วันดินโลกที่ไม่ใช่แค่เรื่องดิน

  • Tuesday, December 5, 2017 - 00:00


    ๕ ธันวาคม......

    เป็นวันสำคัญของชาติ ในหลายความหมาย

    ๑.เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

    ๒.เป็นวันชาติ

    ๓.เป็นวันพ่อแห่งชาติ

    และอีกวันที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ นั่นคือ วันดินโลก (World Soil Day)

    คนไทยคุ้นเคยวันที่ ๕ ธันวาคม ในฐานะวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพ่อ มาอย่างยาวนาน

    ในฐานะวันชาติ คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการลงนามรับสนองพระราชโองการในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดวันสำคัญของชาติไทย ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ไปเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

    ส่วนวันดินโลก ถูกกำหนดขึ้นตามมติขององค์การสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจและการเงินของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญที่ ๖๘ ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ๒๕๕๖

    จุดประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรดิน

    ต่อการพัฒนาด้านการเกษตร โภชนาการ และความมั่นคงทางอาหาร

    ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

    ถามว่าคนไทยรู้จักวันดินโลกแค่ไหน ทั้งๆ ที่ดินเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของคนไทย ซึ่งอยู่ในสังคมเกษตรกรรมมาอย่างช้านาน

    ถ้าให้ลองนึกถึงโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับดิน พอจะนึกกันออกบ้างหรือไม่ ทั้งๆ ที่มีอยู่มากมาย

    โครงการแกล้งดิน

    โครงการหญ้าแฝก

    โครงการทดลองแก้ปัญหาดินเปรี้ยว จังหวัดนครนายก

    โครงการศึกษาฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม จังหวัดราชบุรี

    โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จังหวัดเชียงใหม่

    โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย จังหวัดเพชรบุรี

    โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา

    โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาว จังหวัดลำพูน

    ฯลฯ

    ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงงานเกี่ยวกับดิน เพื่อประชาชนของพระองค์ท่าน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ด้วยวิธีการให้ประชาชนเข้าใจดิน

    ฉะนั้นดินจึงมีความสำคัญ และควรค่าแก่การทำความเข้าใจ

    สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงเล่าถึงการตั้งพระนามพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไว้ในหนังสือ "เจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์" ว่า

    "...สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) เคยมีรับสั่งกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ถึงความหมายของพระนาม 'ภูมิพล' ไว้ว่า

    ...อันที่จริงเธอก็ชื่อภูมิพล ที่แปลว่า กำลังของแผ่นดิน แม่อยากให้เธออยู่กับดิน..."

    ภายหลัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชปรารภถึงสิ่งที่สมเด็จย่าเคยมีรับสั่งว่า

    "เมื่อฟังคำพูดนี้แล้วก็กลับมาคิด ซึ่งแม่ก็คงจะสอนเรา และมีจุดมุ่งหมายว่า อยากให้เราติดดิน และอยากให้ทำงานแก่ประชาชน"

    คำพระราชปรารภนี้สมควรอย่างยิ่งที่ ผู้ซึ่งอยู่ในอำนาจ และจะเข้าสู่อำนาจในอนาคตทั้งหลายนำไปเป็นแบบอย่าง

    เพราะประโยชน์ของดินมีหลากหลาย เช่นเดียวกับอำนาจ

    ถ้าใช้ผิดทางก็ไม่เกิดประโยชน์

    แต่หากเข้าใจว่า ดิน ทำอะไรได้บ้าง และนำไปใช้อย่างสร้างสรรค์ เช่นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงทำเป็นแบบอย่าง ผ่านโครงการพระราชดำริ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อชาติ ประชาชน อย่างอเนกอนันต์

    แต่...นั่นก็ขึ้นกับว่าผู้ใช้อำนาจ เข้าใจความหมาย และเห็นประโยชน์ของดินหรือไม่

    แล้วดินทำอะไรได้บ้าง?

    ดิน เป็นวัสดุทำเครื่องปั้นดินเผา หมายความว่า ดินสามารถปั้นแต่งให้เป็นสิ่งสวยงาม สร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นได้

    ดินยังเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต

    และแน่นอน ดินมีไว้สำหรับปลูกพืช

    ประโยชน์ของดินจึงเข้าใจง่าย ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน

    แต่การนำดินไปใช้นี่ซิ คนใช้ต้องรู้จักดินอย่างถ่องแท้

    เพราะดินสร้างมูลค่าได้มากกว่าเพชร

    เมื่อดินมีประโยชน์ไม่ต่างจากอำนาจ สิ่งที่ผู้มีอำนาจพึงปฏิบัติในลำดับแรกคือ ทำตัวให้เป็นดิน และอยู่กับดิน

    หรือติดดิน

    หมายความว่า....

    ผู้ที่อยู่ติดดิน จะเห็นผลได้ผลเสียจากการใช้อำนาจ มากกว่าผู้ที่เหลิงอยู่ในอำนาจ

    ฉะนั้นคนใช้อำนาจต้องพึงตระหนักถึงอำนาจที่ใช้ เพราะข้อเสียของอำนาจนั้น....มหาศาล

    เพชรที่เจิดจรัส สุดท้ายก็หยุดอยู่ที่ความเป็นเพชร ไม่อาจพัฒนาต่อไปได้

    ปั้นแต่งเจียระไนอย่างไร......

    ยังคงรูปเพชรอยู่

    ก็อหังการว่าตัวเหนือกว่าใคร แกร่งกว่าใคร

    จนลืมไปว่าตะไบอันหยาบกระด้างคือผู้ลบเหลี่ยม แต่งเติมความงามให้เพชร

    แต่ดิน ไม่เป็นเช่นนั้น

    จากตมต่ำสุดไร้คนมอง ปั้นเป็นวัตถุล้ำค่า ประเมินราคาไม่ได้

    คุณค่านั้นไม่ได้มาจาก เพชรงามน้ำเอก

    แต่มาจากการสรรค์สร้าง

    และเมื่อเปรียบการสรรค์สร้าง คือการใช้อำนาจ ผลของการใช้อำนาจ คือความดีงามที่เกิดขึ้นในสังคม

    ครับ...ที่ร่ายมาเพราะการใช้อำนาจกับการเมืองไทย เป็นปัญหาต้องแก้ไข เนื่องจากที่ผ่านมาอำนาจเป็นสิ่งหอมหวานสำหรับนักการเมือง

    มันคือเครื่องมือหาผลประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง

    ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เคยเล่าถึงความพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ ๙ เอาไว้ว่า

    "...ขณะที่ข้าราชบริพารใส่รองเท้าคู่ละ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท แต่เวลาพระองค์ทรงออกเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกล ที่สุดแล้ว ข้าราชบริพารก็เดินตามพระองค์ไม่ทันอยู่ดี..."

    พระองค์ท่าน มักจะตรัสถึงสาเหตุที่ไม่จำเป็นต้องมีฉลองพระบาทมากมาย

    "เวลาเดิน คนเราใส่รองเท้าได้คู่เดียว"..........

    วานนี้ทำเนียบฯ แทบแตก

    เพราะ "พี่ตูน" พบ "ลุงตู่"

    ที่จริงฝ่ายรัฐน่าจะพะอืดพะอมกับโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ ๑๑ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

    เพราะรัฐคือผู้จัดงบประมาณ แต่โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศอยู่ในภาวะขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น

    มันอาจจะขัดกันอยู่ในตัว....

    ในขณะที่ เรากำลังพัฒนาประเทศไปสู่ "ไทยแลนด์ ๔.๐" คือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม แต่ข้างหลังยังฝุ่นตลบอยู่กับการขาดแคลนงบประมาณ

    เรื่องนี้ไม่ได้โทษรัฐบาล

    แต่มันคือการขับเคลื่อนประเทศ ที่รัฐบาลพยายามนำ แต่ภาคส่วนอื่นกลับไม่พยายามตาม

    มีทั้งไม่ตามเพราะไม่เชื่อ

    และไม่ตามเพราะตามไม่ทัน

    นี่คือปัญหางูกินหาง

    มีคำถามที่น่าสนใจ

    ทำไมคนไทยยินดีบริจาคร่วมกับ พี่ตูน แบบถึงไหนถึงกัน เพื่อช่วยให้โรงพยาบาลมีงบประมาณไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

    ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น ๑๐%

    ซึ่งการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม ๑% ทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มนับแสนล้านบาท

    เพราะประชาชนไม่ไว้ใจ กลัวนักการเมืองโกง

    กลัวว่าแทนที่จะนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้เพื่อพัฒนาชาติ กลับไปอยู่ในตู้เซฟนักการเมืองแทน

    แล้วนักการเมืองเป็นใคร

    ก็มาจากประชาชน

    เห็นความผิดเพี้ยนที่เกิดขึ้นมั้ยครับ

    นักการเมืองมักอ้างว่ามาจากประชาชน อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง และบอกว่านั่นคือประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยที่ว่านี้ กลับสร้างความกลัวให้ประชาชน กลัวว่านักการเมืองใช้อำนาจ และงบประมาณแผ่นดินเพื่อตัวเอง

    ฉะนั้นทุกฝ่ายควรกลับสู่ดิน ทำตัวให้เรี่ยดิน

    แล้วจะเห็นว่าทางออกอยู่ตรงไหน.

    ผักกาดหอม

  • เปลว สีเงิน

    เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องใกล้ตัว หลอกกันไม่ได้ ล้วงกระเป๋าไปแล้วไม่เจอเงิน มันก็คือไม่เจอ เวลานี้ใครมาบอกว่าเศรษฐกิจดี คนจนจะหมดไปแล้ว สำหรับประชาชนระดับรากหญ้า เชื่อก็บ้า! ไม่มีปัญญาไปชิมไข่เจียวร้าน เจ๊ไฝ หรอกครับ เศรษฐกิจ ปากท้อง ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกด้วย และเมื่อสองอย่างนี้มาผสมกัน มันก็เหมือนระเบิด
  • บทบรรณาธิการ

    ปรากฏการณ์พบอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา นำไปสู่การเดินเข้ามามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายวัฒนาถูกควบคุมตัวตาม มาตรา 44 เนื่องจากต้องสงสัยมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง โดยเชื่อมโยงกับซีรีส์นัมเบอร์ของอาวุธล็อตใหญ่นี้มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่ตรวจจับได้เมื่อปี 2557
  • เอ็กซ์-ไซท์

    กรมการขนส่งทาง บกดีเดย์ต้นปี 61 ยกมาตรฐานสอบใบขับ ขี่ทุกด้าน เตรียมออก กฎกระทรวงห้าม 5 โรคสำคัญ อายุ 70 ปีขึ้นไปจับตรวจสาย ตา-สุขภาพทุก 3 ปี
    ว.วชิรเมธีชื่นชมก้าวคนละก้าวทำเพื่อสังคม ประชาชนยังคงร่วมบริจาคสมทบโครงการก้าวคนละก้าวจนยอดผ่าน 723 ล้านบาทแล้วแม้ตูนจะหยุดพักเพราะป่วย ก่อนออกมาวิ่งต่อวันอังคารมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ ว.วชิรเมธีแสดงความชื่นชมนักร้องหนุ่มสั่นสะเทือนโครงสร้างพื้นฐานในจิตใจคนไทยทั้งประเทศ
    ไฟไหม้ตึกแถวเก่าแก่ย่านแพร่งนราซึ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เสียหาย 13 คูหา ยังไม่ รู้สาเหตุ รอสำนักงานทรัพย์สินฯ ประเมินความสูญเสีย
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"