เลือกตั้งท้องถิ่น 8,410 อัตรา ศึกใหญ่ ชิง "ผู้ว่าฯ กทม."

  • Tuesday, November 14, 2017 - 09:06

    ท่าทีของรัฐบาล-คสช.ที่จะรันสเต็ปแรกในการปลดล็อกการเมือง ด้วยการปล่อยให้มีการ เลือกตั้งท้องถิ่น ก่อน เลือกตั้งระดับชาติ-สนามเลือกตั้ง ส.ส. ถูกประเมิน-วิเคราะห์จากแวดวงการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายตรงข้าม คสช.ว่า เป็นหมากของ คสช.ที่ต้องการ

    “วัดกระแส-คะแนนนิยม-ฐานการเมือง”

    ของนักการเมือง-พรรคการเมือง-หัวคะแนนนักการเมืองทั่วประเทศ โดยเฉพาะฝ่ายไม่เอา คสช. ผ่านผลการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะออกมา

    แม้ในทางการเมืองจะพบว่า หลายครั้งผลการเลือกตั้งท้องถิ่น เช่น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร-นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหลายจังหวัด อาจไม่ใช่สูตรสำเร็จ ว่าผลแพ้-ชนะ จะชี้วัดคะแนนนิยมของนักการเมือง-พรรคการเมืองในพื้นที่ต่างๆ ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะหลายพื้นที่ ผลเลือกตั้งท้องถิ่นกับระดับชาติแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ภาพความเคลื่อนไหวของนักการเมืองระดับชาติ โดยเฉพาะการหาเสียง-การจัดตั้งหัวคะแนนในการเลือกตั้งท้องถิ่น ก็มีส่วนเชื่อมโยงกับการเลือกตั้งระดับชาติพอสมควร

    ผนวกกับประเทศไทยไม่มีการทำกิจกรรมการเมือง ไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น-ระดับชาติมา 3 ปีกว่าแล้ว หากสุดท้าย คสช.เปิดประตู นำร่องให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น ก็เชื่อได้ว่า นักการเมือง-พรรคการเมือง ก็ต้องใส่กันเต็มแมค สู้กันเต็มเหนี่ยว เพื่อยึดพื้นที่-ทำฐานเสียงให้แน่นหนา จะได้กุมความได้เปรียบ ยามเมื่อศึกเลือกตั้ง ส.ส.มาถึง 

    ดังนั้นการที่รัฐบาล-คสช.จะให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น แม้จะเป็นไปตามสเต็ปอยู่แล้วที่จะต้องเป็นแบบนี้ แต่แน่นอนว่า การหาเสียงในการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งมีการแข่งขันรุนแรง หนักหน่วง ถึงไหนถึงกัน ทุกพรรคเทหมดหน้าตัก แพ้ไม่ได้ เช่น สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร-นายกฯ อบจ.ในบางจังหวัด ที่เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีและผลประโยชน์
    มันก็ทำให้ คสช.ได้เห็นสภาพการเมือง ในยามที่ประตูที่ถูกปิดล็อกมาร่วม 3-4 ปี ได้ถูกเปิดออก อันจะเป็นผลดีต่อ คสช.ในการประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่เกิดขึ้นเป็นคิวถัดไปในช่วงปลายปีหน้า
            
    ผนวกกับเมื่อ สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาระบุถึงตัวเลขเก้าอี้ว่างของการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ครบวาระตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งยังไม่มีการเลือกตั้งสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นทั่วประเทศมีถึง 8,410 อัตรา แยกเป็น 6 ประเภท คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด-เทศบาลนคร-เทศบาลเมือง-เทศบาลตำบล-กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ที่เป็นตัวเลขที่หลายคนไม่คาดคิดมาก่อน

    ซึ่งหากรัฐบาล-กกต.ดำเนินการให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อชิงเก้าอี้ท้องถิ่นที่ว่างถึง 8,410 อัตรา โดยจัดให้มีการเลือกตั้งในเวลาใกล้เคียงกัน หรือทยอยจัดไปโดยทิ้งช่วงไม่ห่างกันมาก ก็จะถือได้ว่าเป็นศึกเลือกตั้งท้องถิ่นที่มีการชิงเก้าอี้ว่างกันมากที่สุดเท่าที่เคยมีกันมาเลยทีเดียว
     ยิ่งพื้นที่ไหนแข่งขันกันเข้มข้น โดยยังไม่สามารถป้องกันปัญหาเดิมๆ เช่น การซื้อเสียง-การใช้อิทธิพลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็จะทำให้อุณหภูมิการเมืองสนามเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ ระอุ-ดุเดือดตามมาแน่นอน

    ที่แน่นอนว่า ไฮไลต์สำคัญสนามเลือกตั้งท้องถิ่นที่หลายคนจับตามอง ก็คงไม่พ้น ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ยังจะคงเป็นการสัประยุทธ์ของ 2 พรรคใหญ่ เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ แม้ที่ผ่านมาเพื่อไทยจะพ่ายแพ้ในสนามนี้มาตลอดก็ตาม รวมถึง ยังมีอีกหลายพื้นที่ ซึ่งต้องจับตามอง เช่น การเลือก นายกเมืองพัทยา พื้นที่การปกครองพิเศษ ที่เป็นฐานเสียงหลักของ ตระกูลคุณปลื้ม-พรรคพลังชล หลังตอนนี้เก้าอี้นายกเมืองพัทยาก็อยู่ในสภาพเดียวกับผู้ว่าฯ กทม. คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้มาตรา 44 ตั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯ กทม. ขณะที่เมืองพัทยา บิ๊กตู่ก็ใช้มาตรา 44 ตั้ง พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี เป็นนายกเมืองพัทยา

    อย่างไรก็ตาม โรดแมปการเลือกตั้งท้องถิ่น ลำดับแรกจะต้องมีการออกกฎหมาย-แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก่อน โดยสัปดาห์นี้ วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้นัดหมายตัวแทนกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ-กระทรวงมหาดไทย มาหารือกันในเรื่องนี้

    อันพบว่า โรดแมปเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นได้ จะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย 5 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นเพื่อไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญใหม่ ที่อยู่ในหมวดการปกครองส่วนท้องถิ่น คือ มาตรา 249-256 ที่เป็นเรื่องการบริหารท้องถิ่น-อำนาจหน้าที่โครงสร้างที่มาของท้องถิ่น เป็นต้น

    สำหรับกฎหมาย 5 ฉบับดังกล่าวที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น อาทิ กม.ว่าด้วยการจัดตั้งส่วนท้องถิ่นมีรายละเอียดเกี่ยวกับ อบต. เทศบาล อบจ. เขตปกครองแบบพิเศษ เช่น กรุงเทพมหานคร, กม.ว่าด้วยแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจส่วนท้องถิ่น, กม.ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น เป็นต้น

    โรดแมปเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่จะมาก่อนการเลือกตั้ง ส.ส. จึงเป็นสนามการเมืองที่น่าจะทำให้ บิ๊กตู่-คสช.ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาประเมินสถานการณ์การเมืองบางอย่างได้เป็นอย่างดี ก่อนที่การเลือกตั้งใหญ่จะมาถึง.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    "คดีครูจอมทรัพย์"..........! หลังคำพิพากษาศาลฎีกา "ยกคำร้อง" เมื่อ ๑๗ พ.ย.๖๐ ปรากฏการณ์ทางสังคมที่ตามมา คือ "ดรามาหน้าจอ" หายเงียบ ไม่เพียงหน้าจอ ตามเพจ ตามออนไลน์ ก็หายไปจาก fb ด้วยเหมือนกัน สะท้อนความน่าห่วงที่หลบซ่อนอยู่อย่างหนึ่ง คือ โลกมาถึงวันนี้แล้ว
  • บทบรรณาธิการ

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดย ป.ป.ช.ได้กำหนดกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสออกเป็น 5 ดัชนี
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ขณะไปตรวจรถชนกันคนขับวัย71อ้างตาไม่ดีดาบตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบคดีรถชนกันในตัวเมืองชัยภูมิ เฒ่าวัย 71 ซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟพุ่งชนเต็มแรงแล้วลากร่างไปไกลสุดที่จะยื้อชีวิต
    ตูนซึ้งใจกราบคุณตาขาขาดวัย 90 ปีที่เจียดเบี้ยยังชีพคนพิการสมทบก้าวคนละก้าว ด้านเชษฐ์สไมล์บัฟฟาโลออกวิ่งในเมืองชลหาทุนให้อีกกว่า 5 แสนบาท
    เครื่องเล่นโมบายปลาหมึกยักษ์ในงานนมัส การพระสมุทรเจดีย์โค่นลงมาทั้งยวง ทำเอาผู้ใหญ่ เด็กที่ขึ้นไปนั่งบาดเจ็บไปตามๆ รมต.ออมสินรีบไปตรวจสอบ พบไม่ได้ขออนุญาต
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว