จ่อเพิ่มโทษเมาขับ จำกัดอายุขี่บิ๊กไบค์

  • Thursday, December 7, 2017 - 00:00

    สุธี มากบุญ

    รัฐบาลประกาศ 7 มาตรการสร้างความปลอดภัยทางถนน จำกัดความเร็วรถวิ่งในเมืองเหลือ 50กม./ชม. เพิ่มบทลงโทษเมาขับ ตรวจแอลกอฮอล์ทุกราย รถจักรยานยนต์ทุกคันติดเอบีเอส กำหนดอายุขั้นต่ำคนขี่บิ๊กไบค์ ให้ทุกจังหวัดจัดทำเซฟตี้โซนสำหรับจักรยาน คนเดินถนน เผยอุบัติเหตุคร่าชีวิตคนไทยปีละกว่า 2 หมื่นราย มูลค่าความสูญเสีย 5 แสนล้านบาท

    เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย ร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กร มูลนิธิ ร่วมจัดการสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 13 ภายใต้แนวคิด “ลงทุนเพื่อความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน” Invest for Sustainable Road Safety ระหว่างวันที่ 6-7 ธันวาคมนี้ โดยมีผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางถนนเข้าร่วมกว่า 1,500 คน

    นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเปิดงานว่า การป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่รัฐบาลตระหนัก โดยถือเป็นหนึ่งในนโยบายที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ในข้อ 5.4 ว่า “ป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุในการจราจรอันนำไปสู่การบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยการร่วมมือระหว่างฝ่ายต่างๆ ในการตรวจจับ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2563 ทั้งนี้ รัฐบาลได้เน้นย้ำให้มีการป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการ 4 ห้าม 2 ต้อง ได้แก่ ห้ามขับเร็ว ห้ามดื่ม-เมาขับ ห้ามง่วงขับ ห้ามโทร.ขับ และต้องคาดเข็มขัด ต้องสวมหมวกนิรภัยเมื่อขี่จักรยานยนต์

    รมช.มหาดไทยกล่าวว่า รัฐบาลจะเร่งพัฒนาและเพิ่มการลงทุนเพื่อความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน ในเรื่องที่เป็นหัวใจสำคัญ เพื่อไปสู่เป้าหมายแห่งการสร้างถนนปลอดภัย ดังนี้ 1.สนับสนุนกลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนระดับจังหวัด อำเภอ ให้บูรณาการกับหน่วยงานหลักในการจัดการปัญหาในพื้นที่ 2.ปรับปรุงระเบียบงบประมาณของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้ใช้งบประมาณมาจัดการปัญหาอุบัติเหตุในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ 3.ให้กระทรวงแรงงานเพิ่มบทบาทเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ในเรื่องความปลอดภัยทางถนนในทุกโรงงาน ตามแนวทาง เซฟตี้ ไทยแลนด์ เพราะผู้ประกันตน 40% เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน

    4.เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การจัดการความเร็วในเขตเมือง ให้ลดเหลือ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การจัดการปัญหาเมาแล้วขับอย่างจริงจัง ทั้งเพิ่มบทลงโทษ และเพิ่มการตรวจจับ โดยการตรวจวัดแอลกอฮอล์ทุกราย 5.ส่งเสริมความปลอดภัยในกลุ่มเสี่ยงหลัก โดยเฉพาะผู้ใช้รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน และคนเดินถนน โดยกำหนดมาตรฐานรถจักรยานยนต์ทุกคันต้องติดตั้งอุปกรณ์ ABS : AntiBrake System ป้องกันล้อล็อกและเสียหลักเวลาเบรก การกำหนดอายุขั้นต่ำและมีใบขับขี่เฉพาะสำหรับรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Bike) เพื่อลดความเสี่ยงจากเยาวชนและผู้ที่ขาดทักษะการขับขี่ พร้อมกำหนดให้ทุกจังหวัดจัดทำพื้นที่ความปลอดภัยเซฟตี้โซน สำหรับคนเดินถนน จักรยาน และผู้สัญจร 6.ให้เด็กเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา 7.สนับสนุนให้มีกลไกสอบสวนสาเหตุ การติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ โดยสถาบันหรือหน่วยวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนน ดำเนินการกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานวิชาการต่างๆ การรวบรวมข้อมูลการเกิดเหตุและสาเหตุที่แท้จริงเพื่อskแนวทางป้องกันแก้ไข

    ด้าน นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนถือว่าเป็นปัญหาสำคัญของโลก โดยแต่ละปีมีทั่วโลกผู้เสียชีวิตถึง 1.3 ล้านคน และบาดเจ็บกว่า 50 ล้านคน จนองค์การสหประชาชาติกำหนดให้ปี 2554-2563 เป็นทศวรรษแห่งการปฏิบัติการเพื่อความปลอดภัยทางถนน เพื่อให้ประเทศสมาชิกร่วมกันกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการลดอัตราผู้เสียชีวิตลงครึ่งหนึ่ง โดยบรรจุให้เป็นตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศนั้นๆ ด้วย

    "ประเทศไทยยังคงติดอันดับต้นๆ ที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ โดยตัวเลขเสียชีวิตจากข้อมูลใบมรณบัตรเฉลี่ย 14,000-15,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 40-50 คน และเมื่อตรวจสอบข้อมูล 3 ฐาน (มรณบัตร ตำรวจ และประกันภัย) ก็พบยอดเสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 33 หรือเฉลี่ย 20,000 รายต่อปี โดยมีมูลค่าความสูญเสียสูงถึง 5 แสนล้านบาท หรือ 6% ของจีดีพี" นพ.ธนะพงศ์กล่าว.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องใกล้ตัว หลอกกันไม่ได้ ล้วงกระเป๋าไปแล้วไม่เจอเงิน มันก็คือไม่เจอ เวลานี้ใครมาบอกว่าเศรษฐกิจดี คนจนจะหมดไปแล้ว สำหรับประชาชนระดับรากหญ้า เชื่อก็บ้า! ไม่มีปัญญาไปชิมไข่เจียวร้าน เจ๊ไฝ หรอกครับ เศรษฐกิจ ปากท้อง ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกด้วย และเมื่อสองอย่างนี้มาผสมกัน มันก็เหมือนระเบิด
  • บทบรรณาธิการ

    ปรากฏการณ์พบอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา นำไปสู่การเดินเข้ามามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายวัฒนาถูกควบคุมตัวตาม มาตรา 44 เนื่องจากต้องสงสัยมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง โดยเชื่อมโยงกับซีรีส์นัมเบอร์ของอาวุธล็อตใหญ่นี้มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่ตรวจจับได้เมื่อปี 2557
  • เอ็กซ์-ไซท์

    กรมการขนส่งทาง บกดีเดย์ต้นปี 61 ยกมาตรฐานสอบใบขับ ขี่ทุกด้าน เตรียมออก กฎกระทรวงห้าม 5 โรคสำคัญ อายุ 70 ปีขึ้นไปจับตรวจสาย ตา-สุขภาพทุก 3 ปี
    ว.วชิรเมธีชื่นชมก้าวคนละก้าวทำเพื่อสังคม ประชาชนยังคงร่วมบริจาคสมทบโครงการก้าวคนละก้าวจนยอดผ่าน 723 ล้านบาทแล้วแม้ตูนจะหยุดพักเพราะป่วย ก่อนออกมาวิ่งต่อวันอังคารมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ ว.วชิรเมธีแสดงความชื่นชมนักร้องหนุ่มสั่นสะเทือนโครงสร้างพื้นฐานในจิตใจคนไทยทั้งประเทศ
    ไฟไหม้ตึกแถวเก่าแก่ย่านแพร่งนราซึ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เสียหาย 13 คูหา ยังไม่ รู้สาเหตุ รอสำนักงานทรัพย์สินฯ ประเมินความสูญเสีย
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"