วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid

ฮุนเซนแค้นมาร์ค งดเหยียบตาเมือนธม-คลั่งยืมคำเสื้อแดงด่ากราด!


ทหารไทยพรึ่บ! คุมพื้นที่ นายพลห้าดาว "ฮุน เซน" ไม่ยอมเสียเชิงให้ทหารเขมรถูกปลดอาวุธ งดข้ามฝั่งเหยียบตาเมือนธม เปิดเวทีปราศรัยเล่นบทผู้นำกุ๊ย แสดงความโกรธแค้น "อภิสิทธิ์" หยัน "ขี้" เมืองไทยมีค่ามาก จึงมีคนมอบเป็นของขวัญให้นายกฯ ยืมคำเสื้อแดงด่าเป็นโจรปล้นอำนาจตัวจริง ไม่มีใครเลวเท่า เล่นบทหมอผีเขมรท้าสาบานเรื่องทหารไทยรุกชายแดน 15 ก.ค. ถ้าไม่จริงขอให้เจ้าหักคอ ถูกฆ่า เครื่องบินตกตายยกครัว "มาร์ค" นิ่งบอกเรียบร้อยดี พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 เผยเมื่อเช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่ามีกำลังทหารกัมพูชาภูมิภาคทหารที่ 1 ประมาณ 20 นาย พยายามที่จะขอเข้าพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม โดยใช้ความสัมพันธ์ทางทหารและยอมปลดอาวุธ แต่ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงว่า ในขณะนี้สถานการณ์ที่ปราสาทตาเมือนธมค่อนข้างตึงเครียด อาจจะมีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไปอยู่ใกล้กับพื้นที่ด้วย เกรงว่าหากทางทหารกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่อาจจะเกิดการขยายตัวของกลุ่มผู้ชุมนุม และทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นไปอีก จึงยังไม่อยากที่จะให้ทางกัมพูชาเข้าพื้นที่ในตอนนี้ ซึ่งกลุ่มทหารดังกล่าวก็มีความเข้าใจและได้ถอนกำลังกลับไปแล้ว

พ.อ.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม เสธ.กองกำลังสุรนารี กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่สมเด็จฮุน เซน เดินทางมา ทางเจ้าหน้าที่ประสานงานชายแดนกัมพูชายังได้พยายามติดต่อมาหลายครั้งเพื่อขอเข้ามาในพื้นที่ โดยยอมให้ทหารองครักษ์ปลดอาวุธก่อนเข้าพื้นที่ ทว่า ชุดประสานงานชายแดนของไทยได้ระบุว่า ขณะนั้นพันธมิตรฯ มาชุมนุมบริเวณดังกล่าว หากสมเด็จฮุน เซน เข้ามาเกรงว่าอาจจะไม่สะดวกและรำคาญใจ อีกทั้งอาจจะกระทบกระทั่งกันระหว่างกำลังทั้งสองฝ่าย เราจึงจำเป็นต้องปิดไม่ให้มีการเข้าออก

สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านบริเวณปราสาทตาเมือนธม บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กำลังตกอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างหนัก หลังทหารทั้ง 2 ฝ่ายได้เสริมกำลังพร้อมอาวุธหนักเข้าตรึงกำลังเผชิญหน้ากันตลอดแนว ในระหว่างรอการเดินทางมาเยือนพื้นที่ชายแดนกัมพูชา-ไทย ด้านปราสาทตาเมือนธม ของสมเด็จฮุน เซน ท่ามกลางกระแสที่ว่า ทหารฝ่ายกัมพูชาอาจฉวยโอกาสเปิดฉากโจมตีเข้ายึดปราสาทตาเมือนธม เพื่อให้เป็นจุดแตกหักและนำไปสู่การเจรจาระหว่างประเทศ ขณะที่ฝ่ายทหารประกาศปิดปราสาทตาเมือนธมไม่ให้มีการเข้าออกชั่วคราว

ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ และฝ่ายทหาร ได้ระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.), อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อป.พร.) และตำรวจกว่า 500 นาย ตั้งจุดตรวจสกัดตามเส้นทางที่จะเข้าไปสู่ปราสาทตาเมือนธมอย่างเข้มงวด โดยจุดตรวจสกัดด่านแรกอยู่ที่บริเวณหน้าวัดบ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ทางขึ้นปราสาทตาเมือนธม ห่างจากตัวปราสาทชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 5 กม. ซึ่งไม่อนุญาตให้ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน สื่อมวลชนและผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องผ่านจุดตรวจสกัดนี้เข้าไปอย่างเด็ดขาด รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่สามารถเดินทางเข้าไปทำสวน หรือทำไร่นาได้ตามปกติเช่นกัน

จุดตรวจสกัดที่ 2 อยู่ลึกเข้าไป ห่างจากปราสาทตาเมือนธมชายแดนไทย-กัมพูชา 1 กม. มีกำลังทหารและตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจำนวน 500 นาย พร้อมโล่ นำรั้วเหล็กและลวดหนามมาตั้งด่านสกัดปิดถนนอย่างหนาแน่น และจุดตรวจสกัดที่ 3 ทหารราบ กรมทหารราบเฉพาะกิจที่ 23 กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ได้นำรั้วลวดหนามมาปิดกั้นถนนไว้ ห่างจากปราสาทตาเมือนธม ราว 500 เมตร

ม็อบพันธมิตรฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกลุ่มมวลชนปกป้องแผ่นดินไทย ภายใต้การนำของนายวีระ สมความคิด ประธานภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหาร จำนวนกว่า 150 คน ซึ่งได้เดินทางมายังชายแดนด้านปราสาทตาเมือนธมตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. ได้ปักหลักพร้อมเปิดเวทีปราศรัยอยู่ที่บริเวณปราสาทตาเมือนโต๊ด ซึ่งเป็นปราสาทหลังกลางในบรรดากลุ่มปราสาทตาเมือน 3 หลัง (ปราสาทตาเมือน, ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาเมือนธม) อยู่ห่างจากปราสาทตาเมือนธม ราว 1 กิโลเมตร ท่ามกลางการดูแลความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอย่างเข้มงวด


สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง พบว่ามีการพยายามรวบรวมมวลชนจำนวนหนึ่งซึ่งอยู่ที่บ้านตาเมียง ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก และได้ส่งตัวแทนเข้ามาสังเกตการณ์ที่บริเวณด่านตรวจสกัดหน้าวัดบ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ แต่ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายแต่อย่างใด

เวลา 09.00 น. รายงานข่าวแจ้งว่าสมเด็จฮุน เซน เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 6 ลำ มายังพื้นที่ชายแดนกัมพูชา-ไทย ด้านปราสาทตาเมือนธม ลงจอดที่บ้านโอร์รุมจอง ใกล้กับกองพันทหารป้องกันชายแดนที่ 422 ห่างจากชายแดนไทยด้านปราสาทตาเมือนธม ราว 6 กม. โดยสมเด็จฮุน เซน ได้เป็นประธานเปิดถนนเส้นทางจากบ้านกู่ อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย ระยะทาง 13 กม. มุ่งหน้าตรงมายังปราสาทตาเมือนธม จ่อชายแดนไทยห่างตัวปราสาทราว 400 เมตร และเป็นประธานเปิดหมู่บ้านตาเมือน ซึ่งเป็นหมู่บ้านแนวกันชนชายแดนขนาด 400 หลังคาเรือน ห่างจากปราสาทตาเมือนธมราว 4 กม.

ข่าวแจ้งว่า ระหว่างการเยือนดังกล่าวมีการอารักขาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยใช้ทหารติดอาวุธหนักและรถถัง และนายกฯ กัมพูชาใช้เวลาอยู่ที่หมู่บ้านดังกล่าวราวครึ่งชั่วโมง

ระหว่างการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ทหารองครักษ์ของสมเด็จฮุน เซน พยายามประสานกับฝ่ายทหารไทยเพื่อขอให้สมเด็จฮุน เซน ได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมชมภายในปราสาทตาเมือนธม ซึ่งฝ่ายไทยได้ชี้แจงถึงเรื่องธรรมเนียมปฏิบัติระหว่างประเทศที่ต้องแจ้งล่วงหน้าตามขั้นตอนของกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งเรื่องความไม่ปลอดภัยที่ยากต่อการควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากมีกลุ่มมวลชนชาวไทยมาปักหลักประท้วงอยู่ใกล้กับตัวปราสาท

เว็บไซต์ KI-Media.blogspot.com ซึ่งเป็นแหล่งรวมข่าวสารเกี่ยวกับกัมพูชารายงานว่า ฮุน เซน ได้กล่าวปราศรัยระหว่างการเยือนพื้นที่ชายแดน โดยกล่าวโจมตีนายอภิสิทธิ์อย่างรุนแรง ถอดความจากภาษาเขมรได้ว่า "ผมโครธแค้นเฉพาะคนบางคน ไม่ได้โกรธแค้นคนไทยทั้งหมด และผมโกรธแค้นหนังสือพิมพ์งี่เง่าอย่างเดอะเนชั่นและบางกอกโพสต์"

"ขี้ในเมืองไทยมีค่ามาก เพราะคนไทยมอบเป็นของขวัญให้แก่นายกรัฐมนตรี ถึงขนาดนั้นแล้วเขาก็ยังไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง คุณเป็นโจรปล้นอำนาจตัวจริง ถ้าไม่เชื่อก็จัดเลือกตั้งเลย แล้วคุณก็จะแพ้ ถ้าภรรยาผมใส่ชุดทหาร มันหนักอะไรคุณอภิสิทธิ์ไม่ทราบ ในบรรดานายกรัฐมนตรีไทย ไม่มีใครเลวเท่านี้แล้ว ถ้าคุณไม่พูดความจริงเรื่องทหารไทยรุกรานกัมพูชาเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ขอให้เจ้าหักคอคุณ ขอให้คุณเจอลูกปืน ขอให้รถชน ขอให้ไฟชอร์ต ขอให้คุณเจอลูกหลง"

ผู้นำกัมพูชากล่าวอีกว่า "ไม่เพียงแต่ประเทศไทยได้รุกรานกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังรุกรานและบิดเบือนประวัติศาสตร์ ด้วยการเปลี่ยนชื่อปราสาทเพรียะห์วิเฮียร์เป็นพระวิหาร ผมขอบอกว่าถ้าทหารไทยไม่ได้บุกรุกวัดแก้วสิกขาคีรีสวารา ขอให้ผมจงฉิบหาย รู้จักผมน้อยไปสุเทพ (เทือกสุบรรณ)

ฮุนเซนด่า นสพ.ไทย

นอกจากนี้ นายกฯ กัมพูชายังด่าหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น โดยบอกว่าถ้าโง่นักก็อย่ามาทำหนังสือพิมพ์ เสนอข่าวผิดๆ เกี่ยวกับการเยือนครั้งนี้ และกล่าวต่อไปว่า "ตราบใดที่คุณยังไม่ถอนทหารออกไปจากวัดแก้วสิกขาคีรีสวารา ผมจะเรียกคนพวกนั้นว่าทหารผู้รุกราน ผมพูดแรงขนาดนี้คุณเจ็บไหมล่ะ ถ้าคุณตอบโต้ ผมจะอัดกลับอีก ผมออกจดหมายฉบับหนึ่งถึงคนไทย บอกว่าไม่เคยมียุคสมัยใดที่สังคมไทยเกิดความปั่นป่วนเท่ายุคอภิสิทธิ์ ความสัมพันธ์ต่างประเทศก็เลวร้ายมาก คุณสั่งให้พวกเสื้อเหลืองปูทางรัฐประหารและเข้าบริหารสนามบิน ผมได้สั่งให้สภารัฐมนตรีของกัมพูชาบันทึกเสียงของผม และแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้ว"

"อภิสิทธิ์กล้าสาบานไหม ขอให้ถูกฆ่ายกครัว ขอให้เครื่องบินตกตายทั้งครอบครัว ถ้าเขายังคงอ้างว่าทหารไทยไม่ได้รุกรานกัมพูชา ผมไม่ใช่แค่เป็นทหาร ผมเป็นคนจัดตั้งกองทัพ หมายเลขประจำตัวทหารของผมคือ 000002 ผมไม่ได้ติดเหรียญตราปลอมๆ ผมจะบอกให้รู้ไว้อภิสิทธิ์"

"ไอ้...คนนี้มันบ้า สับสนตลอดเวลา สมควรถูกด่า มันหนักอะไรคุณถ้าผมใส่ชุดทหารมาชั่วชีวิต ไม่ว่าจะสวมเครื่องแบบทหารแบบไหน มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับอภิสิทธิ์ ที่คุณพูดมา 20 ครั้ง ผมไม่ได้โต้กลับ แต่คุณพูดโจมตีผมอยู่เรื่อย ฉะนั้นผมจะตอบโต้คุณ ถ้าพรุ่งนี้คุณตอบโต้ผม ผมจะตอกกลับ"

เวลา 10.00 น.หลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจ สมเด็จฮุน เซน และคณะ ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ออกจากพื้นที่ชายแดนกัมพูชา-ไทย ด้านปราสาทตาเมือนธม มุ่งหน้าสู่ จ.เสียมราฐ ห่างออกไปประมาณ 160 กม.ทันที เพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงพนมเปญเมืองหลวงกัมพูชา จากนั้นทหารไทยได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสามารถเดินทางเข้าไปทำข่าว บันทึกภาพภายในตัวปราสาทตาเมือนธม

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ได้ออกถ้อยแถลงเมื่อวันอาทิตย์ตอบโต้รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ไทย ที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะใช้ถ้อยคำปราศรัยของฮุน เซน ในการอธิบายกับคณะกรรมการมรดกโลกว่า พื้นที่รอบปราสาทพระวิหารเป็นของประเทศไทย

"คำกล่าวเช่นนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงความโลภโมโทสันและความเจ้าเล่ห์ของนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งต้องการผนวกดินแดนของกัมพูชาอย่างผิดกฎหมายและไร้ยางอาย" ถ้อยแถลงระบุ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตไทยในกัมพูชาว่า ระหว่างที่สมเด็จฮุน เซน เป็นประธานเปิดที่ทำการกองพันทหารราบชายแดนที่ 422 บ้านโอร์รุมจง ได้กล่าวพาดพิงนายอภิสิทธิ์ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอแสดงความเสียใจไปยังประชาชนชาวกัมพูชาต่อเรื่องดังกล่าว เนื่องจากประเทศไทยและประชาชนไทยทุกคนมีความต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ กับกัมพูชา ทั้งเศรษฐกิจ การลงทุน และสังคม แต่การต่อว่าเช่นนี้ถือว่าไม่ให้เกียรติกัน ซึ่งมีผลให้การปรับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาไปเป็นเหมือนเดิมยากขึ้นไปอีก

นายชวนนท์ยืนยันว่า ทุกขั้นตอนของการที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี มาตามระบอบประชาธิปไตย ผ่านขั้นตอนรัฐสภาที่ถูกต้อง และอยากขอให้เข้าใจว่า รัฐบาลไทยไม่มีเจตนาร้ายต่อประชาชนชาวกัมพูชาแม้แต่คนเดียว แต่เหตุการณ์ไม่ให้เกียรติที่เกิดขึ้น จึงเป็นการลำบากแน่นอนในการจะฟื้นฟูความสัมพันธ์

"กรณีปราสาทพระวิหาร การเจรจาเขตแดน นอกจากนี้สิ่งใดที่อยู่ในอธิปไตยของไทย รัฐบาลจะเดินหน้าทวงสิทธิ์ทวงความเป็นเจ้าของในสิ่งที่ถูกต้องตลอดแนวชายแดน"

"ถ้อยคำที่รุนแรงหยาบคายที่ได้รับรายงาน เป็นคำที่ไม่น่าจะออกจากปากนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตาม ซึ่งเรารับไม่ได้ หากจะให้กลับไปร่วมมือฟื้นความสัมพันธ์โดยที่ไม่ให้เกียรติกันคงเป็นไปไม่ได้" นายชวนนท์กล่าว

'มาร์ค' เรียบร้อยดี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี เพราะเรายืนยันแล้วว่าหากมาในฝั่งของเรา ก็จำเป็นที่ต้องปฏิบัติตามในเรื่องการประสาน เรายืนยันตลอดว่าเราใช้หลักอะไรในการแบ่งเขตแดน และเรายืนยันในการยึดถือตามบันทึกข้อตกลงไทย-กัมพูชาเดิมว่า กลไกการแก้ปัญหาในจุดที่ยังไม่สามารถทำหลักเขตแดนได้ จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้มีการละเมิดเข้ามา

ถามว่าไทยจะส่งหนังสือไปยังคณะกรรมการมรดกโลก (ยูเนสโก) เพื่อคัดค้านในการขึ้นทะเบียนแผนพัฒนาพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารของกัมพูชาหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ขณะนี้เรากำลังจะนำแผนมาดูและเราต้องแสดงท่าทีไปอยู่แล้ว และเป็นจุดที่เราต้องดูอย่างมากที่สุด เราจะทำเต็มที่เพราะเราแสดงความคิดเห็นมาตลอด และตนใช้หลายโอกาสให้การพูดคุยทำความเข้าใจกับหลายฝ่ายและรับฟังความห่วงใยของไทย ว่าการขึ้นทะเบียนแบบนี้คืออะไร และจะทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นว่าสมเด็นฮุน เซน แสดงความไม่พอใจหลายครั้งที่ไทยดำเนินการอยู่

ซักว่ามีแผนลงพื้นที่ 4.6 ตร.กม.บ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ตอนนี้ยังไม่มี แต่ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเรามีคนของเราอยู่ตรงนั้นตลอดอยู่แล้ว และยังไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปขึ้นศาลโลก ตัวปราสาทนั้นต้องมีข้อมูลใหม่จึงจะสามารถไปดำเนินการได้

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวว่า ส่วนของพื้นที่เขาพระวิหารที่สมเด็จฮุน เซน เดินทางมานั้น เราจะไปว่าเขาไม่ได้เพราะเป็นไปตามคำพิพากษาศาลโลก แต่สำหรับพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาต่างอ้างสิทธิ์ซึ่งถือเป็นกรณีพิพาทกันอยู่ ทั้งนี้ระหว่างที่มีข้อพิพาทอยู่นั้น ใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเข้ามาในพื้นที่นี้ก็สามารถทำได้ เพียงแต่ว่าต้องแจ้งให้อีกฝ่ายทราบ


"เราถือว่าเป็นเขาเรา เมื่อท่านนายกฯ ฮุน เซน จะเข้ามาในพื้นที่ก็ต้องบอกเราก่อน เหมือนกันถ้าผมเข้าไปก็ต้องแจ้งให้เขาทราบ"

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ในขณะนี้ปราสาทตาเมือนธมยังเปิดอยู่ปกติ ยืนยันว่าจะไม่มีการถอนกำลังทหารโดยเด็ดขาด.

ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์