วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid

เงินเฟ้อติดลบต่ำสุดรอบ10ปีพลิ้วยังไม่'ฝืด'


   "พาณิชย์"  เปิดตัวเลขเงินเฟ้อเดือน  มิ.ย.ยังติดลบ  4%  ต่อเนื่องเป็นเดือนที่  6  ต่ำสุดรอบ  10  ปีตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้ง  ท่องคาถาไม่เข้าขั้น  "เงินฝืด"  หอการค้าฯ  แนะจับตา  เผยส่งผลกำลังซื้อมีปัญหาในช่วงน้ำมันโลกขาขึ้น  กมธ.แขวนงบธงฟ้า  เหตุไร้แผนไม่มีความชัดเจน

     นายศิริพล  ยอดเมืองเจริญ  ปลัดกระทรวงพาณิชย์  แถลงข่าวเมื่อวันที่  1  กรกฎาคม  ถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนมิถุนายน  2552  ว่าเท่ากับ  104.7  โดยเมื่อเทียบเดือน  พ.ค.ที่ผ่านมาสูงขึ้น   0.4%   และเทียบเดือน  มิ.ย.ปีก่อน  ลดลง  4.0%  ทำให้เฉลี่ย  6  เดือน  (ม.ค.-มิ.ย.)  ลดลง  1.6%

     โดยอัตราเงินเฟ้อเดือนที่ติดลบ  4.0%  เป็นอัตราลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่  6  สาเหตุสำคัญมาจากการลดลงของดัชนีราคาหมวดอื่นๆ   ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มลดลงถึง   9.4%  อาทิ   หมวดพาหนะการขนส่งและการสื่อสารลดลง  17.5%  หมวดการบันเทิง การอ่าน การศึกษา  และการศาสนาลดลง  10%   หมวดเคหสถานลดลง  5%  หมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าลดลง  3.8%  ในขณะที่ดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น  3.8%  ส่วนสาเหตุที่ดัชนีเฉลี่ยเทียบกับช่วงระยะ   6  เดือน  ที่ลดลง  1.6%  มาจากดัชนีหมวดอื่นๆ  ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มลดลง  7.6%  เช่นกัน

     "เงินเฟ้อเดือน   มิ.ย.ยังติดลบสูงถึง  4.0%  ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี  2540  และแม้จะติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่  6  แต่ในทางเทคนิคยังไม่เป็นเงินฝืด   เพราะทางทฤษฎีนอกจากเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง  6  เดือนแล้ว  ราคาสินค้าทุกชนิดต้องติดลบทั้งหมดด้วย  แต่ขณะนี้สินค้าหลายรายการยังเป็นบวก  จึงเรียกว่า  Disinflation  ไม่ใช่  Deflation  อย่างไรก็ตาม  หากเป็นเงินเฟ้อพื้นฐานติดลบต่อเนื่อง  6  เดือน  จึงจะน่าเป็นห่วง"  นายศิริพลกล่าว

     ทั้งนี้    กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีเฉลี่ย   0-0.5%    แม้เงินเฟ้อเฉลี่ย   6   เดือนติดลบ  1.6%  แต่ปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนที่คาดว่าจะเฉลี่ยที่  35  บาทต่อดอลลาร์  และราคาน้ำมันที่มีทิศทางปรับตัวขึ้น   ทำให้แนวโน้มราคาสินค้าจะไม่ลดต่ำลงมาก  โดยเงินเฟ้อตั้งแต่  ส.ค.จะค่อยๆ  ปรับตัวเป็นบวก

     ผศ.ดร.เสาวณีย์   ไทยรุ่งโรจน์   รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  กล่าวว่า   แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น  แต่ยังเห็นทิศทางเงินเฟ้อลดลง  สะท้อนถึงการลดลงของความต้องการซื้อในเดือนที่ผ่านมาที่ยังติดลบ   ทั้งการบริโภคภายในประเทศ  การใช้จ่ายภาครัฐและเอกชนที่ยังไม่มีในช่วงที่ผ่านมา   รวมถึงการลงทุนต่างๆ  ยังไม่เกิดขึ้นจากความไม่เชื่อมั่น  ประกอบกับปัญหาการส่งออกทำให้กำลังซื้อต่อเนื่องหดตัวตาม  รวมทั้งปัจจัยราคาสินค้าเกษตรที่ลดลงทำให้แรงงานในภาคเกษตรที่มีสัดส่วนมากถึง  40%  กำลังซื้อลดลงตาม

     "เดิมคิดว่าราคาน้ำมันแพงขึ้นจะทำให้ต้นทุนผลิตสูงขึ้น    แต่เมื่อผลเงินเฟ้อออกมาเช่นนี้  ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น  ยิ่งทำให้กำลังซื้อประชาชนลดลง"  ผศ.ดร.เสาวณีย์กล่าว  และว่า  ต้องจับตาอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจากนี้  ว่าจะติดลบต่อเนื่องเกิน   6  เดือนหรือไม่  เพราะหลักการเกิดเงินฝืดต้องเงินเฟ้อพื้นฐานติดลบมากกว่า  6  เดือน 

     เธอระบุว่า  สัญญาณเดือนหน้าแม้ยังไม่มีความชัดเจน  แต่ก็มีปัจจัยที่เป็นบวกทั้งความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ดีขึ้นจากการเผยแพร่ของธนาคารแห่งประเทศไทย  (ธปท.)  และแผนการใช้งบประมาณของรัฐบาลที่จะช่วยเรื่องการลงทุนภาครัฐ   ซึ่งหากทั้งสองส่วนดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจดีขึ้น  ราคาสินค้าไม่ลดลงไปมากกว่านี้  ความเชื่อมั่นการใช้จ่ายจะดีขึ้น  การติดลบของเงินเฟ้ออาจคลี่คลายลงได้

     วันเดียวกัน   ที่รัฐสภา  มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี   2553   มีนายไตรรงค์  สุวรรณคีรี  เป็นประธานที่ประชุม  โดยได้พิจารณางบของกระทรวงพาณิชย์   ซึ่ง  กมธ.ส่วนใหญ่ตั้งข้อซักถามถึงงบที่ตั้งไว้สำหรับดูแลราคาสินค้า  โดยเฉพาะโครงการธงฟ้า  ว่าลงในจังหวัดใดบ้างอย่างไร  ใช้หลักเกณฑ์ใดในการพิจารณา  รวมถึงการรับจำนำพืชผลทางการเกษตรต่างๆ


     นายยรรยง   พวงราช  อธิบดีกรมการค้าภายใน  ชี้แจงว่า  ปัจจุบันยังไม่ฟันธงว่าระหว่างประกันราคากับการค้ำประกันอะไรจะดีกว่ากัน    เหมือนกับภริยากับน้องภริยาใครจะดีกว่า  เพราะแรกๆ  ภริยาก็ดีกว่า  แต่ตอนหลังน้องภริยาคงดีกว่าแน่   

     การชี้แจงของนายยรรยง  ทำให้นางผุสดี  ตามไท  ส.ส.สัดส่วน  กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวตำหนิทันทีว่า  ไม่ชอบเลยที่เอาเพศแม่มาเทียบเล่น  ทั้งที่สังคมกำลังมีปัญหานี้อยู่   จึงไม่ทราบว่าผู้พูดอยู่ในฐานะอะไรไม่ทราบที่มาเปรียบเปรยภริยาและน้องภริยาว่าเป็นคนคนเดียวกัน 

     ในขณะที่นางฐิติมา  ฉายแสง  ส.ส.ฉะเชิงเทรา  กมธ.จากพรรคเพื่อไทย  ได้ขอแขวนงบธงฟ้า   85  ล้านบาทก่อน  โดยให้เหตุผลว่าไม่มีการเสนอแผนงานว่าจะจัดในที่ใด  และอย่างไรบ้าง

     นายชาดา   ไทยเศรษฐ์  ส.ส.อุทัยธานี  กมธ.พรรคชาติไทยพัฒนา  ได้ซักถามถึงตัวเลขการรับจำนำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีตัวเลขเกินจริงจนทำให้มีการลักลอบนำข้าวโพดจากต่างประเทศเข้ามาแฝงเพื่อสวมสิทธิ์ 

     นายยรรยงชี้แจงว่า  กรมการค้าภายในได้จำกัดการขนย้ายข้าวโพดในปริมาณที่เกิน  1  พันกิโลกรัมจะเข้า-ออกประเทศต้องได้รับการอนุญาตก่อนเท่านั้น   ซึ่งก็ได้ผลในการสกัดกั้นพอสมควร   แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมามีการนำข้าวโพดจากต่างประเทศเข้ามาสวมสิทธิ์จริง  ซึ่งรัฐกำลังพยายามสกัดกั้นอยู่

     ในที่สุดที่ประชุมมีมติให้แขวนงบโครงการธงฟ้าไปก่อน   เพื่อให้คณะอนุ  กมธ.ไปพิจารณารายละเอียดเพื่อให้กรมการค้าภายในนำเสนอแผนงานที่ชัดเจนก่อน     

     จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาต่อในส่วนของงบประมาณกรมทรัพย์สินทางปัญญา    ซึ่งนายจุติ  ไกรฤกษ์   ส.ส.พิษณุโลก  กมธ.พรรคประชาธิปัตย์  ได้ซักถามว่าในแต่ละปีต้องเสียค่าทรัพย์สินทางปัญญาให้กับต่างชาติเป็นเงินจำนวนเท่าใด

     นางพวงรัตน์   อัศวพิศิษฐ์   อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา  ชี้แจงว่า  ในปี  2550  มีรายรับจากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา   1,800  ล้านบาท  แต่จ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ต่างๆ  ออกไป  79,000  ล้านบาท   ทำให้ขาดดุลอยู่  70,000  ล้านบาท.

 

 

 

 

 

 

ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์