“รัฐ”กับการแก้ไขปัญหาม็อบ สะท้อนกลไกรักษาความสงบ

  • Saturday, December 2, 2017 - 00:01


    ในช่วงหลังไม่ค่อยมีรัฐบาลจากพรรคการเมืองใดกล้าริเริ่มโครงการที่สร้างผลกระทบต่อประชาชนจนส่งผลเสียต่อฐานเสียงของพรรค การทอดเวลา ซื้อเวลา เพื่อให้โครงการดังกล่าวเป็นเผือกร้อนให้รัฐบาลถัดไปได้พิจารณาว่าจะสร้างหรือไม่สร้าง ภายใต้ข้อจำกัดที่บีบรัดให้รัฐบาลนั้นต้องเลือก ภายใต้ข้อมูลที่มีอยู่ในมือ โดยใช้ผลการศึกษาเดิมมาเป็นพื้นฐานของการอนุมัติ เลยไปถึงปัจจัยแทรกซ้อนอื่นมาเป็นตัวกำหนด ส่งผลให้การต่อต้านจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน เพราะต้องมีชีวิตอยู่กับโครงการนั้นๆ ไปชั่วช่วงชีวิต

    ทำให้โครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนา หรือการสร้างเพื่อลดความขาดแคลน รวมไปถึงการริเริ่มโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนโดยภาพรวม กลายเป็นเรื่องที่เวลางวดเข้ามา กระชั้นชิด และเป็นเงื่อนไขให้รัฐบาลในปัจจุบัน ในอนาคตต้องเร่งตัดสินใจ โดยขาดความจริงใจต่อความสนใจของประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง การแก้ไขปัญหาต่อกลุ่มต่อต้านจึงเป็นเรื่องเกมการเมืองและการดิสเครดิต เพื่อให้ม็อบที่ต่อต้านไร้ความชอบธรรม ไร้น้ำหนัก ในการต่อรอง ถ่วงดุล ทั้งที่โครงการเหล่านั้นได้ส่งผลต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชนโดยประเมินค่าเป็นตัวเลขไม่ได้

    การเคลื่อนไหวทางสังคมของกลุ่มชาวบ้าน ภายใต้แกนนำกลุ่มที่ถูกมองว่ามีเบื้องหลัง ต่างเต็มไปด้วยข้อมูลความจริงประเด็นหลักคือ ความเสี่ยงและหลักประกันเรื่องคุณภาพชีวิต สาธารณสุข ที่ไม่มีใครการันตีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะไม่มีผลกระทบจากโครงการของรัฐที่สร้างขึ้น โดยอ้างอิงจากการทำอีไอเอและอีเอชไอเอ ที่หน่วยงานของรัฐได้จัดทำ ดังนั้น การรวมตัว รวมกลุ่มเพื่อเรียกร้อง ต่อรอง เพื่อให้การดำเนินการของรัฐมีความรอบคอบ รัดกุม สร้างการยอมรับในข้อมูลที่จัดทำร่วมกันอย่างสมบูรณ์ หรือที่เรียกว่าเป็นฉันทานุมัตินั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ

    จากกรณีกลุ่มชาวบ้านเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน รวมทั้งญาติของแกนนำ 15 คน ถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในข้อหาการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และการกีดขวางการจราจร ระหว่างจะขอยื่นจดหมายคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ช่วงลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จึงกลายเป็นคำถามสำคัญว่า การแก้ไขปัญหาของกลไกการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ประเมินสถานการณ์และมีการวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างไร

    หากพิจารณาดูโครงสร้างการบริหารจัดการหน่วยที่ดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ จะเห็นว่าการประสานงานแก้ไขปัญหาในพื้นที่ตามโครงสร้างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย หรือแม้กระทั่งกองอำนวยการเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาดูแลพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ส่งผลเกิดแนวทางแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยได้เบ็ดเสร็จแค่ไหน เพราะเมื่อผลสรุปของเหตุการณ์จบลงที่เกิดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุม และเกิดการบาดเจ็บ ก็เท่ากับเป็นการสะท้อนให้เห็นความไม่ลงตัวของกลไกแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างดีทีเดียว

    การออกกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้จบ ลดปัญหาการเดินขบวนเรียกร้องเข้าในกรุงเทพมหานคร หรือเดินทางเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจ ให้แก้ไขปัญหาโดยใช้โครงสร้างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในฯ ใหม่ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการอำนวยการบูรณาการทุกหน่วยงานในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา ยังมีจุดอ่อน เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดเองก็ยังรุงรังด้วยองค์กรอื่นๆ รอบข้างซึ่งลักลั่นอำนาจอยู่ อีกทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเองก็ยังไม่สามารถประสานงานเพื่อยุติการเดินขบวนของม็อบได้

    อาจมองได้ว่า กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ อำนาจพิเศษ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาม็อบในพื้นที่เท่านั้น ในขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่ได้มีอำนาจบูรณาการหน่วยงานได้อย่างที่รัฐบาลมุ่งหวัง นอกจากนั้น กองกำลังรักษาความสงบในพื้นที่ซึ่งเป็นทหารก็รับการสั่งการอีกทางจากหน่วยเหนือ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาไม่เป็นเอกภาพ ที่ไม่ต่างจากปัญหาเดิมๆ ที่เกิดขึ้น และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ การเข้าใจในธรรมชาติของกลุ่มผู้ชุมนุม การประสานงานที่มีความแน่นอน การควบคุม จัดวางพื้นที่ ไม่ให้ใกล้พื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ซึ่งรวมเป็นข้อบกพร่องในการแก้ไขปัญหาโดยภาพรวม

    การงัดกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดทุกกระเบียดนิ้ว โดยไม่มีการวางแผนในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ภายใต้การอำนวยการแผนของผู้ว่าราชการจังหวัดตามโครงสร้างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในฯ ที่ออกมา คงไม่สามารถหยุดยั้งกลุ่มต่อต้านโครงการของรัฐที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและวิถีชุมชนของเขาได้ รัฐควรออกแบบทั้งวิธีการแก้ไขปัญหาม็อบบานปลาย เลยไปถึงหาโมเดลในการแลกเปลี่ยน ทดแทน สร้างหลักประกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อประชาชน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด.

  • เปลว สีเงิน

    เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องใกล้ตัว หลอกกันไม่ได้ ล้วงกระเป๋าไปแล้วไม่เจอเงิน มันก็คือไม่เจอ เวลานี้ใครมาบอกว่าเศรษฐกิจดี คนจนจะหมดไปแล้ว สำหรับประชาชนระดับรากหญ้า เชื่อก็บ้า! ไม่มีปัญญาไปชิมไข่เจียวร้าน เจ๊ไฝ หรอกครับ เศรษฐกิจ ปากท้อง ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกด้วย และเมื่อสองอย่างนี้มาผสมกัน มันก็เหมือนระเบิด
  • บทบรรณาธิการ

    ปรากฏการณ์พบอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา นำไปสู่การเดินเข้ามามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายวัฒนาถูกควบคุมตัวตาม มาตรา 44 เนื่องจากต้องสงสัยมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง โดยเชื่อมโยงกับซีรีส์นัมเบอร์ของอาวุธล็อตใหญ่นี้มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่ตรวจจับได้เมื่อปี 2557
  • เอ็กซ์-ไซท์

    กรมการขนส่งทาง บกดีเดย์ต้นปี 61 ยกมาตรฐานสอบใบขับ ขี่ทุกด้าน เตรียมออก กฎกระทรวงห้าม 5 โรคสำคัญ อายุ 70 ปีขึ้นไปจับตรวจสาย ตา-สุขภาพทุก 3 ปี
    ว.วชิรเมธีชื่นชมก้าวคนละก้าวทำเพื่อสังคม ประชาชนยังคงร่วมบริจาคสมทบโครงการก้าวคนละก้าวจนยอดผ่าน 723 ล้านบาทแล้วแม้ตูนจะหยุดพักเพราะป่วย ก่อนออกมาวิ่งต่อวันอังคารมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ ว.วชิรเมธีแสดงความชื่นชมนักร้องหนุ่มสั่นสะเทือนโครงสร้างพื้นฐานในจิตใจคนไทยทั้งประเทศ
    ไฟไหม้ตึกแถวเก่าแก่ย่านแพร่งนราซึ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เสียหาย 13 คูหา ยังไม่ รู้สาเหตุ รอสำนักงานทรัพย์สินฯ ประเมินความสูญเสีย
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"