วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid

ข่าวนานาชาติยันม็อบ'ก่อการร้าย'


ครม.อนุมัติใช้ พ.ร.บ.มั่นคงแล้ว เผยคุมทั่วกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีผลตั้งแต่ 11-23 มีนาคม "เทือก" ขู่ม็อบรุนแรง งัด พ.ร.ก.ฉุกเฉินทุบซ้ำ อ้างหน่วยข่าวนานาชาติยันตรงกัน แผนแกนนำเสื้อแดงก่อวินาศกรรม บึ้มอาคารขนาดใหญ่ ปาระเบิดมือ 30-40 จุด "มาร์ค" จ่อเข้าเซฟเฮาส์ ผุด "ครม.เล็ก" ใช้ 9 รมต.รับมือสถานการณ์ ชี้เป้าทักษิณหวัง "ล้มกระดาน" ขณะที่สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์งดลงนามถวายพระพร! คณะรัฐมนตรีอนุมัติประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามข้อเสนอของคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) ที่มีนายสุเทพ เทือกสุรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในฐานะประธาน คตม.เป็นผู้เสนอ เพื่อควบคุมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

พื้นที่ภายใต้การบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ประกอบด้วย กรุงเทพฯ, จังหวัดนนทบุรีทั้งจังหวัด, อ.ธัญบุรี อ.สามโคก อ.ลำลูกกา อ.คลองหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว อ.เมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี, อ.กระทุ่มแบน อ.เมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

อ.บางพลี อ.บางเสาธง อ.บางบ่อ อ.พระประแดง อ.เมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ, อ.พุทธมณฑล อ.สามพราน อ.นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม, อ.เมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา, อ.บางปะอิน อ.บางไทร อ.ลาดบัวหลวง อ.วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 11-23 มีนาคม

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รักษาการโฆษกรัฐบาล แถลงภายหลังการประชุม ครม. ว่าเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมเป็นต้นไปมีแนวโน้มจะเกิดความวุ่นวายขึ้น จากการที่มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มได้ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนในการปลุกระดมมวลชน พร้อมระดมยานพาหนะเป็นจำนวนมาก และนัดชุมนุมให้เข้าร่วมในการเรียกร้องความต้องการตามแนวทางและผลประโยชน์ของกลุ่ม

"มุ่งหวังเพื่อสร้างกระแสความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล และมีวัตถุประสงค์สุดท้ายในการกดดันให้นายกรัฐมนตรียุบสภาหรือลาออก โดยกำหนดให้มีการชุมนุมเคลื่อนไหวตามเส้นทางและสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ พื้นที่บางส่วนของปริมณฑล และพื้นที่บางส่วนของจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตโดยปกติของประชาชนโดยทั่วไป รวมทั้งการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล

ประกอบกับการชุมนุมดังกล่าวมีเจตนาดำเนินการในลักษณะยืดเยื้อ ยั่วยุให้เกิดความรุนแรง และอาจมีการกระทบกระทั่งระหว่างผู้ชุมนุมดังกล่าวด้วยกัน หรือกับประชาชนผู้สุจริต หรืออาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีบางกลุ่มก่อเหตุระหว่างการชุมนุม และขยายลุกลามจนเกิดสถานการณ์ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สร้างความเสียหายให้กับประเทศโดยรวม"

นายปณิธานกล่าวต่อว่า ดังนั้นเพื่อให้การบริหารจัดการในการรักษาความสงบและความปลอดภัยมีเอกภาพและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขมิให้สถานการณ์ขยายตัวลุกลาม เป็นเหตุการณ์ก่อความไม่สงบ หรือหากเกิดสถานการณ์ขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขปัญหาให้ยุติโดยเร็ว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

มอบ กอ.รมน.รับผิดชอบ

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า กอ.รมน.จะเป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ระงับยับยั้งและแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และจัดทำแผนการดำเนินการในการบูรณาการ กำกับ ติดตาม และเร่งรัดหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด รวมทั้งจัดตั้งศูนย์อำนวยการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออื่น เพื่อปฏิบัติภารกิจนี้เป็นการเฉพาะ โดยในวันพุธนี้จะมีการประชุม กอ.รมน.เพื่อพิจารณาการจัดอัตรากำลังทั้งหมด และตัวเลขงบประมาณที่จะอนุมัติเป็นงบกลางฉุกเฉินในเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา

มีรายงานว่า ในที่ประชุม ครม. นายสุเทพใช้เวลาประมาณ 45 นาที สรุปการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง โดยมีการแจกเอกสารของ คตม. และเมื่อการประชุมเสร็จสิ้น ได้สั่งเก็บไม่ให้นำออกมาเผยแพร่ ทั้งนี้ เอกสารระบุว่าในช่วงวันที่ 12-13 มีนาคม เป็นช่วงที่มีความเปราะบางที่สุด

"หากผู้ชุมนุมมีจำนวนมากจะไม่เกิดความรุนแรง แต่หากมีจำนวนน้อยหรือมีจำนวนมากแต่ชุมนุมไปแล้ว 7 วันไม่บรรลุเป้าหมาย ก็มีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรงสูง ที่ผมหนักใจคือมีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการใช้ความรุนแรง ใช้ระเบิดในการสร้างสถานการณ์ หรือก่อวินาศกรรม คนพวกนี้ไม่ใช่คนปกติ คลุ้มคลั่ง ทำได้ทุกอย่าง ไร้การควบคุม

สิ่งเหล่านี้ประชาคมข่าวนานาชาติรู้ดีว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่พวกนักเรียกร้องประชาธิปไตย แต่เป็นพวกผู้ก่อการร้าย ที่ต้องการสร้างภาพทางการเมือง ที่เกิดการกระทำรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อนำความเสียหาย การบาดเจ็บ เสียชีวิตของคนไปเคลื่อนไหว เรียกร้องต่อในเวทีนานาชาติ" นายสุเทพกล่าว

นอกจากนี้ นายสุเทพยังแจกสำเนาคำสั่งศาลปกครองกลางที่เคยตัดสินคดีที่มีการฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ในคดี 7 ตุลา ให้กับ รมต.ทุกคนไปศึกษาว่าเหตุการณ์ลักษณะใดที่ศาลเห็นว่าเป็นการชุมนุมที่ไม่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ

ข้อความในเอกสารตอนหนึ่งระบุว่า "การชุมนุมหน้ารัฐสภาดังกล่าวจึงมิใช่การชุมนุมโดยสงบ อันจะได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ 50"

ทั้งนี้ นายสุเทพบอกกับที่ประชุมว่า กำลังพลของทหารและตำรวจที่จะควบคุมสถานการณ์นั้นมีภารกิจหลักคือ ควบคุมไม่ให้เกิดความรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่มีอาวุธ มีเพียงโล่และกระบองป้องกันตัวเองเท่านั้น

"แต่หากมีการทำร้ายประชาชนหรือมีการเผาหน่วยงานราชการเกิดขึ้น ที่สถานที่ราชการที่ใดถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทำลาย จะต้องจัดให้มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วติดอาวุธเข้าไปทันที" นายสุเทพกล่าว พร้อมกับกำชับรัฐมนตรีว่า

"หากมีการปิดล้อมสถานที่หน่วยงานราชการ เพราะมีข่าวว่านอกจากจะทำให้จราจรเป็นอัมพาตแล้วยังจะมีการปิดล้อมกระทรวงเพื่อให้ทำงานไม่ได้ ผมขอความร่วมมือให้รัฐมนตรีทุกท่านอยู่ในสถานะที่ติดต่อได้ หากเกิดเหตุที่สำคัญ รัฐมนตรีทุกท่านต้องสั่งการได้ ไม่ว่าจะเดินทางไปต่างประเทศหรือไม่ก็ขอให้ติดต่อได้ เพื่อไม่ให้การบริหารงานยุติ"

"มาร์ค"ผุด ครม.เล็กรับมือ

แหล่งข่าวเผยด้วยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำชับในที่ประชุม ครม.ว่า ขอให้รัฐมนตรีทุกท่านเตรียมความพร้อม หากมีความจำเป็นต้องประชุม ครม.ในกรณีฉุกเฉินเพื่อไม่ให้การบริหารยุติ ซึ่งจะเป็นไปตามเป้าหมายของกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะเรียกประชุม ครม.ก่อนวันอังคาร โดยกำหนดรัฐมนตรีคณะเล็กจำนวน 9 คน เพื่อประชุมประเมินสถานการณ์ในการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีคณะเล็ก 9 คน ในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนายกฯ แล้วยังประกอบด้วย 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 2.พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ 3.นายวีระชัย วีระเมธีกุล รองนายกฯ 4.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม 5.นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย 6.นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน 7.นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม 8.นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรฯ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดสถานที่ประชุม ครม.ชั่วคราว ในกรณีที่ไม่สามารถเข้าทำเนียบรัฐบาลได้ โดยต้องประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน

นายสุเทพอ้างต่อที่ประชุม ครม.ด้วยว่า จากการประสานงานกับประชาคมข่าวกรองระดับนานาชาติ ได้ข้อมูลสอดคล้องกันว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่การแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย "แต่มีแนวโน้มเข้าข่ายการก่อการร้าย ซึ่งถือเป็นการประเมินสำนักข่าวกรองของประเทศอื่นๆ"

ก่อนหน้านี้ นายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า "ท่านทั้งหลายก็เห็นแล้วว่าผมก็จะยืนหยัดใช้กฎหมายปกติ (พ.ร.บ.มั่นคง) จนสถานการณ์จะเกิดเป็นอันตรายกับประชาชนก็จำเป็นต้องใช้กฎหมายเข้มแข็งกว่านั้น ก็ใช้ไปตามขั้นตอน..รัฐบาลจะไม่ลาออกและไม่ยุบสภา"

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังประชุม ครม. ก่อนจะเดินทางเข้าประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ถึง "เซฟเฮาส์" ที่ผู้สื่อข่าวตั้งคำถามว่านายกฯ ต้องเข้าไปอยู่หรือไม่ ว่ายังไม่ได้หารือว่าจะมีการรวมตัวของผู้ที่มีหน้าที่ดูแล แต่ก็ต้องอยู่ด้วยกันทั้งนายสุเทพและผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องอยู่ในที่ที่สามารถติดต่อสื่อสารและสั่งการต่างๆ ได้อย่างรวดแร็วและไม่มีอุปสรรค ส่วนจะไปอยู่เซฟเฮาส์ยังไม่ได้คุยกัน ต้องรอดูตามสถานการณ์ แต่ถ้าถึงเวลาคงต้องนัดหมายกันได้

เมื่อถามว่า อยากฝากอะไรถึงคนที่ พ.ต.ท.ทักษิณปลุกเข้ามาร่วมชุมนุมในวันที่ 14 มีนาคม แต่ลูกของ พ.ต.ท.ทักษิณกลับเดินทางไปประเทศเยอรมนี นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เขาคงเรียนรู้ว่าทุกครั้งที่เข้ามาด้วยความยากลำบาก แต่คนที่ต่อสู้ให้ก็ยังสุขสบายเหมือนเดิม และไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น

"ไม่ควรมี ถ้ามีก็คงไม่มีใครชนะ" คือคำตอบของนายกฯ ต่อคำถามที่ว่า มีชีวิตใครที่ต้องนำมาเซ่นสังเวยอีกหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย อ้างว่าจะมีการป่วนบริเวณถนนราชวิถีและ รพ.ศิริราช แล้วโยนความผิดไปยังกลุ่มเสื้อแดง นายกฯ กล่าวว่า หากมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น รัฐบาลไม่ได้ประโยชน์อะไรทั้งสิ้น เพราะรัฐบาลจะเป็นคนสุดท้ายที่จะได้ประโยชน์

"การโกรธเคืองของผู้ชุมนุมเสี่ยงต่อการควบคุมสถานการณ์ยากขึ้น คิดง่ายๆ ว่าหากมีอะไรรุนแรงขึ้นมาผมคงไม่ได้ประโยชน์อะไร มีแต่ความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น แต่กลุ่มคนที่จะได้ประโยชน์จากความรุนแรงคือกลุ่มคนที่ต้องการล้มล้างกฎ กติกา สถาบัน และสังคมอย่างที่เป็นอยู่ เพื่อหวังเอาบางสิ่งบางอย่างกลับคืนมาเท่านั้น" นายกฯ กล่าว

นายกฯชี้"ล้มกระดาน"

ถามว่า คำพูดของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง ที่กล่าวว่าการยุบสภาเป็นเพียงแค่หลักลวง แต่เจตนาคือการเปลี่ยนแปลงประเทศ นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่า ที่ตนได้บอกไป อย่างเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อเราจะแก้กันจริงๆ ตกลงกันได้ ก็ถอยนาทีสุดท้าย เพราะไม่ได้เป็นเป้าหมายสุดท้าย เป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่เรื่องนี้

"แต่ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมยังถูกทำให้เกิดความเข้าใจผิด คิดว่ามาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อความเป็นธรรม แต่จริงๆ แล้วคนที่วางแผนและต้องการให้บ้านเมืองวุ่นวายไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านี้" นายกฯ กล่าว และตอบคำถามที่ว่าเป้าหมายสุดท้ายของแกนนำเสื้อแดงคืออะไรว่า "เป็นความวุ่นวาย ใช้คำว่าล้มกระดาน"

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงความพร้อมในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ว่า ขณะนี้ยังไม่ดำเนินการเพิ่มเติม เราเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานเหมือนเดิม หลังจากที่ ครม.มีมติก็ต้องมาเตรียมองค์กร ตั้งผู้ที่รับผิดชอบ รวมถึงโครงสร้าง น่าจะใช้การปฏิบัติงานร่วมกับตำรวจที่มีอยู่เดิมมาขยับให้เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ

ส่วนกรณี คตม.มีความเป็นห่วงเรื่องการก่อวินาศกรรมนั้น พล.อ.อนุพงษ์บอกว่า เป็นการรายงานของหน่วยข่าวในที่ประชุม คตม. รวมถึงแหล่งข่าวเปิดจากสื่อมวลชนที่มีการพูดถึงและมีเหตุการณ์การลอบวางระบิดหน้าธนาคารกรุงเทพที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องหยิบยกขึ้นมาพูด ก็ต้องป้องกันพื้นที่สำคัญ ระบบสาธารณูปโภคหรือสถานที่ที่ต้องดูแลอย่างเข้มงวด

"เพราะฉะนั้นการดูแลการสร้างสถานการณ์ที่จะทำให้เกิดความเสียหายที่เรียกว่า วินาศกรรม เป็นหัวข้อที่เจ้าหน้าที่จะต้องดูแล" ผบ.ทบ.กล่าว

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า สำหรับกองบัญชาการตำรวจนครบาล เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่มากกว่า 8,000 นาย, กำลังปราบจราจล (ปจ.) จำนวน 46 กองร้อย, กำลังจราจร (จร.) จำนวน 300 นาย, เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน (สส.) จำนวน 300 นาย และชุดเจรจาต่อรองอีกจำนวนหนึ่ง โดยมีภารกิจในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันการเผชิญหน้าไม่ให้มีการปะทะกันระหว่างมวลชน ป้องกันมือที่ 3 อาจเข้ามาก่อความวุ่นวาย

"เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตรวจอาวุธของผู้ที่ชุมนุมตาม 9 เส้นทางหลักที่มุ่งหน้าเข้าสู่ กทม. ตามแผนมกรา 52 รวมทั้งรักษาความสงบเรียบร้อยตามจุดชุมนุม 6 จุด ที่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายกันไว้"

นอกจากนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. มอบหมายให้ผู้กำกับในพื้นที่เป็นผู้ดูแล อีกทั้งขอกำลังจากตำรวจภูธร ภาค 1, 2, 7, ตชด. และ บช.ก. ส่วนเรื่องจราจร ให้ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. เป็นผู้ดูแล เรื่องการสอบสวน มอบหมายให้ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เตรียมพนักงานสอบสวน พร้อมชุดบันทึกเทปวิดีโอ ภาพนิ่ง หากพบมีผู้ทำผิดกฎหมายพร้อมดำเนินคดีทันที

สำหรับเรื่องการดูแลสถานที่สำคัญ มอบหมายให้ พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ รอง ผบช.น.เป็นผู้ดูแล ส่วนการเคลื่อนย้ายสิ่งของสำคัญ มอบหมายให้ พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รอง ผบช.น. เป็นผู้ดูแล ขณะนี้มีการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่

"ปชป."แฉแผนวินาศกรรม

ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดย นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การชุมนุมครั้งนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวายและเกิดความรุนแรง 3 เหตุผล คือ 1.มีการเตรียมการคล้ายกับเหตุการณ์เดือนเมษายนปีที่แล้ว 2.แนวทางการชี้นำของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ในการที่ไม่ยอมรับคำตัดสินยึดทรัพย์ และเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดการคุกคามการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดี

3.แกนนำเสื้อแดงปลุกระดมให้คนก่อความรุนแรงอย่างเปิดเผย ซึ่งยุทธศาสตร์การชุมนุมคือ การให้ กทม.หยุดนิ่ง ซึ่งจะนำสู่ชัยชนะในการชุมนุม

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า พรรคห่วงใยใน 5 สถานการณ์ในการขับเคลื่อนดังกล่าว คือ 1.การก่อวินาศกรรม 2.การโจมตีสถาบันต่างๆ และสถาบันสูงสุดของชาติ 3.การสร้างความเข้าใจที่เป็นเท็จว่ารัฐบาลเตรียมปราบปรามผู้ชุมนุม ซึ่งไม่เป็นความจริง 4.มีการปล่อยข่าวเรื่องศาสนา เช่น การขึ้นบัญชีดำพระผู้ใหญ่ การเตรียมยิงมัสยิด ซึ่งก็ไม่เป็นความจริง

5.ความเชื่อมั่นต่างประเทศ ที่พรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องบัญชีดำไปยังองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ ถือเป็นการสร้างความเข้าใจผิดให้ต่างประเทศออกคำเตือนนักท่องเที่ยว ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทย

"เราเชื่อว่าเหตุผลของการชุมนุมครั้งนี้จะทำให้เกิดมวลวิกฤติในช่วง 1 สัปดาห์ตั้งแต่การชุมนุม เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่อาจรอได้แล้ว เพราะคดีอาญาต่างๆ กำลังเริ่มดำเนินการ และคดียึดทรัพย์ก็กำลังมีผลในการยึดทรัพย์" นพ.บุรณัชย์กล่าว

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จะมีการดำเนินการของกลุ่มที่ไม่เปิดเผย โดยเราได้รับรายงานจากข่าวกรองระบุว่าจะมีการวางระเบิด 2 จุดใหญ่ และขว้างระเบิดในพื้นที่หลายจุดเป็นดาวกระจาย และได้รับแจ้งจากการข่าวจากต่างประเทศแจ้งเตือนประเทศไทยว่าให้ระวังเรื่องการก่อวินาศกรรม ซึ่งตรงกับการข่าวของไทยเช่นกัน

รองโฆษก ปชป.กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังได้รับรายงานว่ามีแกนนำเสื้อแดงได้ชักชวนให้ประชาชนในต่างจังหวัดนำถุงดำติดตัวมาด้วย เวลาถ่ายปัสสาวะและอุจจาระให้ใส่ถุง เพื่อขว้างใส่สถานที่ราชการ ทำเนียบรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เป็นที่อับอายไปทั่วโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า การข่าวในทางลับที่มีสายในเสื้อแดงแจ้งว่าในระดับแกนนำมีการพูดถึงการระเบิด และจะมีการวางระเบิดตึกอาคารขนาดใหญ่หลายจุด รวมถึงจะมีการใช้รถมอเตอร์ไซค์ขว้างระเบิดมือมากถึง 30-40 จุดอย่างที่เคยเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกับเมื่อคืนวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เพื่อข่มขวัญและดิสเครดิตรัฐบาล และกดดันให้เกิดการเจรจาต่อรองเพื่อให้นายกฯ ยุบสภาหรือลาออก

ที่พรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือดูแลประชาชน (ศชปป.) ขึ้นมา เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เป็นคนไทย หลายคนเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่เดินทางมาเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือประสบภัยอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน รวมถึงรับเรื่องราวร้องทุกข์กรณีเกิดพลัดหลง สูญหาย อีกทั้งให้คำปรึกษาข้อกฎหมายกับประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมด้วย

"เหลิม"ปูดวอร์รูมลอนดอน

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณี ครม.มีมติประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเองก็บอกแล้วว่าจะชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ดังนั้นการกระทำของรัฐบาลจึงเท่ากับเป็นการคิดสั้น ไม่มีสติปัญญา ไร้สำนึก ไม่คำนึงถึงผลกระทบทั้งต่อการลงทุนและการท่องเที่ยวของประเทศ

"รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลชุดแรกที่ออก พ.ร.บ.ความมั่นคงมากที่สุด และบางครั้งก็ไม่ได้ใช้ แต่เป็นการแสดงธาตุแท้ของนายอภิสิทธิ์ เพราะสมัยที่เป็นฝ่ายค้านมักจะพูดเสมอว่า ประชาชนที่มาเรียกร้องนั้น แม้ว่าจะมาแค่ 1 คนหรือ 1 แสนคนก็ต้องฟัง แต่ครั้งนี้คนเสื้อแดงยังไม่ทันจะมา เหตุก็ยังไม่เกิด แต่รีบประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่ออะไร รัฐบาลคุกคาม ข่มขู่ บังคับไม่ให้คนมาชุมนุมนั้น แค่คิดก็ผิดแล้ว เป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยจริงหรือเปล่า" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ร.ต.อ.เฉลิมอ้างว่า ขณะนี้มีแหล่งข่าวโทร.มาบอกตนว่ามีการตั้งกองบัญชาการอยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อทำลาย พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ไม่ใช่รัฐบาลและไม่ใช่คนเสื้อแดง แหล่งข่าวบอกด้วยว่ามีการวางแผนไว้ 3 ส่วน คือ 1.จะมีการก่อเหตุที่ถนนราชวิถี 2.ให้คนสวมเสื้อแดงทำหน้าเหมือนวิ่งข้ามสะพานพระปิ่นเกล้าไปที่โรงพยาบาลศิริราช และ 3.ให้คนเสื้อแดงเทียม 7 ทีม ทีมละ 20 คน ไปยิงตามมัสยิดต่างๆ แล้วมีการบันทึกภาพไว้หมดทั้ง 3 ส่วน

"ดังนั้นผมจึงห่วงคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมด้วยจิตบริสุทธิ์ เพราะกลุ่มที่จิตไม่บริสุทธิ์คิดจะสร้างเหตุการชุมนุมแล้วใส่เสื้อสีนั้นอันตราย เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าจริงหรือปลอม ดังนั้นเมื่อมีเหตุชุลมุนก็จะตัดสัญญาณของพีเพิลแชนแนล ยึดดาวเทียมไทยคม สกัดไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณคุยกับประชาชน"

เมื่อถามว่า กองบัญชาการที่ตั้งอยู่ที่ลอนดอนนั้นเป็นฝ่ายใด ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เป็นนักการเมือง รับรองว่าข่าวของตนไม่มีผิด เพราะคนกลุ่มนี้ไปพูดกันที่ห้องอาหารไทย แล้วนักเรียนไทยที่นั่นเขาได้ยินก็เลยโทร.มาบอก

"การที่ให้คนไปยิงมัสยิดต่างๆ 7 ทีมนั้น ก็เพื่อให้คนทั่วโลกรวมทั้งประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้าใจผิด ส่วนการก่อเหตุที่ถนนราชวิถี ก็เพื่อใช้เป็นเหตุในการปราบปราม และที่ก่อเหตุเหมือนจะวิ่งข้ามสะพานพระปิ่นเกล้านั้น ก็เพื่อทำท่าให้ดูเหมือนว่าจะไปที่โรงพยาบาลศิริราช เขาเตรียมไว้หมดแล้วถึง 3 ช็อต" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นายเนวิน ชิดชอบ ได้เดินทางไปประเทศอังกฤษจริงตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มีนาคม เพื่อไปเยี่ยมบุตรที่ศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ พร้อมกับดูแลธุรกิจฟุตบอลอาชีพ ไม่ใช่การไปตั้งกองบัญชาการขัดขวางเสื้อแดง

"ห้อย"ขู่ฟ้อง"เหลิม"

โฆษกพรรคภูมิใจไทยบอกว่า นายเนวินได้โทรศัพท์จากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มายังตนว่า ฝากให้ ร.ต.อ.เฉลิมยืนยันว่าคนที่พูดหมายถึงตนหรือไม่ เพราะขณะนี้เมื่อทำการเช็กล่าสุด มีเพียงนายเนวินคนเดียวซึ่งเป็นคนของรัฐบาลที่อยู่ประเทศอังกฤษ ดังนั้นนายเนวินจึงได้มอบหมายให้ตนเตรียมดำเนินการฟ้องแจ้งความหมิ่นประมาท โดยขอให้ ร.ต.อ.เฉลิมพูดให้ชัดว่าหมายถึงใคร

นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ประธาน ส.ส.พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในการชุมนุมของเสื้อแดง ทราบว่ามีการจ่ายเงินหัวละ 300-500 บาท ที่น่าห่วงคือการนำคนเข้ามาไม่มีแกนนำควบคุม แต่ให้ดูแลกันเอง ทำให้ควบคุมยาก และเสี่ยงในการนำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดคิด

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคมเป็นต้นไป จะมีการพูดคุยกับทางผู้บริหารสื่อหลายๆ ที่ โดยจะมีการประชุมผู้บริหารสื่อเพื่อชี้แจงแนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการที่ ครม.จะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง นอกจากนี้ ในวันที่ 10 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 22.00-24.00 น. จะมีรายการพิเศษยาว 2 ชั่วโมง ทางช่อง 11 ที่จะให้หน่วยงานต่างๆ ได้ชี้แจงเรื่องแผนรองรับการชุมนุม

"หากมีปัญหาที่ทำให้การจราจรติดขัด หรือกรณีการเกิดเหตุจลาจลแบบเมื่อวันที่ 11-12 เมษายนที่ผ่านมา ก็ต้องเตรียมพร้อมผังรายการของสื่อของรัฐให้เป็นสื่อเพื่อข้อมูลข่าวสารของประชาชน โดยจะมีการเกาะสัญญาณทั่วประเทศจากช่อง 11 และสถานีวิทยุทั่วประเทศของทุกกองทัพ ตำรวจ อสมท และเครือข่ายวิทยุชุมชน" นายสาทิตย์กล่าว

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 4/2553 "รวมพลังแผ่นดินหยุดภัยคุกคามประเทศไทย" ว่า พันธมิตรฯ ขอเรียกร้องพลังแผ่นดินทุกภาคส่วนร่วมกันนำพาสังคมไทยให้พ้นจากวิกฤตการณ์และความรุนแรง ดังนี้

1.ในส่วนของรัฐบาล จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อป้องปรามความรุนแรงทุกรูปแบบ และจัดระบบกลไกสื่อสารกับสังคมอย่างมีประสิทธิภาพและเท่าทันสถานการณ์ นอกจากนี้รัฐบาลจะต้องยึดมั่นในแนวทางสันติ

2.ในส่วนของภาคประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ของสังคมนั้น จะต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร และไม่สนับสนุนไม่ว่าโดยตรงและโดยอ้อมต่อความรุนแรงทุกรูปแบบ 3.ในส่วนของพันธมิตรฯ จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยให้รอคำประกาศต่อไป

ขณะที่เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศ หยุดใช้ความรุนแรง ซึ่งประกอบด้วยหลายองค์กรภาคี จะร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว "โครงการหนึ่งเสียงไม่เอาความรุนแรง" ในเวลา 12.00 น. ที่ชั้น 2 ห้องประชุม 1 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ถนนสามเสน)

ที่กรมราชทัณฑ์ นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ได้กำชับไปยังนายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ รักษาการผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ให้ดูแลความเป็นอยู่ของผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีความขัดแย้งทางการเมือง อาทิ นายพรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ หรือเคทอง ซึ่งถูกส่งตัวเข้าควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เบื้องต้นจะควบคุมตัวไว้กับผู้ต้องหาในคดีลักษณะเดียวกันหรือคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

ช่วงค่ำวันเดียวกัน สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์แจ้งงดการลงนามถวายพระพร ที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 11-23 มีนาคม.

ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์