สับสนเป็นอย่างยิ่งกับอากาศที่เดี๋ยวฝนตกแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้ เดี๋ยวก็แดดออกเปรี้ยงแบบ "ตับแทบแลบ" ทำเอาคนเดินดินธรรมดาปรับตัวแทบไม่ทัน ก็คงเหมือนกับบ้านเมืองไทยยามนี้ละมั้ง ที่เดี๋ยวมีเรื่องนี้ เดี๋ยวรุ่งขึ้นก็มีเรื่องใหม่ออกมา...๐ ดูง่ายๆ ตั้งแต่วันหยุดยาวที่ผ่านมามีกี่เรื่องต่อกี่เรื่องที่หลากหลายเข้ามาบ้าง ทั้งการผุด "กองพลทหารราบที่ 7 - กองพลทหารม้าที่ 3" บ้าง วันต่อๆมาก็ศึกชิงศักดิ์ศรีในการเลือกตั้งเขต 6 กรุงเทพมหานคร แต่ก็ถูกเหตุ "บึ้มป้ายรถเมล์หน้าบิ๊กซีราชดำริ" ขึ้นมาแทนที่ สุดท้ายควันระเบิดยังไม่จางหายก็มีเรื่องร้อนแรงว่าด้วย "ปราสาทพระวิหาร" ขึ้นมาสอดแทรกอีก...๐ รัฐบาล "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ดูเหมือนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกเสียจริง เพราะชายแดนด้านกัมพูชาของ "สมเด็จฮุน เซน" ก็ยังคุกรุ่นรอวันปะทุ ชายแดนด้านพม่าประเทศผู้ไม่อินังขังขอบสายตาโลกก็เล่นปิดด่านชายแดนแม่สอดอีก "อลงกรณ์ พลบุตร" ที่ทำหน้าที่ท้าวมาลีวราชจะโชว์พลังสำเร็จแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น อย่างไรต้องติดตาม...๐ เคยบอกไว้แล้วว่าระวังจะกลายเป็นหนามตำเท้าเปล่าๆ ปลี้ๆ แบบอยู่ดีไม่ว่าดี จะใช่ใครที่ไหนถ้าไม่ใช่ "สีทนได้" อย่าง "พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน" รอง ผบช.น. เพราะสุดท้ายก็ไม่สรุปว่า "พงศ์พัฒน์ วชิรบรรจง" หรืออ๊อฟไม่ผิดในข้อหาหมิ่นเบื้องสูงตามที่ "ภูมิพัฒน์ วงศ์ยาชวลิต" หรือ “แน็ต พีรกร” ฟ้องไว้ แต่ เรื่องก็ไม่จบง่ายๆ ซะแล้ว เมื่อ "สงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์" ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ฟ้องกองปราบว่า "แน็ต" แจ้งเท็จ ก็ถ้าพี่นวยไม่จุดประเด็นขึ้นมามันจะลงเอยในรูปแบบนี้ไหมเนี่ย...๐ มีไม่กี่ครั้งที่ "อภิสิทธิ์" จะ โชว์ศักยภาพ หรือท่าทีแสดงถึงความเป็นผู้นำ อย่างแท้จริง โดยล่าสุดคือท่าทีต่อการประชุมมรดกโลกที่บราซิล ซึ่ง "หนุ่มมาร์ค" สั่งให้ "สุวิทย์ คุณกิตติ" ที่เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุมวอล์กเอาต์และถอนตัวจากภาคีได้ทันที หากที่ประชุมยังดื้อดึงผลักดันวาระแผนบริหารพื้นที่ปราสาทพระวิหาร อย่างนี้สิถึงเรียกว่าได้ว่ามีภาวะผู้นำที่กล้าตัดสินใจ ไม่ใช่ยักแย่ยักยันอยู่นั่นแหละเจ้าประคูณ...๐ มีได้ก็มีเสียเป็นธรรมดา ที่ดูดีมีราคาก็ในเรื่อง "เขมร" แต่กลับเรื่องภายในประเทศว่าด้วย "พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน" กลับเอ้อระเหยลอยชายไปๆ มาๆ อยู่ได้ จะยกเลิกเพิ่มอีกกี่จังหวัด หรือจะคงไว้ก็ควรสะเด็ดน้ำซักที ไม่ใช่ยื้อเป็นรายวันรายประชุมอยู่ได้ แหม! อุตส่าห์แสดงการตัดสินใจที่เด็ดขาดในเรื่องดินแดนแล้วก็ควรทำให้ได้ในเรื่องความมั่นคงและอธิปไตยของชาติเช่นกัน...๐ เห็นข่าว "เขมร" แล้วต้องพูดถึง ท่าทีของ "พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์" โฆษกพรรคเพื่อไทยที่ดำริจะไปฟ้อง "ป.ป.ช." เพราะปล่อย ให้ "พล.ต.จำลอง ศรีเมือง" ไปประท้วงหน้าองค์การยูเนสโก โดยเทียบกับกรณี "นที สรวารี" ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมระหว่างร่วมรณรงค์กิจกรรมวันอาทิตย์สีแดงว่า 2 มาตรฐาน ก็ ไม่แปลกใจ ทำไมพรรคเพื่อไทยจึงไม่สงชื่อ "เด็จพี่" ลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 กรุงเทพมหานคร เพราะถ้าคิดได้แค่นี้ก็ทำหน้าที่ยี่เกหน้าโรงต่อไปเถอะ...๐ งวดเข้าไปทุกทีแล้วสำหรับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ในหัวข้อใช้เงินสนับสนุนจาก กกต. 29 ล้านบาท เพราะล่าสุด "ศาลรัฐธรรมนูญ" ได้ตัดพยานบุคคลฝั่งแม่พระธรณีบีบมวยผมจาก 83 ปากเหลือเพียง 15 ปาก เท่านั้น โดยนัดสุดท้ายก็คือวันที่ 6 ก.ย. เรียกว่าได้ลุ้นระทึกยกแรกแล้วว่า "ยุบสภา" กับ "ยุบพรรค" อันไหนจะเกิดก่อนกัน...๐ ก่อนส่งท้ายก็แถมเรื่องฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง "แพนด้า" หน่อย ใครๆ มักเรียกพรรคของมังกรเติ้งว่า "ปลาไหล" แต่พอ เห็น "โสภณ ดำนุ้ย" ออกมาแถเรื่อง "บรรหาร" จะขอ "หลินปิง" มาอยู่สุพรรณบุรี จนทำให้ "น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา" ลูกสาวสุดเลิฟต้องมาแจงแล้วต้องให้ฉายาว่า หนักกว่า "ปลาไหลทาจารบี" เสียอีก แล้วที่ซวยแบบไม่เข้าใครออกใครก็คือ "สื่อ" ตามเดิม เพราะคุณพี่โสภณบอกว่าสื่อเป็นคนพูดคนชงเอง ฐานันดรที่ 4 มันจะใหญ่อะไรขนาดนั้นเล่าพี่...๐ สุดท้ายเห็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีหลายคนเริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้น อาทิ "หล่อเล็ก" อย่าง "อภิรักษ์ เกษะโยธิน" ที่ไปรับหน้าเสื่อเดินสายจัดสัมมนาว่าด้วยเรื่องปรองดอง ประเดิมที่ "เลยโมเดล" เป็นแห่งแรก แต่ด้าน "คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์" ยังไม่เห็นเทกแอคชั่นอะไรเลย แหม! งานนี้เสียฟอร์มคุณหญิงแอ๋ว ซึ่งเคยเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กล้าได้กล้าเสีย หมดเลยนะเนี่ย...๐









