"เอ็นจีโอ-รัฐบาล"ในเหตุการณ์ใต้

  • Thursday, November 30, 2017 - 00:00


    ยุคนี้ เป็นยุคไอที.......!

    ฉะนั้น

    ในการสัประยุทธ์กัน แต่ละฝ่าย ซึ่งต่างมี "อาวุธมหาประลัย" เพื่อการแพ้-ชนะอยู่ในกำมือ พอฟัด-พอเหวี่ยงกัน

    ใครจะแพ้-จะชนะ จึงขึ้นอยู่กับว่า

    ฝ่ายไหนจะออกอาวุธ "ชิงความเชื่อ" จากประชาชนไปได้มากกว่ากัน

    อาวุธมหาประลัยที่ว่านั้น คือ เรื่องราว-ข่าว-ภาพ

    ผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ ไม่ว่าเฟซบุ๊ก ไลน์ โทรทัศน์ดิจิทัล หนังสือพิมพ์ โซเชียลมีเดีย

    อย่าง ๓-๔ วันมานี้ เกิด "สงครามประกอบฉาก" ขึ้นที่สงขลา ในช่วง "นายกฯ ประยุทธ์" ยก ครม.สัญจรใต้

    คู่ศึก ก็ระหว่าง "เอ็นจีโอ" กับ "ตำรวจ-ทหาร"

    เอ็นจีโอ คือกลุ่มต่อต้านสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา

    กลุ่มนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด หากแต่เกิดพร้อมโครงการเกิดนั่นแหละ!

    เขาทราบว่า นายกฯ ลงมาสงขลา

    พวกเขาก็จะไปยื่นหนังสือคัดค้านโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพากับนายกฯ!

    การจะเอาหนังสือไปยื่นซื่อๆ เหมือนอย่างชาวบ้านทั่วไปเขายื่น ดูจะด้อยมูลค่าทางข่าว

    คือมันไม่กระแทกหู-กระแทกตาชาวบ้านน่ะ

    ผิดทั้งวิสัย ผิดทั้งยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีทางมวลชนเพื่อเอาชนะรัฐ ของชนชั้นเอ็นจีโอเขา

    ดังนั้น จึงมีรูปแบบแห่งพิธีกรรม แบกธง-แบกป้าย เดินเท้าตากแดด-ตาก ฝนข้ามวัน-ข้ามคืน ดรามาประกอบฉากข่าวไปเรื่อยๆ

    กะให้พอดี.......

    นายกฯ ลงไปถึงสงขลา ขบวนดรามาขาประจำ ก็ไปถึง!

    การยื่นหนังสือนายกฯ นั้น ที่ไหน-เมื่อไหร่ก็ยื่นได้ และใช่ว่า ที่ผ่านมาในแต่ละรัฐบาลไม่มีการยื่นคัดค้าน

    แต่ที่อุตส่าห์เดินย่ำเท้าเข้าฉากกันมาเป็นวันๆ ในหนนี้ เพราะเจตนาพิเศษมันมีอยู่ ในความเห็นผม

    ๑.ศรศิลป์มันไม่กินกับรัฐบาลทหารอยู่แล้ว และ

    ๒.รัฐบาลนี้ ถือดีในอำนาจ ยั่วให้ปะทะได้ง่าย จะได้ใช้เป็นเงื่อนไขเรียกแขกด้านสิทธิมนุษยชน

    ก็ไม่ผิดจากที่เขาประเมิน...........

    เมื่อตำรวจ-ทหารเข้าขัดขวาง ก็ "เข้าทาง" เอ็นจีโอเป๊ะเลย!

    เขาต้องการภาพชุลมุนเชิงปะทะจากกำลังรัฐอยู่แล้ว

    ต้องการให้เกิดประเด็นละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อให้เรื่องถึงยูเอ็นอยู่แล้ว

    ต้องการให้เกิดภาพ-ทัศนคติ "ลบในลบ" กับรัฐบาลประยุทธ์อยู่แล้ว

    และต้องการให้เกิดประเด็นขัดแย้งทางศาสนาผ่านตัวบุคคลผสมอยู่ด้วย

    ดังนั้น .......

    ภาพชุลมุนเชิงปะทะก็ดี การจับกุมตัวผู้ชุมนุมใส่กุญแจมือก็ดี การเคลื่อนย้ายผู้ถูกจับกุมไปควบคุมตัวไว้ก็ดี

    กระทั่งภาพ

    "ทหารชี้หน้า" ที่นำมาเบี่ยงเป็นทางขยี้ประเด็นกันจนแตกมันขณะนี้ก็ดี

    แต่ละเหตุการณ์ แต่ละช็อต-ละฉาก...........

    "ตำรวจ-ทหาร" กลายเป็น "ผู้ร้าย" ใช้อำนาจ-ใช้อาวุธ-ใช้กุญแจมือ กับกลุ่มเอ็นจีโอที่ต่อต้านโรงไฟฟ้าไปโดยไม่รู้ตัว

    ที่ผมสรุปเล่ามาตั้งแต่ต้นนั้น ก็เพื่อจะบอกว่า

    การสู้รบทางการบ้าน-การเมืองทุกวันนี้ เปลี่ยนรูปแบบอาวุธที่ใช้ห้ำหั่นกันในขั้นแพ้-ชนะ

    จากอาวุธปืนผาหน้าไม้ มาเป็นใช้เรื่องราว-ข่าว-ภาพ ซัดสาดใส่กันผ่านทางสื่อ

    โดยเฉพาะสื่อ "อินเทอร์เน็ต"!

    ในกรณีนี้ เป็นตัวอย่างชัดมาก ติดตามนั่งดู-นอนดูมา ๒-๓ วัน ดูการสัประยุทธ์ ด้วยการ "ออกอาวุธ" แก้ทางกัน

    ระหว่างฝ่ายเอ็นจีโอกับฝ่ายรัฐบาล เรียกว่า....

    ......มันมาก!

    รัฐบาล โดยตำรวจ-ทหาร เป็นฝ่าย "เข้าร่องแข้ง" เอ็นจีโอเอง คือรู้ทั้งรู้ว่า แผนของขบวนการนี้ ต้องการต่อยอดไปสู่อะไร

    หลังจาก "มุกแป้ก" มาเป็นปีๆ!

    แต่ฝ่ายตำรวจ-ทหาร กลับไปต่อแข้ง-ต่อขาในสถานการณ์ให้เอ็นจีโอดูมีราคาขึ้นมาเอง

    ก็เพิ่งเห็นที่ครั้งนี้แหละ ........

    คนถูกจับดีอก-ดีใจ เซลฟีกันยกใหญ่ เมื่อได้เป็นคู่กรณีกับรัฐในฐานะ "ผู้ถูกกระทำ"

    ชูมือ-ชูแขน ที่ถูกใส่กุญแจมือให้ช่างภาพ-ช่างกล้องถ่ายรูป ด้วยหน้าเบิกบาน สายตาสมหวัง

    เพราะทั้งหมด ก็เพื่อสิ่งนี้แหละ..........

    เพื่อได้ตะโกนว่า รัฐบาลเผด็จการปราบปรามประชาชน ไม่ฟังเสียงประชาชน ย่ำยีสิทธิมนุษยชน ใช้อำนาจกับประชาชน

    และ.....

    "ชี้หน้าประชาชน"!

    เหล่านี้ คืออาวุธที่ฝ่ายเอ็นจีโอยิงถล่มใส่รัฐบาลเผด็จการให้ปรากฏผ่านโซเชียลมีเดีย ผ่านโทรทัศน์ ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์

    พวกเอ็นจีโอ "รู้ทาง" ดี ว่ายั่วให้ถูกจับ "คุ้มเกินคุ้ม" ทางด้านจิตวิทยามวลชน สุดท้าย ฝ่ายรัฐก็ต้องปล่อย ต้องให้ประกัน

    ก็เล่นเอารัฐบาล คสช.เอียงวูบวาบไปเหมือนกัน

    ถึงขั้นพูดกันว่า.........

    นายกฯ ประยุทธ์ลงใต้เที่ยวนี้ คะแนนนิยมตกหกหายไปเกือบเกลี้ยง

    เนื่องจาก ดรามา "เอ็นจีโอถูกกระทำ" เรียกน้ำตาและความเห็นใจจากแฟนๆ ที่ซื่อ-ใส ได้พอสมควร

    รวมทั้งเรื่องนายกฯ "ตะคอกใส่คน" ชาวบ้าน-ชาวเมือง พูดกันด้วยความอิดหนาระอาใจ กับ "นายกฯ เจ้าอารมณ์" ว่า

    "ชักเยอะ" ไปหน่อยแล้วนะ...ท่าน!

    นี่เป็นกระบวนการรบทางฝ่ายเอ็นจีโอ ผู้ต่อต้านสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

    มาดูกระบวนยุทธ์ "ยุทธการทางสื่อ" ของทีมงานฝ่ายรัฐบาลในการตีโต้สถานการณ์บ้าง

    ผมว่า เดี๋ยวนี้ "ยุทธการทางสื่อ" ของทีมงานรัฐ ทำงาน "ทันลูก-ทันเล่ห์" ฝ่ายตรงข้ามได้ชนิด "ดอกต่อดอก" เข้าขั้นเอาการอยู่

    เรียกว่า "ภาพไหน" ที่อีกฝ่าย...........

    เลือกนำเผยแพร่ ด้วยการตัดต่อบ้าง เลือกมุมกล้องในทางเบี่ยงเบนความเป็นจริง หวังใช้ ๑ ภาพ แทน ๑๐๐คำพูด "ฟ้องการกระทำจากรัฐ" บ้าง

    ทีมงานรัฐ ที่ตามประกบ "เก็บภาพ-เก็บเรื่อง" เช่นเดียวกับอีกฝ่าย

    ก็จะนำภาพ "เหตุการณ์เดียวกัน" จากมุมกล้องครบด้านออกเผยแพร่ เพื่อให้เห็น "ความเป็นจริง" ในเหตุการณ์นั้น เป็นการหักล้างจากอีกฝ่าย

    เช่นภาพชุลมุนให้คนดูเข้าใจว่า ตำรวจ-ทหาร ทำรุนแรง ไล่ทุบตีเพื่อจับกุม

    ทีมงานฝ่ายรัฐ ก็นำภาพในทุกด้านออกเผยแพร่หักล้าง ให้เห็นว่า

    มีการจัดฉาก ผลักดันพวกันเข้าใส่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ให้ล้มลุก-คลุกคลานเป็นภาพปล้ำจับกันประมาณนั้น

    หรืออย่างภาพ นายทหารชี้หน้าใส่กลุ่มคนเผชิญหน้า ที่นำออกมาดรามากันขนานใหญ่

    คนอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ ทนเห็นบิดเบือนไม่ไหว นำวิดีโอที่ถ่ายครบด้านออกเผยแพร่

    กลายเป็นว่า นายทหารท่านนั้น พูดจาน่ารักกับชาวบ้านไทยมุสลิม ระหว่างพูดกัน ท่านชี้มือไปที่ธงข้างหลัง

    ด้วยความจงใจของอีกฝ่ายนั่นแหละ.......

    คัดเอาภาพจาก "มุมกล้อง" ที่มองแล้วเหมือนชี้หน้าผู้ชุมนุมเผยแพร่

    กะใช้ภาพนี้เป็นคมแฝก "ตีแสกหน้า" โป้งเดียวรัฐบาลชักแหง็กๆ!

    เหล่านี้ คือสงครามใน "ยุทธภูมิสื่อสารไอที" วันนี้

    เอ็นจีโอ "ละเลงภาพ ๔ สี" ใดออกมา

    ถูกทีมงานรัฐบาลโต้กลับด้วย "ยุทธการย้อนเกล็ด" เป็นการจับเท็จ "ตามประกบ"

    ชนิด "ภาพต่อภาพ-เรื่องต่อเรื่อง"!

    จะเห็นว่า ทุกวันนี้ ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อจากเอ็นจีโอแทบไม่เหลือเท่าไหร่ในสายตาชาวบ้าน

    ยิ่งบางเอ็นจีโอไปผูกติดกับระบอบแดงทั้งแผ่นดิน เลยยิ่งม้วยมรณังไปด้วยกัน

    ไม่เพียงที่เมืองไทย ในหลายประเทศ เอ็นจีโอ กลายเป็นตัวเสนียด อยู่ไหนสร้างความจัญไรให้ที่นั่น!

    ดูการบ้าน-การเมืองยุคนี้ ดูจากพื้นราบไม่ได้

    ต้องใช้โดรนเก็บภาพชนิดพาโนรามา ดูทุกซอก-ทุกมุม จึงจะเห็น "ความจริง-ที่เป็นจริง"

    จากกรณีนี้ ดูแล้ว "ขิงก็รา-ข่าก็แรง"

    เอ็นจีโอสายแดงกับรัฐบาล คสช.ใครจะเป็นฝ่ายเก็บใครในสงครามสื่อ..........

    ก็อยู่ที่ฝ่ายไหน "ให้ความจริง" กับประชาชนได้ก่อนและได้ชัดเจน.

  • เปลว สีเงิน

    เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องใกล้ตัว หลอกกันไม่ได้ ล้วงกระเป๋าไปแล้วไม่เจอเงิน มันก็คือไม่เจอ เวลานี้ใครมาบอกว่าเศรษฐกิจดี คนจนจะหมดไปแล้ว สำหรับประชาชนระดับรากหญ้า เชื่อก็บ้า! ไม่มีปัญญาไปชิมไข่เจียวร้าน เจ๊ไฝ หรอกครับ เศรษฐกิจ ปากท้อง ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกด้วย และเมื่อสองอย่างนี้มาผสมกัน มันก็เหมือนระเบิด
  • บทบรรณาธิการ

    ปรากฏการณ์พบอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา นำไปสู่การเดินเข้ามามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายวัฒนาถูกควบคุมตัวตาม มาตรา 44 เนื่องจากต้องสงสัยมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง โดยเชื่อมโยงกับซีรีส์นัมเบอร์ของอาวุธล็อตใหญ่นี้มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่ตรวจจับได้เมื่อปี 2557
  • เอ็กซ์-ไซท์

    กรมการขนส่งทาง บกดีเดย์ต้นปี 61 ยกมาตรฐานสอบใบขับ ขี่ทุกด้าน เตรียมออก กฎกระทรวงห้าม 5 โรคสำคัญ อายุ 70 ปีขึ้นไปจับตรวจสาย ตา-สุขภาพทุก 3 ปี
    ว.วชิรเมธีชื่นชมก้าวคนละก้าวทำเพื่อสังคม ประชาชนยังคงร่วมบริจาคสมทบโครงการก้าวคนละก้าวจนยอดผ่าน 723 ล้านบาทแล้วแม้ตูนจะหยุดพักเพราะป่วย ก่อนออกมาวิ่งต่อวันอังคารมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์ ว.วชิรเมธีแสดงความชื่นชมนักร้องหนุ่มสั่นสะเทือนโครงสร้างพื้นฐานในจิตใจคนไทยทั้งประเทศ
    ไฟไหม้ตึกแถวเก่าแก่ย่านแพร่งนราซึ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เสียหาย 13 คูหา ยังไม่ รู้สาเหตุ รอสำนักงานทรัพย์สินฯ ประเมินความสูญเสีย
  • x-cite inside

    ในจำนวนร่าง พ.ร.บ.ที่ภาคประชาชนมีส่วนในการร่างและผลักดัน จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้มีอยู่ไม่กี่ฉบับ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551’ ที่ส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง ‘สภาองค์กรชุมชนตำบล’ ขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ตำบลทั่วประเทศ
    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...
    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นในโรงภาพยนต์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง กว่า 100 คน จัดกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์เรื่อง “ของขวัญ” ผลงานการสร้างสรรค์ของ 4 ผู้กำกับแถวหน้า "ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร, ก้องเกียรติ โขมศิริ, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล"