนี้ เพราะแสดงความเห็นครั้งใดก็เข้าข้างตัวเองตลอด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาข้อเท็จจริงอยู่แล้ว แต่ส่วนตัวเห็นว่าคนที่ก่อเหตุเป็นไปได้ 4 กลุ่ม คือ กลุ่มไม่ชอบรัฐบาล กลุ่มไม่ชอบผู้ชุมนุม กลุ่มสร้างสถานการณ์ และกลุ่มอยากให้คง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
"กรณี ครม.ยังไม่ตัดสินใจยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น อยากถามนายอภิสิทธิ์ว่าจะคงเอาไว้ทำไม ยังจำได้หรือไม่ว่าเมื่อครั้งพวกคุณเป็นฝ่ายค้านก็ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงการใช้อำนาจที่เกินกว่าเหตุตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว การคง พ.ร.ก.และส่งเรื่องให้ สมช.พิจารณาถือเป็นการตัดสินใจที่ไร้เหตุผล ขอให้ประชาชนเฝ้าจับตาดูการกระทำที่ไม่คิดถึงสิทธิเสรีภาพ" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีการเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน โดยเห็นได้ชัดจากกรณีเหตุการณ์ที่คนเสื้อแดงที่ไปผูกผ้าสีแดงหน้าที่บริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งนายนที สอนวารี ไปคนเดียว กลับถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้ารวบตัวจับกุมนั้น ถือว่านายกฯ สองมาตรฐาน เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับกรณีที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ นำกลุ่มคนไปรวมตัวชุมนุมที่องค์กรยูเนสโก กลับไม่มีการจับกุมใดๆ เกิดขึ้น ทั้งๆ มีการชุมนุมเกิน 5 คนตามข้อห้ามใน พ.ร.ก.ที่เป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเช่นเดียวกันกลายเป็นม็อบมีเส้น และยังมีการเลื่อนดำเนินคดีกลุ่มพันธมิตรฯ ขณะที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงกลับถูกตีตรวนด้วยโซ่
เขาบอกว่า นายอภิสิทธิ์ไร้ภาวะผู้นำ กำลังทำให้คนในสังคมแตกแยก เพราะอีกฝ่ายหนึ่งก็อาจจะมีอาการน้อยใจ นายอภิสิทธิ์กำลังทำร้ายประเทศไทย หากต้องการให้เกิดความเป็นธรรม นายอภิสิทธิ์ชี้แจงให้ชัดในการคงประกาศใช้ พ.ร.ก.และจะต้องดำเนินคดีกับคนทั้ง 2 กลุ่ม หากไม่เป็นเช่นนั้นถือว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยตนได้เตรียมหลักฐานเอกสารเพื่อไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ในสัปดาห์หน้า ทางด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า วันที่ 29 ก.ค. เวลา 10.00 น. จะนำสำนวนคดีก่อการร้ายซึ่งมีจำนวนกว่า 60-70 แฟ้ม ไปยื่นฟ้องต่ออัยการด้วยตนเอง ทั้งนี้ยืนยันว่าพยานหลักฐานที่จะส่งฟ้องสมบูรณ์และหนักแน่น โดยผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนีมีเพียง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้นที่ข้อมูลว่าพำนักอยู่ประเทศมอนเตเนโกร ส่วนผู้ต้องหารายอื่นที่อยู่ระหว่างหลบหนียังไม่ระบุชัดว่าอยู่ในประเทศใด ส่วนที่อยู่ในประเทศกัมพูชาเป็นเพียงกระแสข่าว
"การสอบสวนคดีก่อการร้ายในส่วนของพยานหลักฐานของผู้ต้องหาทั้ง 26 รายที่จะส่งฟ้องในรอบแรกนั้น ยืนยันว่ามีหลักฐานสมบูรณ์แล้ว ไม่ใช่การทำแบบสุกเอาเผากิน ยอมรับว่าแม้จะเร่งรีบแต่ก็รอบคอบ เพราะมีพนักงานอัยการและหน่วยงานอื่นร่วมสอบด้วยทุกขั้นตอน ส่วนกรณีที่ดีเอสไอถูกโจมตีผมได้ตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมาจากการที่ดีเอสไอกำลังจะส่งฟ้องคดีสำคัญคือคดีก่อการร้าย ซึ่งเกี่ยวพัน พ.ต.ท.ทักษิณ หากศาลรับฟ้องก็จะมีผลถึงสิ่งที่ตามมา คือขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน" นายธาริตกล่าว
นอกจากนี้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม พร้อมกับนายฐติพล ไพศาลมั่นคง เจ้าของร้านสยามจิวเวลรี่เซ็นเตอร์ แถลงข่าวร่วมกันถึงกรณีของกลางบางส่วนสูญหายไประหว่างการเก็บรักษาที่ดีเอสไอ โดยนายธาริตกล่าวว่า เรื่องนี้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม มอบ พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา เลขานุการ รมว.ยุติธรรม เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ จนเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ผ่านมา พ.อ.เฟื่องวิชชุ์เป็นประธานตรวจสอบและส่งมอบของกลางคืนต่อหน้าสักขีพยานหลายฝ่าย โดยมีนายฐติพล ผู้เสียหาย ร่วมตรวจสอบด้วย ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดมีการทำอย่างเปิดเผย มีการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ซึ่งยอมรับว่าเครื่องประดับมีชิ้นเล็กชิ้นน้อย จึงมีความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนการตรวจนับ โดยเฉพาะในบัญชีที่อ้างว่ามีการสูญหายอยู่ในบัญชีของกลางรายการที่ 90 กับ 99 ซึ่งทับซ้อนกัน แต่เมื่อตรวจสอบและถ่ายรูปทีละชิ้น สุดท้ายพบว่าไม่มีของกลางรายการใดสูญหาย ขณะที่นายฐติพลได้นำเครื่องเพชรประกอบด้วย แหวน ต่างหู และสร้อยข้อมือ จำนวน 3 รายการ มูลค่ากว่าแสนบาท มาประกอบการแถลงข่าว โดยยืนยันว่าได้รับของกลางครบถ้วนหมดแล้ว โดยครั้งแรกมีแหวน 2 วงกับต่างหู 1 คู่ แต่การไปดูครั้งแรกอาจเพราะเร่งรีบและไม่สามารถแกะของกลาง ซึ่งอยู่ในซองพลาสติกมาดูได้อย่างละเอียด ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเครื่องเพชรสูญหาย แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอธิบดีดีเอสไอเปิดให้เข้าไปดูของกลางอีกครั้งอย่างละเอียดก็พบว่าเครื่องเพชรอยู่ครบ
มีความเห็นกรณีที่นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ท้วงติงที่มีการตีโซ่ตรวนแกนนำ นปช.เข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชนและอยากให้ยกเลิก โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า คณะกรรมการชุดต่างๆ ที่รัฐบาลตั้งขึ้น เมื่อมีความเห็นอย่างไรรัฐบาลก็ต้องรับฟังและมาพิจารณาดูว่าจะปฏิบัติได้หรือไม่ได้อย่างไร ปฏิบัติได้ก็ทำ ปฏิบัติไม่ได้ก็ต้องชี้แจงว่าอะไรที่เป็นปัญหา
เมื่อถามว่า ทางกรมราชทัณฑ์อ้างว่าเป็นระเบียบ แต่องค์กรสิทธิมนุษยชนบอกว่าเป็นการขัดต่อสิทธิมนุษยชน เราจะเลือกอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า ความจริงตนก็ไม่รู้เรื่องระเบียบเหล่านี้ แต่อะไรที่เป็นความถูกต้องที่สมควรจะทำก็ต้องมาพิจารณากัน
ที่กองบังคับการตำรวจปราบปราม นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้นำเอกสารขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 79 คน กรณีชุมนุมหน้าสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ยื่นต่อ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. หัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีนี้ โดยระบุว่า ผู้ต้องหามีจำนวนมาก และมีผู้ต้องหาอีกหลายคนยังไม่ได้รับหมายเรียก ทั้งนี้บางคนเพิ่งทราบว่าตกเป็นผู้ต้องหาจากสื่อมวลชน นอกจากนี้ ทนายความในคดีนี้มีเพียงแค่ 2 คน จึงทำให้ดำเนินการไม่ทันและไม่ต่อเนื่อง จึงขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนออกไปเป็นวันที่ 26 ส.ค. 2553 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป โดยจะขอเข้าพบพร้อมกันทั้ง 79 คน
ด้าน พล.ต.ท.สมยศ กล่าวว่า เมื่อผู้ถูกกล่าวหาไม่มาพบตามกำหนดหมายเรียก เมื่อหมดเวลาทำการคือ 16.30 น. ก็เป็นอำนาจที่จะพิจารณาออกหมายเรียกซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 29 ก.ค.นี้ ได้ตามกำหนดระยะเวลา 15 วัน แต่ทุกอย่างก็ไม่จำเป็นต้องยึดหลักการเช่นนั้น.









