วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid

เรียน คุณใบตองแห้ง ที่เคารพ


 ผมได้เคยเขียนมาถึงคุณแล้วว่า  การที่ติดต่อมาบ่อยๆ  นั้นไม่ใช่คิดจะรบกวนหน้ากระดาษของคุณ  แต่เนื่องจากขณะนี้ปัญหาสังคมมันเปลี่ยนแปลงเร็วมากยิ่งขึ้น  ดังนั้นใครเดือดร้อนอะไรก็มักติดต่อมาหาผม

     เช้าวันที่  30  มิถุนายน  ที่ผ่านมา  มีชาวมอแกนจากเกาะเหลา  จังหวัดระนอง  ซึ่งเคยติดต่อถึงกันบ่อยๆ  ได้ติดต่อมาหาผมแล้วเล่าให้ฟังว่า  เมื่อเร็วๆ  นี้มีชาวมอแกนประสบเคราะห์กรรมเสียชีวิตไปถึง  2  คน  นอกจากนั้นบ้านของชาวมอแกนยังถูกอิทธิพลจากภายนอกที่เข้ามาแทรกแซงเพราะเสียผลประโยชน์เผาอย่างทารุณโหดร้าย

     ที่ผมพูดว่าทารุณโหดร้ายนั้น  คงไม่ใช่เอาตัวเลขหรือตัวหนังสือมาใช้เป็นพื้นฐานการพิจารณา  หากจิตใจคนเรา  ถ้าทารุณโหดร้ายแล้วย่อมสะท้อนพฤติกรรมที่เห็นแก่ตัวเป็นใหญ่  โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น  ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยไปเยี่ยมชาวมอแกนที่นั่นมาแล้ว  และยังไปใช้ชีวิตร่วมกับเขาที่นั่นอีกด้วย

     อนึ่ง   ผมได้ทราบว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระนองได้ลงไปเยี่ยมชาวมอแกนด้วยตัวเอง  นอกจากนั้นยังมีข้าราชการซึ่งเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของท่าน  ก็ได้ลงไปเยี่ยมเยียนและถามถึงสารทุกข์สุกดิบ  รวมทั้งเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่  โดยคุณเนาวนิตย์ที่โทรศัพท์มาบอกให้ผมทราบอีกด้วย  เนื่องจากสุภาพสตรีคนนี้เป็นชาวมอแกนที่รู้สึกห่วงใยในปัญหาบ้านเมืองมาโดยตลอด

     ซึ่งประเด็นนี้  ผมขอสรรเสริญในคุณค่าจิตใจของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด  รวมทั้งข้าราชการทั้งหมดดังได้กล่าวมาแล้ว  เพราะขณะนี้น้อยคนนักที่จะปฏิบัติได้  ทั้งๆ  ที่เรียกร้องหาคุณธรรมและจริยธรรม  แต่ตัวเองไม่ยอมลงพื้นดินอย่างผู้รู้คุณค่า  ดังนั้นเมื่อพูดถึงปัญหาชาวบ้าน  "ภาษาธรรมชาติของมนุษย์ที่ควรจะใช้ชีวิตและการทำงานมุ่งลงสู่ด้านล่างอย่างมีความสุข  ซึ่งประเด็นนี้หมายถึงคุณธรรมและจริยธรรม  มันได้หายไปจนแทบไม่เหลืออีกแล้ว"

     ดังนั้น  สิ่งที่ผมพูดย้ำอยู่เสมอว่าตัวเองมีอายุ  87  ปีแล้ว  แต่ก็ยังลงไปใช้ชีวิตทำงานร่วมกับชาวบ้าน  ซึ่งมีวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นชาวนาชาวไร่อย่างมีความสุขมาตลอด

     ทุกวันนี้หลายคนเรียกร้องหา  "จริยธรรมและคุณธรรม"  แต่ถ้ายังไม่มีวิญญาณความรักที่จะลงไปทำงานอยู่ในระดับพื้นดินร่วมกับทุกคน  ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่และเป็นพื้นฐานของเราเอง  แล้วเราจะไปหาคุณธรรมได้จากที่ไหนในเมื่อตัวเองยังหาตัวเองไม่พบ  แม้แต่ครูอาจารย์ในสถาบันการศึกษา  เมื่อพูดถึงคุณธรรมและจริยธรรม  ส่วนใหญ่ก็ยังพูดกันบนโต๊ะและนั่งอยู่ในห้องแอร์

     ผมยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง  ถ้าหวนกลับไปนึกถึงช่วงปี  พ.ศ.2521  ซึ่งขณะนั้นผมดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  มีนักโทษชายคนหนึ่งซึ่งถูกศาลพิพากษาจำคุกฐานฆ่าคนตาย  อยู่ที่แดนมหันตโทษของเรือนจำจังหวัดสงขลา  ได้เขียนจดหมายมาหาผมโดยแจ้งว่าต้องการซื้อหนังสือกล้วยไม้

     ผมเห็นเป็นโอกาสดีของตัวเอง  จึงได้มอบหนังสือกล้วยไม้ส่งทางไปรษณีย์ไปให้โดยไม่คิดเงินแม้แต่สตางค์แดงเดียว  หลังจากนั้นมาเราก็ได้เขียนจดหมายคุยกันระหว่างเพื่อนกับเพื่อน  จนกระทั่งหลังจากนั้นมาเขาก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษให้เป็นอิสระ  แล้วมาบวชอยู่ที่วัดยกกระบัตร  หลังจากนั้นก็ได้ออกธุดงค์แล้วก็หายไปจากการติดต่อ  ผมพยายามตามหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ  เข้าใจว่าชีวิตเขาคงไปเป็นสุขแล้ว  ส่วนผมเองได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลเพราะไม่ทำให้ตนเป็นคนลืมตัว  แม้ว่าจะทำงานมีตำแหน่งสูงแค่ไหนก็ไปอย่างเป็นธรรมชาติ  หาใช่เอาความอยากเข้าไปใส่ไม่

     ยังมีอีกรายหนึ่ง  ช่วงนั้นผมลาออกจาราชการมาแล้ว  หลังจากลาออกแทนที่จะพักผ่อนอยู่กับบ้าน  แต่ผมทำงานอยู่กับชาวบ้านหนักมากยิ่งกว่าเก่า  ทำให้รู้สึกว่าเป็นการพักผ่อนเพราะได้ทำงาน  นอกจากนั้นยังทำงานอย่างมีความสุข  จึงทำหนักยิ่งขึ้นกว่าเก่าจนกระทั่งถึงบัดนี้  โดยไม่ได้คำนึงว่าตัวเองจะต้องได้อะไรๆ  จากภายนอก

     เรื่องนี้มีประเด็นใหม่ตามมาหาผม   สิ่งนั้นก็คืออยู่มาวันหนึ่ง  ผมถูกกำหนดให้ไปปาฐกถาที่หอประชุมเล็กของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  โดยองค์กรที่เชิญผมไปบรรยายในครั้งนั้นคือ  "กองทุนช่วยผู้ต้องขังที่ไร้ญาติ"  หลังจากการบรรยายในวันนั้นแล้ว  ถัดมาอีกเพียงไม่กี่วันก็มีสุภาพสตรีคนหนึ่งติดตามมาหาผมถึงบ้าน  ผมทราบว่าเขาเปิดร้านรับซ่อมรถมอเตอร์ไซค์อยู่ที่บริเวณหน้าประตูคุกบางขวาง  ผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่าคุณ  ส. เธอมาหาผมที่บ้านพร้อมกับแจ้งว่า  มีเพื่อนชายของเธอคนหนึ่งถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำบางขวางฐาน  "เป็นคอมมิวนิสต์และฆ่าเจ้าหน้าที่ตาย"  เพื่อนเธอคนนั้นมีชื่อว่าคุณ  อ.    

     หลังจากนั้นมาผมกับคุณ  อ.ก็มีการติดต่อถึงกันมาตลอด  ในที่สุดก็ได้รับการปลดปล่อยออกสู่อิสรภาพ  แต่ก่อนที่จะปลดปล่อย  คุณ  อ.ได้ทำไม้ขีดไฟแช็กสีดำฝังด้วยมุกลายกนกไทย  นอกจากนั้นยังฝังชื่อและนามสกุลของผมไว้ตรงหัวด้วย

     ผมไม่ใช่คนสูบบุหรี่  แต่ผมก็เก็บไว้อย่างดีที่สุด  เพราะถือว่าเป็นน้ำใจอันดีงามจากเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง  ยิ่งเป็นนักโทษอยู่ในคุกด้วย  หลังจากพ้นโทษแล้วคุณ  ส.ก็ได้นำคุณ  อ.มากราบผมถึงบ้าน  หลังจากนั้นเธอทั้งสองก็ได้ขึ้นไปประกอบอาชีพอยู่ที่จังหวัดลำพูนในภาคเหนือ  หลังจากนั้นเราก็ติดต่อถึงกันมาอีกช่วงหนึ่ง

     อนึ่ง  หลังจากนั้นมาจึงมีคนที่หวังดีโดยที่มาเห็นว่า  ผมนอนอยู่กับกองหนังสือซึ่งตัวเองก็คิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่อย่างสมถะ  แต่แท้จริงแล้วกองหนังสือซึ่งตั้งเอาไว้รอบบริเวณที่ผมนอนอยู่กับพื้น  มันได้เกิดความชื้นและมีราขึ้น  ทำให้สุขภาพผมเองจำต้องได้รับความเดือดร้อน  เนื่องจากมีอาการไอเรื้อรัง  คนที่หวังดีก็คือคุณศักดิ์ชัย  กาย  ที่เข้ามาช่วยปรับปรุงบ้านให้อยู่ในสภาพที่ดียิ่งขึ้น  ทำให้ตัวผมเองสามารถอยู่ได้อย่างพอเพียง  ส่วนคุณศักดิ์ชัย  กาย  นั้นได้กล่าวเอาไว้ในขณะนั้นว่า  "ถ้าผมเป็นอะไรไปจะทำให้คนร้องไห้กันทั้งเมือง"  นอกจากนั้นยังได้มาฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกอีกด้วย

     นอกจากมาช่วยปรับปรุงบ้านให้ผมและสมาชิกในครอบครัวได้อยู่อย่างถูกสุขลักษณะแล้ว  ยังได้มีการนำเอาต้นไม้ใหญ่ๆ  มาปลูก  จนกระทั่งสร้างบรรยากาศเป็นธรรมชาติ  โดยไม่ได้คิดที่จะต้องการอะไรจากผม  ถึงต้องการผมก็คงไม่มีอะไรจะให้  เพราะไม่ได้เก็บทรัพย์สมบัติและทรัพย์สินเงินทองเอาไว้เพื่อตัวเอง  นอกจากได้มาแล้วก็นำมาใช้เพื่อกิจกรรมของส่วนรวมเท่านั้น  แม้กระทั่งการให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่ส่วนรวม  โดยไม่คิดที่จะเอาลิขสิทธิ์แม้แต่สตางค์แดงเดียว

     ผมมีสิ่งที่จะให้กับคุณศักดิ์ชัย  กาย  และสาส์นถึงทุกคนอยู่อย่างเดียว  "นั่นก็คือการให้ความรัก  ความเมตตา  เพื่อฝากเอาไว้เป็นทุนทางจิตใจ"  เท่านั้นเอง

     นี่แหละครับ  หลังจากปรับปรุงบ้านแล้ว  สมุดจดบันทึกเล่มหนึ่งซึ่งได้จดเอาชื่อและที่อยู่  รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ  อ.และคุณ  ส.เอาไว้ในนั้นได้หายไปอยู่ที่ไหนก็ไม่ทราบ  ซึ่งเรื่องนี้ผมคงไม่โทษใครอื่นนอกจากโทษตัวเองที่ไม่ละเอียดรอบคอบพอ  จนกระทั่งถึงบัดนี้ก็ยังหาไม่พบ  แต่ผมก็ยังไม่ละความเพียรพยายาม  หากเชื่อว่าชีวิตคนเราควรอยู่อย่างมีความหวัง

     ในที่สุดความหวังของผมก็บรรลุผลสำเร็จตามที่ปรารถนา  แต่มันไม่ใช่ความปรารถนาที่ผมต้องการ  หากมาทราบภายหลังว่าชีวิตคุณ  อ.กับคุณ  ส.ได้แยกทางกันเดิน  นอกจากนั้นยังทราบต่อไปอีกว่าชีวิตคุณ  อ.จำต้องพบกับเคราะห์กรรมต่อมาอีก  เนื่องจากรากฐานจิตใจตนเองไม่เข้มแข็งพอ  ทั้งๆ  ที่เราก็ได้ช่วยกันประคับประคองมาแล้ว  อย่างไรก็ตามยังมีเหตุการณ์ที่แฝงเข้ามาในวิถีชีวิตของคุณ  อ.ในอดีต

     ทั้งนี้  เนื่องจากความสับสนซึ่งผมไม่อยากจะพูดว่ามันเป็นความสับสนของระบบทางกฎหมาย  แต่มันเป็นความสับสนภายในจิตใจคนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายมากกว่า

     อย่างไรก็ตาม  ผมอยากจะฝากสัจธรรมบทนี้เอาไว้เพื่อเตือนสติทุกคน  ดังที่คนโบราณได้เคยสอนเอาไว้ว่า  "ทำอะไรก็ตามขอให้มองเห็นหัวคนเข้าไว้"  ดังนั้น  เรื่องนี้จึงเกิดขึ้นเพราะความสับสนภายในรากฐานจิตใจคนซึ่งทำหน้าที่รักษากฎหมาย  เช่นเดียวกันกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเรื่องราวของเรือนจำจังหวัดสงขลา

     สิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดควรจะสอนให้เราแต่ละคน  ผู้อยู่อย่างมีความสุขพึงสำเหนียกเอาไว้ด้วย

     ผมรบกวนหน้ากระดาษคุณมามากพอแล้ว  สุดท้ายนี้ผมใคร่ขอฝากแง่คิดมายังกลุ่ม  "สภาประชาชน  คนอ่านไทยโพสต์  ที่กำลังจะจัดประชุมในวันที่  1  พฤศจิกายน  2552"  ด้วยว่าผมอยากเห็นเพื่อนกลุ่มนี้ได้มีการนำปฏิบัติลงสู่พื้นฐานด้านล่าง  ซึ่งมีเพื่อนมนุษย์ของเราและเป็นคนส่วนใหญ่  ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นใครก็ตาม  ถ้าเราปฏิบัติบนพื้นฐานความรักความจริงใจแล้ว  ควรจะช่วยให้เขาทั้งหลายมีความสุขร่วมกับตัวเราเองด้วย  นอกจากนั้นยังได้บุญได้กุศลที่แท้จริง  ซึ่งน่าจะทำให้แต่ละท่านมีอายุยืนยาวเป็นไปตามวัยของตัวเอง  ทั้งนี้ควรถือว่าสิ่งที่ได้กล่าวมาแล้วทั้งหมดนั้นคือการปฏิบัติธรรม...

                                    ด้วยความเคารพรักอย่างสูงที่มอบให้กับทุกคน

                                             ระพี สาคริก

เรียน ท่านอาจารย์ระพี

     คุณ  อ.ที่อาจารย์กล่าวถึง  ผมไล่เรียงแล้วเป็นเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน  ฯลฯ  เพราะเขาเป็นอดีตนักศึกษาเข้าป่าภาคเหนือ  ซึ่งก็เป็นเรื่องเศร้าของคนรุ่นพวกผมที่คิดว่าต่อสู้เพื่ออุดมการณ์  แต่ต่างก็สูญเสียมากบ้างน้อยบ้าง  บางคนจบชีวิต  บางคนติดคุก  หลายคนเสียอนาคตโดยจบลงอย่างว่างเปล่า

     จะบอกว่าว่างเปล่าโดยสิ้นเชิงมันก็ไม่เชิง  การต่อสู้  14  ตุลามาจนหลัง  6  ตุลา  ได้ส่งผลสะเทือนด้านกลับต่อสังคม  ให้มีความเป็นประชาธิปไตยและให้ความเป็นธรรมมากขึ้น  เพียงแต่ผู้ต่อสู้เป็นผู้แพ้  เหมือนกับคณะราษฎร  เสรีไทย  นักหนังสือพิมพ์ยุค  2500  และผู้คนอีกจำนวนมากที่ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคม  แต่ตัวเองประสบชะตากรรม

     คนรุ่นผมเข้าป่าเพราะเจ็บแค้นจากความอยุติธรรมเมื่อ  6  ตุลา  แล้วก็ตั้งเป้าว่าจะเปลี่ยนแปลงสังคม  หลายคนยอมทำผิดกฎหมายเพื่ออุดมการณ์  แต่พอถูกจับติดคุกสิบกว่าปี  กลับออกมา  พคท.ล่มสลายแล้ว  ขบวนการล่มสลายแล้ว  เพื่อนฝูงที่เคยร่วมกันต่อสู้ต่างก็ปากกัดตีนถีบเอาตัวรอดในสังคมทุนนิยม  ไม่มีใครช่วยเขาได้มากนัก  เขายืนงง  เคว้งคว้าง  และทำใจได้ยาก  ต้องปรับตัวโดยเริ่มต้นจากติดลบยิ่งกว่าคนอื่น

     เรื่องของคู่รักในช่วงที่มีอุดมการณ์  มองเห็นแต่ด้านที่งดงามของกันและกัน  หรือในช่วงยากเข็ญ  สถานการณ์บังคับให้เห็นใจกัน  ผมพบเห็นด้วยความเศร้าใจว่าในที่สุดก็ต้องเลิกรากันไปหลายคู่  แต่บางคู่ก็อยู่ด้วยกันจนวันนี้  (คู่รักในม็อบ  193  วันพึงสังวร)

     กรณีของคุณ  อ.มีปัญหาในแง่ความยุติธรรมอยู่บ้าง  เพราะที่จริงเขาไม่ใช่คนยิง  แค่อยู่ในกลุ่มที่ไปด้วย  และยังมีอีกคนหนึ่งต้องโทษพร้อมกันทั้งที่ไม่เกี่ยวเลย  เล่ากันว่าผู้พิพากษาในคดีนี้พูดภายหลังว่า  ใช่หรือไม่ใช่ก็ไม่เห็นต้องสนใจเพราะมันคอมมิวนิสต์เหมือนกัน

     เพื่อนเล่าว่าสมัยคุณ  อ.อยู่ในคุก  ก็เกือบจะโดน  "ขาใหญ่"  เก็บไปแล้ว  เพราะเขาไปต่อสู้เรื่องสวัสดิการและความเป็นธรรม  จนผู้คุมไม่พอใจ

     แต่เล่าในอีกแง่มุมของความเป็นมนุษย์   คดีนี้ตำรวจถูกยิงตายไปคน  ที่เหลืออีกคนวิ่งหนี  ต่อมาภายหลังตำรวจคนนี้มาดูแลศูนย์การุณยเทพเชียงใหม่  เพื่อนผมถูกจับไปคุมตัวไว้  ก็กลายเป็นสนิทสนมกันทั้งที่อยู่คนละสี

     เรื่องของคุณ  อ.อาจเป็นโศกนาฏกรรมของคนเฉพาะกลุ่ม  (คือพวกผม)  แต่มันก็เป็นภาพสะท้อนความอยุติธรรมความไม่เป็นธรรมในสังคม  ที่ผลักคนให้ประสบชะตากรรม  ไม่ต่างจากที่สงขลาที่อาจารย์เล่า  แน่นอนว่าส่วนสำคัญอยู่ที่ใครมีรากฐานจิตใจเข้มแข็งเพียงใด  แต่ถ้าสังคมมีความเป็นธรรมเป็นพื้นฐาน  ผู้คนมีความรักความจริงใจเช่นอาจารย์  ก็จะช่วยลดความสับสนลงได้มาก

                                        ด้วยความเคารพอย่างสูง

                                        ใบตองแห้ง

ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์