ภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่ทัศนะเลขาฯ สมช.ยุค คสช.

  • Sunday, December 3, 2017 - 00:00


    ภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่

    สำนักงานสภาความความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หน่วยงานระดับแนวหน้าด้านการข่าวความมั่นคงของประเทศไทย ในช่วงหลังคนที่มานั่งเป็น เลขาธิการ สมช. ถูกจับตามองตลอด ไม่ว่าจะเป็นในยุครัฐบาลพลเรือนหรือรัฐบาลทหาร หากจำกันได้ตำแหน่งนี้เคยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาแล้ว กับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในคดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากเก้าอี้เลขาฯ สมช. จนทำให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในยุครัฐบาล คสช. เก้าอี้เลขาฯ สมช.ที่เคยถูกเรียกขานกันว่า ซีไอเอเมืองไทย มีอดีตบิ๊กทหารย้ายข้ามห้วยมานั่งแล้วสองคนติด คือ พลเอกทวีป เนตรนิยม และปัจจุบันคือ พลเอกวัลลภ รักเสนาะ อดีตผอ.สำนักนโยบายและแผน กระทรวงกลาโหม ที่มานั่งตำแหน่งนี้ตั้งแต่เมื่อ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา

    ในการสัมภาษณ์พูดคุย พลเอกวัลลภ ไม่ขอพูดถึงเรื่องการย้ายข้ามห้วยมารับตำแหน่งดังกล่าว เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงการเดินหน้าทำงานตามนโยบายและแผนงานที่วางไว้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงตามนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2560-2564 อย่างไรก็ตามก็ยังมีมุมมองเรื่อง ภัยความมั่นคงในมิติความมั่นคงในยุคปัจจุบัน รวมถึง การแก้ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และการสร้างความปรองดอง ของเลขาฯ สมช.ที่จะอยู่ในตำแหน่ง 2  ปีให้ทราบกัน

    พลเอกวัลลภ เล่าให้ฟังว่าหลังเข้ารับตำแหน่งได้สองเดือน มีความประทับใจการทำหน้าที่ของข้าราชการใน สมช.อย่างมาก เพราะเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและเป็นมืออาชีพ สำหรับนโยบายหลักที่ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ สมช.หลักๆ ประกอบด้วย

    1.ข้าราชการของ สมช.ต้องเข้าใจการทำงานและปัญหาที่แท้จริง เพราะการทำงานแม้จะมีหนังสือ มีรายงานในเรื่องต่างๆ แต่เจ้าหน้าที่ควรต้องลงพื้นที่ ลงไปดูสถานการณ์จริงว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพื่อสามารถทำงานและแก้ปัญหาได้ตรงเป้าหมาย ถูกต้องและแม่นยำ

    2.เน้นการทำงานเชิงรุก การป้องกัน เพราะเรื่องของความมั่นคงหากเกิดเหตุขึ้นจะส่งผลกระทบ ก็ต้องมีหลักการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอะไรขึ้น เรื่องนี้ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ทุกคน

    3.การทำงานตามแนวทางนโยบายของรัฐบาล โดยรัฐบาลจะเน้นการทำงานแบบบูรณาการ การประสานงานของหน่วยงานต่างๆ จากเดิมที่แต่ละกระทรวงจะทำงานแบบเน้นการทำงานและนโยบายประชารัฐ ตามเป้าหมายของกระทรวงตัวเอง ซึ่งบางครั้งพบว่าไม่สอดคล้องสอดรับกัน

    ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายว่าทุกกระทรวง ทุกกรมต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน สมช.ก็ยึดถือนโยบายนี้ ทั้งการบูรณาการภายในหน่วยงานและการบูรณาการกับกระทรวงและหน่วยงานอื่นๆ ต้องมีการติดตามการทำงานและความสำเร็จเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย จะต้องไปบูรณาการกับประชาชน เพื่อให้การวิเคราะห์เป้าหมาย การแก้ไขปัญหาส่งผลไปถึงทุกภาคส่วน

    สำหรับภารกิจด้านความมั่นคง สมช.ก็มีเป้าหมายให้ประเทศชาติประชาชนเกิดความสงบสุข ซึ่งก็ได้ให้นโยบายเจ้าหน้าที่ สมช.จะต้องมีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา เพราะปัญหาเรื่องความมั่นคงเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนไปเรื่อย มีเรื่องใหม่ๆ เข้ามาตลอด เจ้าหน้าที่ต้องพัฒนาตัวเอง พัฒนาระบบการทำงาน ต้องนำเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสอดรับกับนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล

    ถามว่าในฐานะผู้นำองค์กรต้องการให้ สมช.มีบทบาททิศทางอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้เคยมีการให้ฉายา สมช.ว่าเป็นซีไอเอเมืองไทย พลเอกวัลลภ ย้ำว่า ภารกิจหลัก สมช.คือเป็นเลขาธิการของสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีหน้าที่หลักคือดูเรื่องความมั่นคงของประเทศ การให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ต่อนายกรัฐมนตรี หน้าที่ตรงนี้ สมช.ก็ต้องทำให้ดีที่สุด โดยต้องรู้ซึ้งถึงปัญหาเพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าปัญหาเกิดจากอะไรและมีแนวทางแก้ไขอย่างไร เจ้าหน้าที่ต้องมีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลาเพื่อให้สามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที และในฐานะเลขาฯ สมช. ผมก็ต้องพยายามพัฒนาองค์กร เพื่อให้บุคลากรของ สมช.สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งยืนยันจะตั้งใจทำงานเต็มที่และทำให้ดีที่สุด

    - ที่ผ่านมามีการมองกันว่า หน่วยงานด้านการข่าวของประเทศไทย เช่น ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานตำรวจสันติบาล และ สมช.ทำงานไม่ค่อยเป็นเอกภาพ ไม่ค่อยร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการข่าวกัน?

    เวลานี้โละคำกล่าวนั้นไปได้เลย ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สมช. สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สันติบาล ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ มีการพูดคุยกันเกือบทุกสัปดาห์ ทำให้การแลกเปลี่ยนข่าวสารข่าวกรองต่างๆ ได้ทำอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งความสัมพันธ์ของหน่วยงานด้านการข่าวต่างๆ ก็เป็นไปได้ด้วยดี ขอให้ลืมภาพเก่าไปได้ โดยเมื่อแต่ละหน่วยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน  ก็ทำให้การได้ข่าวสารดีขึ้นแม่นยำขึ้น เพราะมีการตรวจสอบข้อมูลเช็กข่าวกัน

    ประสบการณ์สู้ภัยคอมมิวนิสต์กับภารกิจคุมซีไอเอเมืองไทย

    สำหรับ พลเอกวัลลภ หากย้อนดูประวัติการรับราชการทหารถือว่าโชกโชน เคยเป็นผู้บังคับหมวดทหารปืนใหญ่ใน ยุทธการสุริยพงษ์ ซึ่งได้รับการพูดถึงอย่างมากจนถึงปัจจุบัน ว่าเป็นยุทธการต่อสู้ทางความคิดขยายตัวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศที่สำคัญ โดยเฉพาะที่จังหวัดน่าน ภาคเหนือ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ อีกหลายแห่ง หรือประสบการณ์สมัยเป็นผู้บังคับกองร้อยทหารปืนใหญ่ค้นหาเป้าหมาย ในภารกิจป้องกันประเทศต่อสู้กับกองกำลังต่างชาติ ในยุทธการช่องบกที่อุบลราชธานี และช่องโอบกที่บุรีรัมย์ เมื่อถามว่าประสบการณ์ในอดีตนำมาใช้กับงานที่ สมช.ได้หรือไม่ พลเอกวัลลภ กล่าวว่าประสบการณ์ดังกล่าวสมัยเป็นทหารมีส่วนช่วยได้มาก เพราะเคยทำงานในระดับพื้นที่เช่นสมัยที่มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ หรือการแก้ปัญหาตามแนวชายแดน ในยุทธการช่องบก, ช่องโอบก รวมถึงการทำงานกับนานาชาติเช่นกองกำลังสันติภาพที่เคยไปอยู่ ตลอดจนประสบการณ์อีกหลายครั้งเช่นการแก้ปัญหาภัยฉุกเฉิน ที่มีส่วนช่วยอพยพคนไทยจากกัมพูชาตอนที่มีการเผาสถานทูต

    พลเอกวัลลภ กล่าวต่อไปว่า ทั้งหมดเป็นประสบการณ์ที่ทำให้มีพื้นฐานด้านความมั่นคงทางทหารในเกือบทุกด้าน แต่ปัจจุบันเรื่องความมั่นคงมีการเปลี่ยนรูปแบบไป เช่นตอนนี้มีเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรมนุษย์ ก็ทำให้ต้องมาศึกษาใหม่ โดยตอนนี้เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ ภัยข้ามแดน ก็เยอะขึ้น เช่นเรื่องยาเสพติด แรงงานผิดกฎหมาย ลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ปัญหาพวกนี้ต้องติดตาม เรื่องของความมั่นคงปัจจุบันแตกต่างจากอดีตและมีความกว้างขวางมาก จากเดิมที่เป็นเรื่องการป้องกันประเทศ เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ปัจจุบันครอบคลุมในหลายเรื่อง เช่นความมั่นคงของมนุษย์ ความมั่นคงเรื่องอาหาร เรื่องน้ำ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น

    ...ประสบการณ์สมัยเป็นทหารก่อนหน้านี้ก็มีประโยชน์ อีกทั้งตัวผมเองก็ต้องปรับตัวด้วย เพราะผมมาจากทหารบุคลิกต่างๆ ก็จะเป็นทหาร แต่เจ้าหน้าที่ของ สมช.เป็นฝ่ายพลเรือน บางคนเพิ่งจบการศึกษาเข้ามาทำงานใน สมช.ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ก็เลยต้องปรับตัวเข้าหากัน

    - จากที่เคยต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ มายุคนี้มิติการแก้ปัญหาภัยความมั่นคงเปลี่ยนไปจากเดิมมากหรือไม่?

    ผมมองว่าพื้นฐานของความขัดแย้งจะคล้ายกัน เงื่อนไขจะเหมือนๆ กัน เช่นเรื่องของความยากจน ความคับข้องใจ ปัญหาเศรษฐกิจ คือพื้นฐานของปัญหาจะเหมือนกัน แต่ปัจจุบันที่มีเรื่องของเทคโนโลยีอะไรต่างๆ เข้ามาใหม่ ทำให้อาจดูเหมือนว่าเรื่องพวกนี้เปลี่ยนไปจากเดิม แต่จริงๆ แล้วพื้นฐานของปัญหาส่วนใหญ่ก็จะคล้ายกัน

    พลเอกวัลลภ กล่าวต่อไปว่า เรื่องความมั่นคงเป็นรากฐานของทุกอย่าง ทั้งสังคม เศรษฐกิจ ความมั่งคั่งยั่งยืน หากไม่มีความมั่นคงทุกอย่างก็จะเกิดขึ้นได้ยากมาก เห็นได้จากตัวอย่างกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง หรือประเทศรอบบ้านของเราที่มีปัญหาความขัดแย้งรุนแรงเกิดสงคราม การพัฒนาประเทศก็ไปไม่ได้

    …จะเห็นได้ว่าของประเทศไทยเราในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ การพัฒนาต่างๆ ก็ไปไม่ค่อยได้ เพราะมีความขัดแย้ง ความมั่นคงไม่มี ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เข้ามาบริหารประเทศในช่วงสามปีที่ผ่านมา ก็ได้เน้นให้ประเทศชาติมีความมั่นคงเพื่อให้เกิดความสงบสุข จนทำให้ช่วงหลังหลายอย่างในประเทศดีขึ้นตามลำดับ เช่นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่พบว่าจีดีพีในไตรมาสสุดท้ายอยู่ที่ 4.3 ส่วนภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งปีนี้ก็อยู่ที่ 3.9 จากที่ 4-5 ปีก่อนหน้านี้ ไม่เคยมีอัตราการเติบโตแบบนี้มาก่อน หรือตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาประเทศไทยที่มีเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับตัวเลขการลงทุนในประเทศไทย ทั้งหมดก็เป็นผลมาจากความมั่นคง ซึ่งจะเป็นรากฐานต่อๆ ไปในการพัฒนาประเทศ

    ….เรื่องความมั่นคง ขอทำความเข้าใจว่าไม่ใช่แค่เป็นงานของ สมช. งานของทหารหรือตำรวจ แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน ถ้าภาคราชการทำฝ่ายเดียวแต่ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ เรื่องนี้ก็ไปไม่ได้ ความมั่นคงจึงเป็นเรื่องของทุกคนต้องร่วมมือกัน รวมถึงสื่อมวลชนด้วยต้องช่วยกัน เช่นเรื่องปัญหาความขัดแย้ง สื่อก็ต้องไม่ให้ลุกลามขยายตัว

    เลขาธิการ สมช. ยังได้กล่าวถึงนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ.2560-2564) ว่า สมช.ได้ดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 ซึ่งนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2560-2564 หากไปดูบทบัญญัติในพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2559 จะพบว่าได้ให้อำนาจหน้าที่ สมช.ติดตามขับเคลื่อนเรื่องนโยบายและแผนด้านความมั่นคงที่ต้องสอดคล้องเป็นไปในทางเดียวกัน ดังนั้นกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแผนและนโยบายก็ต้องไปทำแผนนโยบายของกระทรวงตัวเองให้สอดรับกับแผนและนโยบายด้านความมั่นคงที่ออกมา เมื่อมีแผนรองรับแล้ว สมช.มีหน้าที่ต้องไปติดตามตรวจสอบและขับเคลื่อนเพื่อให้งานต่างๆ ขับเคลื่อนไปตามนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติที่วางไว้

    เมื่อถามว่า ในฐานะที่มาจากอดีตนายทหารระดับสูง ที่การทำงานของทหารมีรูปแบบการทำงานที่ชัดเจน คือมียุทธศาสตร์ ยุทธการ ยุทธวิธี แล้วนโยบายความมั่นคงแห่งชาติฯ ของ สมช.ในทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลได้จริงจะทำอย่างไร

    พลเอกวัลลภ-เลขาธิการ สมช. แจงว่า สมช.ก็จะดูในเรื่องแผนงานเชิงนโยบายเป็นหลัก ส่วนแผนงานรองหรือแผนงานโครงการก็เป็นเรื่องที่กระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตามแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติฯ จะต้องรับผิดชอบ

    ...การขับเคลื่อนก็คงเป็นเรื่องยุทธวิธี คือต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้เป้าหมายที่วางไว้เกิดผลสำเร็จ ดังนั้น สมช.กับกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็ต้องประสานบูรณาการกันเพื่อผลักดันให้เกิดผลสำเร็จ เพราะอย่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติฯ ของ สมช.ดังกล่าว จุดเด่นของแผนดังกล่าวคือการวางหลักให้แผนดังกล่าวของ สมช.กับยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว ตาม พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติฯ พ.ศ. 2560 มีความสอดคล้องกัน อีกทั้งเมื่อทุกฝ่ายทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องทำแผนงานรองรับนโยบายของกระทรวงตัวเอง  ก็จะยิ่งทำให้แผนและนโยบายด้านความมั่นคงมีการสอดรับกัน จนเกิดกลไกที่จะทำให้การขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน

    ถามว่ามองปัญหาภัยความมั่นคงประเทศในยุคปัจจุบันอย่างไร พลเอกวัลลภ พูดถึงปัญหาแต่ละด้านในภาพกว้างว่า เรื่องภัยคุกคามเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่นเดิมก่อนหน้านี้หลายปี ก็ยังไม่มีเรื่องการก่อการร้าย จนเมื่อเกิดเหตุก่อการร้าย 9/11 ในสหรัฐอเมริกา ก็ทำให้ปัญหาภัยก่อการร้ายเป็นปัญหาจนถึงปัจจุบัน หรือเรื่องเกี่ยวกับไซเบอร์จากเดิมที่เราใช้คอมพิวเตอร์กันธรรมดา แต่ต่อไปเรื่องไซเบอร์ก็กำลังจะมา โดยเรื่องภัยไซเบอร์จะสร้างความเสียหายอย่างมาก หากว่าไปทำความเสียหายให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศหรือด้านการเงินก็จะเกิดผลกระทบรุนแรง เพราะปัจจุบันคนในสังคมใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับเทคโนโลยีต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือตลอด พวกนี้ก็จะเป็นภัยคุกคามใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมา

    เลขาธิการ สมช. กล่าวเน้นย้ำว่า อย่างไรก็ตามในประเทศเราก็ยังมีปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องความสามัคคีปรองดอง อันเป็นปัญหาที่หากเราไม่สามารถผ่านจุดนี้ไปได้ประเทศชาติก็จะมีปัญหา พวกเราทุกคนจึงต้องร่วมมือกันเพื่อผ่านจุดนี้ไปให้ได้ เพื่อให้ประเทศชาติมีความสามัคคีปรองดอง มีความมั่นคงในตัวเอง ปัญหาความสามัคคีปรองดองจึงเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศในช่วงนี้

    ผมมองว่าการสร้างความสามัคคีปรองดองเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคนต้องช่วยกัน เพราะแม้รัฐบาลจะมีกลไกมาขับเคลื่อนเรื่องนี้ เช่น คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. ที่ใน ป.ย.ป.ก็จะมีคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองด้วย รวมถึงยังมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ – คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ

    ...เช่นเดียวกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2560-2564 ของ สมช.ก็มีเรื่องการสร้างความปรองดองไว้ด้วย เพราะ สมช.ก็มองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศ โดยเรื่องการสร้างความสามัคคีปรองดองไม่ใช่ว่าจะมาสร้างเฉพาะช่วงนี้ เพราะคนไทยต้องมีความสามัคคีกันไปตลอด เพราะหากแตกความสามัคคีประเทศชาติก็ไม่เจริญ

    ...เรื่องนี้คือปัญหาที่ใกล้ตัว ซึ่งหากเราผ่านพ้นจุดนี้ไปไม่ได้ประเทศชาติก็ลำบาก แต่หากเราผ่านพ้นจุดนี้ไปได้ประเทศไทยเรามีทุกอย่างอุดมสมบูรณ์หมด โดยเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปได้ ถ้าประเทศชาติมีความสงบร่มเย็น ประชาชนมีความสามัคคีกัน ประเทศชาติเราไปได้

    ...ก่อนหน้านี้สมัยผมอยู่กระทรวงกลาโหม ก็เคยช่วยงานด้านอนุกรรมการปรองดอง ที่ทำให้ผมได้เห็นว่าทุกฝ่ายก็มีความตั้งใจทำในส่วนที่คิดว่าถูกต้อง  แต่การกระทำบางอย่างก็กลับไปเกิดผลในทางตรงกันข้ามก็มี เรื่องการสร้างความปรองดองทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกัน ไม่ว่าใครเข้ามาก็ต้องทำ นักการเมืองเข้ามาก็ต้องทำ เพราะหากไม่ทำตรงนี้ประเทศชาติไปลำบาก

    ไม่มีกลุ่มไอเอสเคลื่อนไหวในไทย

    กับบทบาทของ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ต่อการเตรียมรับมือกับ ภัยก่อการร้าย ที่ยังคงมีความรุนแรงอยู่ในหลายประเทศ เรื่องนี้ พลเอกวัลลภ บอกว่าจริงๆ ประเทศไทยไม่ใช่เป้าหมาย คือปัจจุบันจากข่าวที่ออกมา กลุ่มไอเอสที่มีฐานอยู่ในตะวันออกกลางประสบปัญหา เช่นฐานที่มั่นของกลุ่มถูกทำลาย พวกไอเอสก็ทะลักมา อาจทะลักมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บางคนก็ใช้ไทยเป็นทางผ่าน ตรงนี้แม้ไทยเราไม่ใช่ประเทศเป้าหมาย แต่เราก็ต้องเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อประเทศ สมช.ก็มียุทธศาสตร์การต่อต้านการก่อการร้าย แต่ว่าเรื่องการดำเนินการเพื่อป้องกันและต่อต้านการก่อการร้ายก็มีหน่วยข่าวที่รับผิดชอบอยู่ เช่น สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจสันติบาล ก็ต้องติดตามผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่ นอกจากนี้ สมช.ก็มีการติดต่อประสานงานกับต่างประเทศ ทั้งประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง ในยุโรป รวมถึงกลุ่มประเทศในภูมิภาคนี้เพื่อหาข่าวร่วมกัน เพราะการก่อการร้ายเป็นภัยคุกคามร่วมกัน

    ภาพรวมปัญหาดังกล่าวสำหรับประเทศไทย ปัจจุบันก็ยังพิสูจน์ทราบไม่ได้ว่ามีกลุ่มไอเอสในประเทศไทย แต่ก็มีคนเดินทางไปมาเป็นเรื่องปกติ เพราะอาจเดินทางไปเพื่อค้าขาย ไปทำธุรกิจในต่างประเทศในแถบประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง หรือเดินทางไปศึกษาต่อ แต่พิสูจน์ทราบไม่ได้ว่ามีการนำไอเอสเข้ามาในบ้านเรา แต่รัฐบาลก็มีการเตรียมอยู่ตลอดเวลาเพื่อเฝ้าระวัง โดยเฉพาะการเตรียมหน่วยปฏิบัติ หากเกิดเหตุการณ์อะไรเราจะสามารถปฏิบัติการได้อย่างทันท่วงที

    นอกจากนี้ อาชญากรรมข้ามชาติก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เราก็ยังประสบอยู่ เช่นการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศ รวมถึงเรื่องพวกมาเฟีย ผู้มีอิทธิพลต่างชาติที่เข้ามาทำมาหากินในประเทศเรา แล้วมาสร้างอิทธิพลในบ้านเรา เช่นพวกอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด ค้าอาวุธ เข้ามาทำผิดเรื่องแรงงานข้ามชาติ เราก็ได้เฝ้าระวัง อย่างเรื่องยาเสพติดก็จะส่งผลกระทบต่อประชาชน แต่ที่ผ่านมามีการจับกุมคนทำผิดได้มาก แต่ก็ยังมีอยู่ โดยเราประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อช่วยกันเฝ้าระวังป้องกัน

    โซเชียลมีเดียกับมิติความมั่นคง

    - สังคมโซเชียลมีเดียปัจจุบัน ภาครัฐพยายามหาวิธีตรวจสอบควบคุม เช่นการแก้ไข พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แต่ก็มีกระแสไม่เห็นด้วย มองว่าจะส่งผลอะไรหรือไม่?

    โซเชียลมีเดียก็มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี โดยเรื่องดีก็คือการเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร ที่ปัจจุบันหากคนต้องการหาข้อมูลอะไรก็มักจะไปหาจากโซเชียลมีเดีย โดยหากเป็นข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องก็ไม่มีปัญหา เราสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารนั้นได้ แต่บางคนกลับไม่ได้ใช้โซเชียลมีเดียในการเผยแพร่ข่าวสารที่ถูกต้อง มีการไปบิดเบือนข้อเท็จจริง บางครั้งไม่ได้แค่บิดเบือนอย่างเดียว แต่มีการไปสร้างข่าวลวง ไปเต้าข่าวขึ้นมาแล้วสร้างผลกระทบ โดยที่ทำให้บางคนเขาไม่เข้าใจข้อเท็จจริง พอเห็นในโซเชียลก็เชื่อเลยจนสร้างความตื่นตระหนก เช่นเรื่องข่าวการรักษาโรค เรื่องอาหาร ไปให้ข้อมูลผิดๆ แล้วประชาชนไปทำตาม แบบนี้เกิดผลกระทบแล้ว หรือข่าวสารที่มีคนทำความดีแต่กลับเอาไปเสนออีกแบบหนึ่ง แบบนี้ไม่ได้แล้ว

    อย่างเช่นเมื่อไม่กี่วันมานี้ ที่โซเชียลมีเดียเผยแพร่ภาพทหารไปชี้หน้าประชาชน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดคิดว่าทหารไปด่า ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นคนละเรื่องเลย กรณีแบบนี้ต้องช่วยกัน เพราะการกระทำนั้นอาจสร้างผลกระทบในวงกว้าง เราก็ต้องติดตามวิเคราะห์ข้อเท็จจริงในโซเชียลมีเดีย จะต้องเรียนรู้กันให้มากขึ้น

    - เรื่องสื่อโซเชียลระยะยาว หากสภาพยังเป็นแบบนี้จะส่งผลต่อความมั่นคงอะไรหรือไม่?

    ปัจจุบันก็มีกฎหมายบางฉบับที่คอยกำกับดูแลเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เช่นหากมีการโพสต์ข้อความที่ไปกระทบต่อสิทธิของคนอื่น การให้ข่าวสารที่บิดเบือน เพียงแต่มาตรการทางกฎหมายต้องมีการนำมาใช้มากขึ้น และประชาชนที่ใช้โซเชียลมีเดียก็ต้องเข้าใจว่าการใช้สิทธิเสรีภาพของตัวเองจะต้องไม่ไปกระทบคนอื่น ทำให้คนอื่นเดือดร้อน

    สแกนพิมพ์เขียวยุทธศาสตร์มั่นคง

    พลเอกวัลลภ-เลขาธิการ สมช. ที่ปัจจุบันเป็นหนึ่งใน คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ โดยตำแหน่ง ให้ทัศนะถึงความจำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ  20 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมจัดทำว่า หากมีการวางแนวนโยบาย ยุทธศาสตร์ระยะยาว ก็จะทำให้เราเห็นเป้าหมายได้ไกล เพราะปัจจุบันหลายประเทศก็มียุทธศาสตร์ระยะยาว แต่ประเทศไทยกำลังจะเพิ่งมียุทธศาสตร์ชาติ จากเดิมที่เรามีแค่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ที่ตอนนี้อยู่ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ที่จะเป็นแผนระยะ 5 ปี แต่ยุทธศาสตร์ชาติมองไปในระยะ 20 ปี ที่จะทำให้เราเห็นระยะทางที่ไกลมากขึ้น ทำให้เรารู้ว่าการที่เราจะเดินจากจุดนี้ เราจะไปยังสถานที่ไหน เช่นเราจะไปสนามบินดอนเมืองหรือจะไปสนามบินสุวรรณภูมิ หรือจะไปถึงเชียงใหม่เลย

    แผนยุทธศาสตร์ชาติจะทำให้เรามองเห็นภาพชัดเจนขึ้น และการดำเนินการต่างๆ ตามแผนก็จะเป็นไปตามแนวทางนั้น โดยทำให้เราบรรลุถึงจุดหมายได้ ซึ่งผมก็มองว่าระยะเวลา 20 ปีก็ไม่ถือว่านาน โดยกระบวนการขั้นตอนเวลานี้ก็มีการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแล้ว และที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ เช่น เรื่องความมั่นคงก็จะมีคณะกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ที่มีพลเอกวรพงษ์ สง่าเนตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นประธานคณะกรรมการ ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ เบื้องต้นกรอบเรื่องความมั่นคงที่จะมีการเขียนไว้แผนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงดังกล่าว มีด้วยกัน 5 กรอบใหญ่ คือ

    1.การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ

    2.การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบด้านความมั่นคง

    3.การพัฒนาศักยภาพของประเทศเพื่อให้พร้อมต่อการเผชิญภัยคุกคามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศักยภาพของกองทัพและหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น ที่ต้องพร้อมที่จะเผชิญเหตุต่างๆ

    4.การบูรณาการด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศ เรื่องความมั่นคงก็อย่างที่ผมบอกไม่ใช่แค่เรื่องของทหาร ตำรวจ แต่เป็นเรื่องของคนไทยทุกคน นอกจากนั้นแล้วก็ต้องทำกับมิตรประเทศ เพราะเวลานี้อย่างเช่นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ก็ทำให้แต่ละประเทศต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา อย่างเช่นเรื่องภัยก่อการร้าย เรื่องไซเบอร์ พวกนี้ต้องร่วมมือกัน

    5.เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ

    ทั้งหมดก็จะเป็นกรอบเรื่องความมั่นคง ที่คณะกรรมการชุดพลเอกวรพงษ์จะนำไปเขียนและดำเนินการไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเมื่อออกมาแล้ว สมช.ก็ต้องยึดเป็นหลักเพราะเป็นยุทธศาสตร์ชาติ และก็จะเป็นในแนวทางเดียวกันกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติของ สมช.

    โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร

    ----------------------------------

    แก้ปัญหาใต้รัฐบาลมาถูกทางยังเดินหน้าพูดคุยสันติสุข

    พลเอกวัลลภ-เลขาธิการ สมช. ซึ่งมีบทบาทไม่น้อยต่อภารกิจแก้ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างเช่นปัจจุบันรัฐบาลก็มีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี-รมว.กลาโหมเป็นประธาน  โดยฝ่าย สมช.ทำหน้าที่เป็นเลขานุการในบอร์ดใหญ่ดังกล่าวของรัฐบาล

    พลเอกวัลลภ กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวมของปัญหาพื้นที่ภาคใต้ว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข เพราะประเทศไทยเราประกอบด้วยหลายภาคส่วน ภาคใต้ก็เป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่ง หากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สงบ ประเทศไทยก็จะพัฒนาไปได้ดี

    ผมมองว่าภาคใต้เป็นพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพ มีทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ประชาชนก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในลักษณะสังคมพหุวัฒนธรรม อยู่ร่วมกันได้ทั้งชาวไทยพุทธ ไทยมุสลิม คนไทยเชื้อสายจีน ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมาก่อน

    "แต่ระยะหลังมีบุคคลบางกลุ่มพยายามสร้างปัญหาขึ้นมาเพื่อหวังผลทางการเมืองบางอย่าง อาจจะเรื่องแบ่งแยกดินแดน หรือเพื่อต้องการให้ประเทศบางช่วงไม่มีความสงบเพื่อประกอบกิจกรรมบางอย่างที่ไม่ถูกกฎหมายก็ได้ จากสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นเหตุที่ทำให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความรุนแรงขึ้นมา"

    ...ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหา ทั้งการพิทักษ์ทรัพย์สินและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน รวมถึงตอนนี้รัฐบาลนำโครงการพัฒนาต่างๆ เข้าไปในพื้นที่ภาคใต้จำนวนมาก เห็นได้จากผลการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรนอกสถานที่ ณ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาแผนการก่อสร้างโครงการในพื้นที่จังหวัดภาคใต้จำนวนมาก ทั้งโครงการก่อสร้างคมนาคม เช่น รถไฟฟ้าทางคู่สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส-โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี หรือการพัฒนาการก่อสร้างท่าเรือที่จังหวัดปัตตานี เป็นต้น

    โครงการเหล่านี้ที่เป็นโครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้ประชาชนในพื้นที่ หรือการสนับสนุนโครงการพัฒนาอาชีพ ความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรสวนยาง หรือการช่วยเหลือกลุ่มชาวประมงที่ถือเป็นกลุ่มอาชีพหลักในพื้นที่ แต่ระยะหลังเกิดกรณีไอยูยูเข้ามากดดัน เพราะหากรัฐบาลไม่ดำเนินการ ไทยก็ไม่สามารถส่งออกสินค้าทะเลไปยังต่างประเทศได้ ซึ่งธุรกิจส่วนนี้มีมูลค่าเป็นแสนล้านบาทต่อปี ก็จะกระทบทุกคน

    พลเอกวัลลภ กล่าวต่อว่า การแก้ไขปัญหาภาคใต้รัฐบาลมีกลไกขับเคลื่อนในภาพใหญ่ อย่างเช่นคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีพลเอกประวิตรเป็นประธาน โดยมี สมช.เป็นฝ่ายเลขาฯ ที่ก็เน้นการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนงานแก้ปัญหาด้านต่างๆ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การพัฒนาพื้นที่ ที่ก็จะทำให้เห็นภาพรวมของสถานการณ์ว่าแต่ละช่วงสถานการณ์เป็นอย่างไร การแก้ปัญหาควรเน้นไปที่ส่วนไหน

    อีกทั้งรัฐบาลยังตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้าและคณะผู้แทนพิเศษ (คปต.) โดยปัญหาภาคใต้เวลานี้ทิศทางเรื่องความมั่นคงลดลง เพราะสถิติต่างๆ ในพื้นที่ลดลง เวลานี้รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเพื่อให้ประชาชนมีอาชีพ รายได้ และเน้นเรื่องการศึกษา เช่นการให้ทุนการศึกษา การส่งเสริมเรื่องกีฬา เพื่อให้เขามีกิจกรรมต่างๆ รวมถึงส่งเสริมเรื่องสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อให้ทุกฝ่ายในพื้นที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขเหมือนในอดีตที่เขาเคยอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข จนกระทั่งมีบุคคลบางกลุ่มไปพยายามทำให้พวกเขามีความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน

    เลขาธิการ สมช. กล่าวต่อไปว่า เมื่อสถานการณ์ความรุนแรงลดลงตามลำดับ รัฐบาลก็มีโครงการต่างๆ ในพื้นที่ เช่นโมเดล เมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในพื้นที่ โดยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ทั้งท่าเรือ สนามบิน การสร้างทางรถไฟ ถนน และนำโครงการลงทุนเช่นการก่อสร้างโรงงานต่างๆ เข้าไปในพื้นที่ เช่นทำเรื่องการแปรรูปสินค้าเกษตร รัฐบาลก็พยายามใช้ทั้งกลไกเศรษฐกิจและกลไกสังคมพหุวัฒนธรรมเป็นกลไกหลัก เพื่อขับเคลื่อนแก้ปัญหาให้ภาคใต้กลับมาเป็นปกติสุขเหมือนเดิม

    บทบาทของ สมช.หลักๆ ในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาภาคใต้ก็คือ การจัดทำแผนนโยบายบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะ สมช.เป็นฝ่ายเลขาฯ ของคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเห็นภาพรวมอีกทั้ง สมช.ก็ลงไปคลุกคลีกับปัญหา จนมีการนำมากำหนดในแผนนโยบายต่างๆ

    ถามย้ำว่า เชื่อมั่นหรือไม่ว่าปีหน้าภาพรวมสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้จะดีขึ้น เลขาธิการสมช. แสดงความมั่นใจว่า จากความตั้งใจของทุกภาคส่วนและจากโครงสร้างที่รัฐบาลทำไว้ จะทำให้การทำงานมีการบูรณาการกันมากขึ้น ผมก็มั่นใจว่าความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนและการพัฒนาในพื้นที่จะมีทิศทางที่ดีขึ้นชัดเจน

    ต่อข้อถามที่ว่า เดิมก่อนหน้านี้ตอน คสช.เข้ามาช่วงแรก ก็มีแนวนโยบายจะทำให้พื้นที่สีแดงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สถานการณ์ดีขึ้น เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้ พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 แต่ผ่านมาสามปีกว่าล่าสุดมีการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินดังกล่าวต่อไปอีกหนึ่งปี ปัจจุบันจึงมีแค่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานีแห่งเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเขตประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำไมจึงยังลดพื้นที่สีแดงไม่ได้สักที พลเอกวัลลภ มีทัศนะว่าการที่ยังคงต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินดังกล่าว เป็นเรื่องของการช่วยประชาชน เพราะตราบใดที่ยังมีกลุ่มบุคคลที่ต้องการใช้ความรุนแรง ก็จะต้องมีเครื่องมือบางอย่างเพื่อช่วยป้องกัน ผมมองว่าเป็นการทำเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยรวม

    - เหตุใดช่วงหลังบทบาทของ สมช.และฝ่ายพูดคุยสันติสุขดูเงียบหายไป ไม่ค่อยมีความคืบหน้าออกมาให้เห็น?

    เรื่องนี้มีความคืบหน้าตลอด เพียงแต่เรื่องการพูดคุยลักษณะดังกล่าวจะให้ไปออกสื่อ ออกข่าวประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะการพูดคุยกว่าจะได้ข้อตกลงอะไรต่างๆ แต่ที่ผ่านมาการพูดคุยมีการเดินหน้าไปตลอด สำหรับเรื่องพื้นที่ปลอดภัยหรือเซฟตีโซน ก็เหมือนกับการพิสูจน์อะไรบางอย่างจากฝ่ายที่เราพูดคุยด้วย ที่หากใช้คำภาษาชาวบ้านคือเขาเป็นตัวจริงหรือไม่ และมีอะไรมาพิสูจน์ได้ ตรงนี้ก็จะเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ ซึ่งหากเขาทำได้เราก็มั่นใจได้ว่าเราคุยกับคนที่ชัดเจน

    ถามย้ำว่าจากข้อมูลที่ สมช.มีตอนนี้ กลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่เช่น บีอาร์เอ็น หรือมาราปาตานีมีศักยภาพจริงหรือไม่ พลเอกวัลลภ ตอบว่า การที่เขาจะทำอะไรเรื่องศักยภาพไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะคนที่คิดจะดำเนินการจะไปทำตรงไหนก็ได้ เพราะเขาเป็นฝ่ายที่จ้องจะกระทำ ไม่ว่ารัฐบาลจะลงไปทำอะไรก็ตาม เขาก็จะพยายามหาช่องโหว่เพื่อดำเนินการในพื้นที่  แต่สิ่งที่สำคัญคือการทำให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจว่า สิ่งที่พวกนั้นทำไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เป็นการทำลายความสงบสุขของคนและทำลายการพัฒนา.

    …………………..

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องใกล้ตัว หลอกกันไม่ได้ ล้วงกระเป๋าไปแล้วไม่เจอเงิน มันก็คือไม่เจอ เวลานี้ใครมาบอกว่าเศรษฐกิจดี คนจนจะหมดไปแล้ว สำหรับประชาชนระดับรากหญ้า เชื่อก็บ้า! ไม่มีปัญญาไปชิมไข่เจียวร้าน เจ๊ไฝ หรอกครับ เศรษฐกิจ ปากท้อง ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกด้วย และเมื่อสองอย่างนี้มาผสมกัน มันก็เหมือนระเบิด
  • บทบรรณาธิการ

    ปรากฏการณ์พบอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา นำไปสู่การเดินเข้ามามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายวัฒนาถูกควบคุมตัวตาม มาตรา 44 เนื่องจากต้องสงสัยมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง โดยเชื่อมโยงกับซีรีส์นัมเบอร์ของอาวุธล็อตใหญ่นี้มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่ตรวจจับได้เมื่อปี 2557
  • เอ็กซ์-ไซท์

    กรมการขนส่งทาง บกดีเดย์ต้นปี 61 ยกมาตรฐานสอบใบขับ ขี่ทุกด้าน เตรียมออก กฎกระทรวงห้าม 5 โรคสำคัญ อายุ 70 ปีขึ้นไปจับตรวจสาย ตา-สุขภาพทุก 3 ปี
    ว.วชิรเมธีชื่นชมก้าวคนละก้าวทำเพื่อสังคม ประชาชนยังคงร่วมบริจาคสมทบโครงการก้าวคนละก้าวจนยอดผ่าน 723 ล้านบาทแล้วแม้ตูนจะหยุดพักเพราะป่วย ก่อนออกมาวิ่งต่อวันอังคารมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ ว.วชิรเมธีแสดงความชื่นชมนักร้องหนุ่มสั่นสะเทือนโครงสร้างพื้นฐานในจิตใจคนไทยทั้งประเทศ
    ไฟไหม้ตึกแถวเก่าแก่ย่านแพร่งนราซึ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เสียหาย 13 คูหา ยังไม่ รู้สาเหตุ รอสำนักงานทรัพย์สินฯ ประเมินความสูญเสีย
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"