วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid

บทบรรณาธิการ

เริ่มแล้วกับการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงที่นัดรวมพลกันก่อนเป็นการอุ่นเครื่องใน 6 จุด ในวันที่ 12 มีนาคม 2553 ตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพ กระทรวงมหาดไทย ที่ตอนนี้สนธิกำลังกันตั้งรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

เหตุการณ์คลังแสงของกองพันทหารช่าง 401 ค่ายอภัยบริรักษ์ สังกัดกองทัพภาคที่ 4 จังหวัดพัทลุง ถูกคนร้ายเข้าไปขโมยอาวุธสงครามและเครื่องกระสุน ทั้งระเบิดสังหารบุคคลชนิดเอ็ม 26 และเอ็ม 67 จำนวน 20 ลูก กระสุนปืนชนิดเอ็ม 16 และเอชเค 2,000 นัด กระสุนชนิด 11 มม. 1,000 นัด ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคารนี้ คงจะเห็นชอบให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อรับมือการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 14 มีนาคม ตัวเลขคราวๆ ก็น่าจะประมาณวันที่ 11-23 มีนาคม จัดกำลังพลมโหฬาร 112 กองร้อย รวมเบ็ตเสร็จกับที่มีอยู่ก่อนแล้วก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 หมื่นนาย หากม็อบคนเสื้อแดงมาแค่แสนเดียว สัดส่วนเจ้าหน้าที่กับม็อบก็จะเท่ากับ 1 ต่อ 2 เลยที่เดียว

การชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 14 มีนาคม มีแนวโน้มที่ไม่ดีต่อประเทศนัก เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผู้ก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นมา โดยการก่อวินาศกรรมให้เกิดการล้มตายในหมู่ผู้ชุมนุม หวังผลให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา เพราะรัฐบาลไม่อยู่ในสถานะที่จะควบคุมสถานการณ์ได้ อีกทางหนึ่ง รัฐบาลเองก็ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสีย

การประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงของฝ่ายรัฐ ซึ่งมีคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ได้ประชุมกันอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยก็เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อวางมาตรการรองรับ ทั้งในแง่การประสานเพื่อไม่ให้เกิดความโกลาหล เพราะน่าจะมีคนมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก ซึ่งในการวางแผนน่าจะมีความร่วมมือระหว่างแกนนำของผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลพื้นที่การชุมนุม รวมถึงเจ้าพนักงานในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อให้การบริหารการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

การขยับของหลายหน่วยงานในเวลานี้ไล่ตั้งแต่ตัวผู้นำประเทศ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้กระทรวง กรมต่างๆ อาทิ กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ไปดำเนินการศึกษารายละเอียดคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 46,373 ล้านบาท อันคาดกันว่าน่าจะมีการเผยแพร่คำพิพากษาฉบับเต็มได้ภายในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคมนี้

ขบวนการทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมกำลังดำเนินไปอย่างน่ากลัว เพราะหากปราการด่านสุดท้ายนี้ถูกทำลายลง ประเทศไทยคงไม่มีหลักอะไรจะยึด ไม่มีใครเชื่ออะไรใคร ความปั่นป่วนที่มาจากการยึดหลักกู แทนที่จะยึดหลักกฎหมาย จะทำลายสังคมไทยที่กำลังแตกเป็น 2 ฝ่ายให้ย่อยยับลงไปในพริบตา

สิ่งที่คนไทยยามเกิดครบ 32 ประการแล้วหลีกเลี่ยงไม่พ้นในอนาคตมีอยู่ 2 สิ่ง นั่นคือ "ความตายและภาษี"

หลังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เริ่มมีคำถามออกมาจากบรรดาคนเสื้อแดงมากมายหลายประเด็น แต่ภาพรวมคือการไม่ยอมรับคำวินิจฉัย มีพฤติการณ์ชัดเจนคือสวมชุดดำประท้วง นี่คือสัญญาญอันตราย หากบรรดาคนเสื้อแดงยังใช้พฤติกรรมอย่างนี้ไปเรื่อยๆ กระบวนการยุติธรรมไทยจะถูกลากเข้าไปสู่การเมืองอย่างเลี่ยงไม่ได้

คดีประวัติศาสตร์ ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้ "ยึด" ทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 46,373 ล้านบาทเศษ ที่มาจากการซื้อขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป ให้กับกลุ่มเทมาเส็กของประเทศสิงคโปร์ พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน

ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์