วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid

หัวใจเดาะ(2)


สวัสดี ท่านสมาชิกสภาประชาชนผู้ทรงเกียรติ

เมื่อวานสมาชิก "เจริญ ช.ดำรง" ขึ้นมาอภิปรายเรื่องโรคหัวใจยังไม่จบ วันนี้เชิญขึ้นมาอภิปรายต่อ

ท่านประธานท้วมที่นับถือ

เมื่อคิดถึงหน้าที่ของรัฐจะต้องให้บริการต่อประชาชนในชาติแล้ว ก็เสียดายผลงานของข้าราชการชั่ว นักการเมืองเลว ขณะปฏิบัติราชการอยู่ก็คดโกง เอารัดเอาเปรียบราชการ ฯลฯ

น่าเสียดายเม็ดเงินที่รัฐจะต้องใช้จ่าย ให้บริการแก่คนเหล่านี้เมื่อเจ็บป่วย แต่ละคน แต่ละปี เป็นเม็ดเงินจำนวนไม่น้อยเลย

ก็ได้แต่หวังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในโลกในประเทศเท่านั้น โปรดลงโทษทรมานพวกมัน อย่าให้มีความสุข อย่าให้มีชีวิตอยู่ยืนยาวเลย

เมื่ออายุเริ่มเข้าเลข 8 ผมกับภรรยาก็เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลมากขึ้น มีความประทับใจที่ได้พบความกตัญญู-กตเวที ต่อสถานที่ให้การศึกษาของคุณหมอ พยาบาลหลายท่าน จนอดที่จะนำมาเล่าให้ท่านประธานท้วม และเพื่อนร่วมสภาประชาชนฟังมิได้

ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ คุณหมอผู้ผ่าหน้าอกผมครั้งแรก เอาท่อพลาสติกแทนเส้นเลือดแต่ร่างกายไม่รับ ต้องผ่าใหม่เอาเส้นเลือดใหญ่ที่โคนขาแทน ผมกินนอนทรมานตนเอง เบื่อแสนเบื่อจนอยากตายมากกว่าอยู่อย่างทรมาน 15 วัน

คุณหมอทราบว่าลูกสาวผมคนหนึ่ง เป็นครูอยู่ที่ รร.เตรียมอุดม ท่านบอกภรรยาผมว่าท่านเคยเป็นศิษย์เตรียมอุดมด้วยเหมือนกัน (ต้องขออภัยที่ผมจำนามสกุลของท่านไม่ได้)

โดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่แม่บ้านบอกผมว่า คุณหมอสัมพันธ์ให้ย้ายไปรักษาต่อที่ รพ.ศิริราช เพราะคุณหมอทำงานอยู่ที่นั่นด้วย ให้ย้ายเย็นวันนี้

เจ้าของบัญชีเงินสะสมยิ้มออกทันที รวมตัวเลขที่จะต้องจ่ายให้ รพ.แห่งนี้ไม่ถึงเลข 8

นี่ก็เหมือนกัน คุณค่าของความกตัญญู กตเวทีต่อสถานศึกษา

ภรรยาผมเป็นโรคหอบหืด ต้องหาหมอเข้าโรงพยาบาลเป็นประจำ เริ่มหน้าหนาวยาเม็ด ยาฉีด ยาเป่าสู้ไม่ไหว เช้าวันนั้นได้น้ำเกลือจาก รพ.พนัสฯ จะไป รพ.ที่ชลบุรี ลูกประคองแม่ผ่าน รพ.พานทอง ลูกเขยบอกว่าแม่หยุดหายใจแล้วไปไม่ถึงชลแน่ ต้องแวะเข้า รพ.พานทอง ด่วนที่สุด...

เป็นความขอบคุณที่ผมต้องสำนึกจนบัดนี้...คุณพยาบาลสาวๆ หนุ่มๆ กุลีกุจอปั๊มหัวใจ นวดเฟ้นคนละไม้คนละมือจนเธอลืมตา...

คุณพยาบาลคนหนึ่งที่ผมพบในงานชุมนุมศิษย์เก่า รร.พานทองบอกผมว่า "หนูเป็นศิษย์เก่า รร.พานทองค่ะ วันนั้นบังเอิญเป็นเวรของหนู จึงได้ช่วยกันอย่างเต็มที่..."

"วันนั้นถ้าไม่ได้พวกหนู แฟนครูก็ตายแล้ว..."

อาชีพครูน่ะไปเบ่งไปตะคอก รีดไถพ่อค้าประชาชนใครๆ เขาไม่ได้หรอกครับ..แต่ลูกศิษย์รู้ว่าครูสอนเขาด้วยความตั้งใจ หวังดี เขาก็พอใจแล้ว ความรู้สึกในความดีของครู จึงเป็นขวัญกำลังใจให้แก่คนที่เป็นครู...

ครับ การรู้จัก "ความดี" ของครู จึงเป็นการสร้างให้มีครูดีเพิ่มมากขึ้นครับ

อย่างที่คุยมาแล้ว ลูกเมียหวังเพียงให้ผมมีอายุมากขึ้น 8 ปีก็ไม่ขาดทุนแล้ว แต่ผมดันทุรังอยู่มาได้ 13 ปี จึง...ท้าทายมัจจุราชไปหน่อย

ปลายปี 2552 ผมเริ่มเหนื่อยง่าย ต้องงดออกนอกประเทศ เงินบำนาญตนเองบ้าง ลูกๆ ให้บ้าง จึงพอมี "กำลัง" หันไปมองวัด โรงเรียน พยาบาลใกล้บ้าน

ไปเอี่ยวร่วมกองบุญกับเขาบ้าง ทำเองบ้าง สร้างสิ่งที่เป็นถาวรวัตถุ เช่น ส้วม ถัง เมรุ ห้องน้ำ ศาลา กุฏิ ถังส่งน้ำ ฯลฯ

และด้วยความสำนึกในพระคุณของพ่อแม่ตนเอง และของภรรยาที่ทำให้เรามีที่ยืนอย่างมั่นคงในประเทศนี้ ผมจึงขอมีชื่อบิดามารดาให้ปรากฏไว้ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่บุตรหลานต่อไป

ปลายปี 2552 ผมเข้าโรงพยาบาลบ่อยขึ้น มากแห่งขึ้น จนกระทั่งเพื่อนพาไปทดลองใช้เครื่องมือการแพทย์ ที่เพิ่งมีใช้แห่งเดียวในประเทศไทย ก็ไปกับเขา...เพื่อหาทางเลือก

ผมเข้า รพ.ศิริราชอยู่ 13 ปี เพื่อรักษา 2 โรคคือหัวใจกับทางเดินปัสสาวะ บางครั้งถ้าฉุกเฉินก็ต้องเร่เข้าหาหมอเชี่ยวชาญเฉพาะโรคใกล้บ้าน ก็เห็นใจคุณหมอเฉพาะโรค แต่ละโรงพยาบาลช่างมีคนไข้มากมายเสียจริงๆ ดูเหมือนกับว่าเป็นการมาชุมนุมของคนไข้แต่ละโรค เห็นใจหมอที่ไม่มีเวลาแม้แต่จะรับประทานอาหารกลางวัน เพราะมีคิวคนไข้รออยู่อีกยาว... เป็นหมองานดี เงินดี มีเกียรติ มีวาจาสิทธิ์ แต่หมอก็เหนื่อย ล้า เป็นเหมือนกัน...

เด็กบางคนการเรียนดีเลิศ สอบได้เกรด 4 ทุกวิชา จึงเลี่ยงไปเรียนต่อวิชาอื่น

.......................

คุณเจริญทำลายสถิติตัวเองแล้ว เพราะอภิปรายมา 2 วันยังไม่จบ พรุ่งนื้ต้องให้จบนะครับ.

ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์