หยุดกฎหมาย-ฆ่าประชาชน

  • Thursday, December 7, 2017 - 00:00


    มีเหตุผลที่สำคัญหลากหลายข้อของกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความผิดพลาดล้มเหลวในกระบวนการพัฒนาไปในทางทำลายทรัพยากรธรรมสิ่งแวดล้อมและชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในกระบวนการกฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่กำลังกลายเป็นกลไกในการทำลายทรัพยากรธรรมชาติมากกว่าที่จะนำไปสู่การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ยุติร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลัอม ที่ขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

    ทั้งนี้ เครือข่ายชาวบ้านจากทั่วประเทศ อาทิ กลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา กลุ่มคัดค้านโครงการเหมืองแร่ในหลายจังหวัด ทั้งที่ จ.อุดรธานี สกลนคร นครราชสีมา ชัยภูมิ รวมทั้งกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ จ.เลย เพชรบูรณ์ และกลุ่มชาวบ้านเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก

    ที่รวมตัวกันในนามเครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสื่อสาร ร้องเรียนทุกช่องทางเพื่อให้รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นหน้าทำเนียบรัฐบาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับฟังข้อเสนอ ต่อการจัดทำร่างกฎหมายพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่ไม่ผ่านการจัดทำตามมาตรา 77 และไม่เป็นไปตามมาตรา 58 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560

    คำถามคือ เหตุใดข้อเสนอหรือข้อเสนอแนะจากภาคประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหา ถึงถูกละเลยจากรัฐบาล หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นไปเพื่อปรับปรุง หรือทำลายล้างธรรมชาติและชีวิตของประชาชน เพื่อเปิดทางเอื้อผลประโยชน์ใหักับกลุ่มทุน ธุรกิจเข้ามากอบโกย ทำลาย บนความทุกข์ยาก ความสูญเสียของประชาชน

    โดยเฉพาะการมุ่งแก้ไขในหมวดว่าด้วยการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอเป็นหลัก เพื่อทำให้กระบวนการในการทำหรือพิจารณาเห็นชอบอีไอเอ มีขั้นตอนที่สั้นที่สุด โดยมีเป้าหมายอำนวยความสะดวกในการลงทุน เปิดทางให้กลุ่มทุนธุรกิจ เอกชน โดยละเลยคุณภาพชีวิตของประชาชน

    ทั้งการขยายอำนาจทางกฎหมาย จากการนำคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2559 ใส่ลงไปในมาตรา 50 วรรค 4 ที่ละเว้นให้กิจการด้านคมนาคมขนส่งและการสร้างเขื่อนที่ตัดผ่านเข้าไปในผืนป่าและพื้นที่ความอ่อนไหวทางระบบนิเวศ กิจการด้านความมั่นคงทางพลังงาน เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือสัมปทานขุดเจาะสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดยไม่ต้องรออีไอเอผ่านความเห็นชอบก่อน แต่สามารถหาผู้ประมูลโครงการไว้ก่อนได้นั้น เป็นการเปิดโอกาสให้แก่กิจการ หรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่เหล่านั้นมาสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาวะ ต่อประชาชนอย่างรุนแรงโดยไร้ส่วนร่วม หรือการตรวจสอบ ควบคุม

    ขณะเดียวกัน การแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ล้วนแล้ว แต่เพื่อนำไปสู่สิ่งที่เป็นประโยชน์มากขึ้น เพื่อส่วนรวมและประชาชน แต่ในทางกลับกัน เส้นทางกฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่นี้ กำลังเดินหน้าไปสู่การทำลาย โดยผ่านกลไกของอำนาจกฎหมาย หากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์นิ่งเฉย มิสนใจต่อข้อเสนอ หรือละเลยการมีส่วนร่วมของประชาชน

    ในการยุติร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ รัฐบาลกำลังทำลายมาตรฐานคุณภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือในการควบคุมและส่งเสริม สร้างความปลอดภัย คุ้มครองประชาชนทางสิ่งแวดล้อม ที่จะเป็นพื้นฐาน หลักประกันให้กับชีวิตประชาชน มิใช่เปิดเสรีในการเข้ามาทำลายอย่างไร้มาตรการ หรือการป้องกันอย่างเสรี โดยไม่สนใจชีวิตของประชาชน

    กฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ ควรเป็นไปเพื่อพัฒนา ปรับปรุง หรืออุดช่องโหว่ปมปัญหาในการเข้ามาหาผลประโยชน์ของทุน ซึ่งเป็นปัญหาอันยาวนานของชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เข้ามาแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรอย่างไร้ความรับผิดชอบ มาอย่างต่อเนื่อง

    มิใช่การออกกฎหมายทุบหม้อข้าวชาวบ้าน เปิดประตูหน้าต่างให้กลุ่มทุนเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์อย่างหน้ามืดตามัว เป็นกฎหมายเผด็จการสิ่งแวดล้อมที่ผนึกเกื้อหนุนกลุ่มทุนสามานย์ เข้ามาปล้นชิงทรัพยากธรรมชาติอย่างเสรี ทิ้งความสูญเสีย ความเสียหาย ผลกระทบในชีวิตและทรัพย์สินไว้ให้กับชาวบ้าน ภายใต้วาทกรรมคนส่วนน้อยต้องเสียสละ

    บทพิสูจน์ของกฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่นี้ จะเป็นตัวชี้ชัดว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เลือกเดินเส้นทางทำลาย มากกว่ารักษา อนุรักษ์ สร้างสรรค์ให้ยั่งยืน เพราะหากละเลย เพิกเฉย ไม่รับฟังเสียงสะท้อนของผู้ไดัรับผลกระทบ ยุติ หรือทบทวนกฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ที่ไร้ความชอบธรรมนี้ ย่อมชี้ชัดว่า รัฐบาล คสช.เลือกผลประโยชน์มากกว่าชีวิตประชาชน มุ่งหน้าที่จะใช้อำนาจอย่างหน้ามืดตามัว ผ่านช่องทางกฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ เพื่อเข่นฆ่าประชาชน?.

  • เปลว สีเงิน

    เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องใกล้ตัว หลอกกันไม่ได้ ล้วงกระเป๋าไปแล้วไม่เจอเงิน มันก็คือไม่เจอ เวลานี้ใครมาบอกว่าเศรษฐกิจดี คนจนจะหมดไปแล้ว สำหรับประชาชนระดับรากหญ้า เชื่อก็บ้า! ไม่มีปัญญาไปชิมไข่เจียวร้าน เจ๊ไฝ หรอกครับ เศรษฐกิจ ปากท้อง ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกด้วย และเมื่อสองอย่างนี้มาผสมกัน มันก็เหมือนระเบิด
  • บทบรรณาธิการ

    ปรากฏการณ์พบอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา นำไปสู่การเดินเข้ามามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายวัฒนาถูกควบคุมตัวตาม มาตรา 44 เนื่องจากต้องสงสัยมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง โดยเชื่อมโยงกับซีรีส์นัมเบอร์ของอาวุธล็อตใหญ่นี้มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่ตรวจจับได้เมื่อปี 2557
  • เอ็กซ์-ไซท์

    กรมการขนส่งทาง บกดีเดย์ต้นปี 61 ยกมาตรฐานสอบใบขับ ขี่ทุกด้าน เตรียมออก กฎกระทรวงห้าม 5 โรคสำคัญ อายุ 70 ปีขึ้นไปจับตรวจสาย ตา-สุขภาพทุก 3 ปี
    ว.วชิรเมธีชื่นชมก้าวคนละก้าวทำเพื่อสังคม ประชาชนยังคงร่วมบริจาคสมทบโครงการก้าวคนละก้าวจนยอดผ่าน 723 ล้านบาทแล้วแม้ตูนจะหยุดพักเพราะป่วย ก่อนออกมาวิ่งต่อวันอังคารมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ ว.วชิรเมธีแสดงความชื่นชมนักร้องหนุ่มสั่นสะเทือนโครงสร้างพื้นฐานในจิตใจคนไทยทั้งประเทศ
    ไฟไหม้ตึกแถวเก่าแก่ย่านแพร่งนราซึ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เสียหาย 13 คูหา ยังไม่ รู้สาเหตุ รอสำนักงานทรัพย์สินฯ ประเมินความสูญเสีย
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"