ตอบ6คำถามกร่อย ประเดิมวันแรกไม่คึกคัก/มาร์คปูดเกณฑ์ผู้นำชุมชนสร้างภาพ

  • Tuesday, November 14, 2017 - 00:06

    ยิ่งกว่าผีหลอกวันแรกตอบ 6 คำถาม “ประยุทธ์” ที่ “ศูนย์ดำรงธรรม-ศูนย์บริการประชาชน” รวมแค่ 13 คน “ดารามาร์ค” ปูดมีข่าวเกณฑ์ผู้นำท้องถิ่นมาเฮโลสร้างภาพให้คึกคัก ดีเดย์ 16 พ.ย. “วิษณุ-กรธ.-มท.” ถกเลือกตั้งท้องถิ่น เชื่อต้องแก้กฎหมาย 5 ฉบับ “มีชัย” ลั่นไม่ได้หย่อนบัตรใน 1-2 เดือนนี้แน่ บิ๊ก สนช.จี้รัฐบาลเคลียร์ผู้บริหารท้องถิ่นที่ถูกมาตรา 44 เล่นงาน

    เมื่อวันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน ถือเป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นต่อ 6 คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึง 4 คำถามก่อนหน้านี้ ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอทั่วประเทศ สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

    โดยบรรยากาศที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย มีประชาชนเดินทางมาแสดงความคิดเห็นเป็นคนแรกในเวลา 10.05 น. และตลอดทั้งวันมีประชาชนเดินทางมาตอบคำถามเพียง 9 รายเท่านั้น ซึ่ง น.ส.สุนันทา จิรัญบำรุง วัย 70 ปี ประชาชนจากเขตภาษีเจริญ กทม.ที่เดินทางมาเป็นรายแรกกล่าวว่า ตั้งใจจะมาตอบคำถาม และเชื่อว่าคำถามเหล่านี้นายกฯ ถามเพื่อให้เป็นทางเลือกของประชาชนที่ไม่ค่อยเข้าใจการเมือง โดยก่อนหน้านี้ก็เคยมาลงทะเบียนตอบคำถาม 4 ข้อที่นายกฯ ถามมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งหาก พล.อ.ประยุทธ์ลงเลือกตั้งก็จะเลือก พล.อ.ประยุทธ์

    “อยากให้มีนักการเมืองหน้าใหม่ๆ เป็นทางเลือกของประชาชน และเห็นด้วยที่ คสช.จะสนับสนุนนักการเมือง เพราะให้ประชาชนได้เห็นหลากหลายว่าควรเป็นอย่างนี้ ถ้าใครชอบ พล.อ.ประยุทธ์ก็อาจสนับสนุนพรรคนั้นๆ เป็นสิทธิ์ของประชาชน และมีโอกาสเปลี่ยนแปลงการเมืองไทย ถือว่าเป็นทางเลือกให้ประชาชน” น.ส.สุนันทากล่าว

    สำหรับความเคลื่อนไหวที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ฝั่งสำนักงาน ก.พ. ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่รับคำตอบนั้น บรรยากาศเงียบเหงาตลอดทั้งวัน มีประชาชนเดินทางมาตอบคำถามทั้งสิ้นเพียง 4 คน โดยเกือบทั้งหมดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือเห็นว่าจำเป็นต้องมีนักการเมืองและพรรคการเมืองหน้าใหม่ และ คสช.มีสิทธิ์สนับสนุนพรรคการเมืองใดก็ได้ รวมทั้งเห็นอนาคตที่ดีของประเทศจากการดำเนินงานของ คสช. และเปรียบเทียบการทำงานของรัฐบาลนี้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งว่าไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้

    ด้านบรรยากาศที่ จ.ขอนแก่น มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาตอบคำถามตลอดทั้งวัน ซึ่ง น.ส.กมลชนก ขันขวา อายุ 28 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว กล่าวว่า อยากให้มีนักการเมืองและพรรคการเมืองหน้าใหม่มาบริหารประเทศ ซึ่งตลอด 3 ปีที่ผ่านมารัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ถือว่าแก้ไขปัญหาในช่วงแรกได้ดี แต่ช่วงหลังเริ่มพัฒนาได้ช้าและเศรษฐกิจก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร ในอนาคตต้องการผู้นำที่มีธรรมาภิบาล ไม่โกงกิน คอร์รัปชัน ส่วนประเด็นที่ว่านักการเมืองหรือพรรคการเมืองต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวขณะนี้ คิดว่าต้องการสร้างเครดิตให้ตัวเองก่อนการเลือกตั้ง

    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงภาพรวมบรรยากาศวันแรกของการตอบ 6 คำถามว่ายังไม่ทราบ แต่จะเปิดรับความคิดเห็นไปเรื่อยๆ ยังไม่มีกำหนดสิ้นสุด ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาเตือนศูนย์ดำรงธรรมให้ระวังการชี้นำในการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนนั้น ตนไม่วิจารณ์เรื่องนี้ แต่คุณต้องไปดูก่อนว่าคำถามที่ส่งไปเป็นอย่างไร แล้วไปพิจารณาดูเอง

    เมื่อถามย้ำว่าพิจารณาจาก 6 คำถามเป็นการชี้นำหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่าไม่ทราบ ที่สื่อมวลชนมาถามมันปนกัน 2 เรื่อง เรื่องหนึ่งก็เป็นการวิจารณ์ของ กกต. ก็ต้องไปถาม กกต.เอาเอง ส่วนคำถาม 6 ข้อเราก็ได้ส่งไปแล้ว ก็น่าจะใช้ได้ ไม่รู้จะตอบอย่างไร

    ถามถึงการแสดงความคิดเห็นต่อ 4 คำถามก่อนหน้านี้ นายกฯ ได้ประมวลความเห็นของประชาชนมาแปลงเป็นนโยบายรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ได้สรุปเสนอความคิดเห็นของประชาชนให้นายกฯ ทราบแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการรับนโยบายจากนายกฯ

    ปูดเกณฑ์ผู้นำท้องถิ่น

    ขณะที่ พล.ต.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า กอ.รมน.ได้ประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้ประชาชนมาตอบคำถามของนายกฯ ผ่านศูนย์ดำรงธรรม และการนำบัตรประชาชนหรือเอกสารอื่นๆ ที่แสดงตัวตนมาลงทะเบียนนั้น ขอให้สบายใจว่าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการแสดงความคิดเห็นเท่านั้น เพราะต้องการให้แต่ละบุคคลได้แสดงความคิดเห็นเพียงครั้งเดียว โดยประชาชนที่ตอบคำถามนายกฯ 4 ข้อไปก่อนหน้านี้ก็สามารถมาตอบคำถาม 6 ข้อได้อีก

    ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวเรื่องนี้ว่า รูปแบบการตั้งคำถามแบบนี้และมีกลไกรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่สามารถวัดความคิดเห็นตามหลักวิทยาศาสตร์ หลักสถิติ หรือหลักการสำรวจความคิดเห็นที่ถูกต้องได้ เพราะชัดเจนว่าคำตอบแบบไหนจะถูกใจหรือไม่ถูกใจคนถาม เพราะเป็นคำถามนำถึง 6 คำถาม ขอถามว่าในยุคปัจจุบันนี้คนที่ตอบคำถามไม่ถูกใจจะกล้าไปตอบหรือไม่ เนื่องจากหากตอบไปตรงๆ เผลอๆ จะถูกเชิญไปปรับทัศนคติก็ได้

    “เมื่อเช้าวันที่ 13 พ.ย.มีคนส่งข้อมูลมาให้ ซึ่งกำลังตรวจสอบอยู่ว่าในหลายพื้นที่กำลังมีการเกณฑ์ให้ผู้นำ ประธานชุมชนต่างๆ ไปตอบคำถาม ถ้าไปไม่ได้ให้ส่งตัวแทนไป ซึ่งไม่ทราบว่าใครสั่ง ยังตรวจสอบไม่ได้ ผมถึงบอกว่าในที่สุดการทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นการหาคำตอบที่แท้จริงจากสังคม เพราะถ้านายกฯ อยากถามควรถามเรื่องปากท้องจริงๆ ซึ่งจะได้ทั้งใจได้ทั้งประโยชน์ หรือการตั้งคำถามอะไรที่เกี่ยวกับการพัฒนาจะเป็นประโยชน์มากกว่า และในภาพรวมจะไม่เป็นผลดีทั้งก่อนการปลดล็อกและหลังการปลดล็อก” นายอภิสิทธิ์กล่าว

    นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ล้วนเป็นเรื่องการเมือง โดยเฉพาะคำถามที่ 2 ที่ถามว่า คสช.สามารถสนับสนุนพรรคการเมืองใดได้หรือไม่นั้น เป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์จะเล่นการเมืองก็ขอให้เปิดหน้าเล่นเต็มตัว ตั้งพรรคการเมือง หรือให้พรรคนอมินีเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเมื่อเลือกตั้งแล้วให้จัดทำรัฐบาลแห่งชาติขึ้นมา ให้ทุกพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาของประเทศ และเดินหน้าสร้างความปรองดองเป็นเวลา 2 ปี แล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่เดินตามระบอบประชาธิปไตยปกติ

    ส่วนนายสมชัยย้ำถึงปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับกรณีที่ คสช.จะสนับสนุนพรรคการเมืองว่าอยากให้คณะกรรมการกฤษฎีกาออกมาให้ความเห็น โดยเฉพาะคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เป็นผู้ร่างกฎหมาย ว่าความเห็นของตนเองถูกต้องหรือไม่ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนให้ตนเองฉลาดขึ้นด้วย และอยากให้คนในสังคมช่วยกันให้คำตอบที่ถูกต้อง ดีกว่าไปถามประชาชนที่ไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย และคำตอบจากประชาชนไม่ได้หมายความว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องในเชิงของกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้ถามในเชิงทัศนคติ

    "ผมเห็นว่าคนที่จะใช้กฎหมายต้องอยู่บนหลักที่ถูกต้องเป็นธรรม อย่าคิดเพียงว่าเป็นกลุ่มพวกเดียวกันก็ตอบเอาใจซึ่งกันและกัน เพราะท้ายสุดจะก่อให้เกิดความเสียหาย ส่วนนายกฯ จะรับฟังความเห็นหรือไม่เป็นเรื่องของนายกฯ" นายสมชัยกล่าว

    สำหรับความเคลื่อนไหวการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนการเลือกตั้งในระดับชาติ ซึ่งจะมีการปลดล็อกพรรคการเมืองนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกล่าวว่า คิดว่าคงต้องปลดล็อกในระดับหนึ่งก่อน เพราะต้องเลือกตั้งระดับท้องถิ่น เพื่อให้หาเสียงเลือกตั้งได้

    เมื่อถามว่า เมื่อปลดล็อกแล้วต้องคุมเนื้อหาการหาเสียงหรือไม่ เพราะอาจหาเสียงสร้างความขัดแย้งหรืออาจโจมตี คสช. พล.อ.ประวิตรกล่าวทันทีว่าไม่ได้ ทำอย่างนั้นไม่ได้ ต้องขอความร่วมมือกัน แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยว่ากัน

    ส่วน พล.อ.อนุพงษ์กล่าวเรื่องนี้ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการร่างกฎหมาย ส่วนการกำหนดนโยบายต่างๆ เป็นเรื่องของ คสช.และรัฐบาลว่ามีแนวความคิดอย่างไร โดย มท.ต้องเตรียมการเรื่องกฎหมายก่อน

    ไม่ใช่ 1-2 เดือนนี้แน่

    นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ได้มอบให้นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ.เป็นตัวแทนไปหารือว่า รัฐธรรมนูญจะมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามก็ต้องไปแก้กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาและผู้บริหารท้องถิ่น และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งท้องถิ่นให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

    “ที่ กกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจจัดการเลือกตั้งนั้น เป็นความเข้าใจผิดของ กกต. เพราะรัฐธรรมนูญเขียนว่าให้ กกต.จัดหรือมอบให้คนอื่นจัดเลือกตั้งก็ได้ เดิมการเลือกตั้งท้องถิ่น กกต.ก็ทำหน้าที่กำกับดูแลแล้วให้ท้องถิ่นจัดเอง ส่วนตำแหน่งผู้อำนวยการการเลือกตั้งก็ให้ปลัดทำหน้าที่ไม่มีปัญหาอะไร สำหรับกลไกผู้ตรวจการเลือกตั้งที่จะใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น ก็ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กกต.กำหนด” นายมีชัยกล่าว

    เมื่อถามว่า กฎหมายไม่ห้ามพรรคการเมืองสนับสนุนผู้สมัครท้องถิ่น แล้วจะส่งผลต่อการปลดล็อกพรรคการเมืองหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่ากฎหมายไม่ได้ห้าม ก็ต้องดู คสช.จะปลดล็อกให้เมื่อไร คงไม่เลือกตั้งท้องถิ่นภายใน 1-2 เดือนนี้ เมื่อใกล้เลือกแล้วเขาคงไปปรึกษา กกต.ก่อน ส่วนการปลดล็อกเพื่อให้พรรคการเมืองดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น จะประชุมพรรคยังไม่ได้เพราะมีประกาศ คสช.ห้ามชุมนุมทางการเมืองอยู่ แต่บางส่วนก็สามารถดำเนินการได้ เช่นทะเบียนสมาชิกพรรค

    “ระเบียบ กกต.บางเรื่องอาจใช้ดำเนินการได้กรณีไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง เช่น การสะสางบัญชี หรือสะสางจำนวนสมาชิกที่เริ่มดำเนินการได้ เพราะเป็นเพียงการสอบถามว่าจะยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเดิมหรือไม่ หรือกรณีการชำระค่าบำรุง” นายมีชัยกล่าว

    นายชาติชายกล่าวถึงการหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กับกระทรวงมหาดไทยเพื่อเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า เท่าที่ประสานเบื้องต้นการประชุมจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 16 พ.ย.นี้ โดยกรธ.ไม่มีประเด็นที่จะเสนอเป็นพิเศษ นอกจากไปบอกเล่าถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อให้การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องการเลือกตั้งท้องถิ่นทั้ง 5 ฉบับมีเนื้อสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

    ขณะที่นายสมชัยยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมในการจัดตั้งเลือกตั้งท้องถิ่น แต่หากต้องเลือกตั้งทุกประเภทจะมีกว่า 8 แห่ง โดยสิ่งที่เป็นห่วงไม่ใช่เรื่องการจัดการ เพราะมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ มท.ช่วยจัดการเลือกตั้ง แต่เป็นเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง เพราะหากเลือกตั้งพร้อมกันทั้งกว่า 8 พันแห่งและมีคดีร้องเรียนเพียงแค่แห่งละ 1 เรื่องก็เป็นภาระของ กกต.อย่างมาก เพราะต้องดำเนินการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม หากมีปัญหาจะประกาศผลได้หรือไม่ จึงต้องเตรียมการรองรับไว้

    นายสมชัยยังกล่าวว่า กกต.จะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 27 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ที่ให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเลือกตั้งว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งปัญหาข้อกฎหมายนี้ไม่ได้ถึงขนาดทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหากมีการร้องในภายหลัง เพราะยังอยู่ในเงื่อนไขที่ กกต.ดำเนินการได้ เพียงแต่ในบางพื้นที่ที่องค์กรปกครองท้องถิ่นหรือหน่วยราชการทำไม่ได้ กกต.ควรดำเนินการได้เอง ซึ่งเป็นประเด็นที่อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

    "ฝากไปถึงรัฐบาลว่า การจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ใดเป็นอำนาจและการประเมินของ คสช.ว่าจะให้มีการเลือกตั้งในระดับใดและผ่อนคลายในพื้นที่ใดบ้าง แต่เมื่อปลดล็อกแล้วกระบวนการจัดการน่าจะต้องเป็นบทบาทของ กกต.ที่ต้องประชุมว่าจะมอบหมายให้ใครจัดการเลือกตั้ง ซึ่งอาจเป็นกระทรวงศึกษาธิการ หรือหน่วยราชการ หรือท้องถิ่น โดยเป็นเรื่องที่ กกต.ชุดใหม่จะตัดสิน ไม่ใช่อยู่ดีๆ รัฐบาลกำหนดว่าใครเป็นคนทำ อย่างนี้ไม่ถูกเพราะ กกต.ต้องเป็นคนกำหนด" นายสมชัยกล่าว

    จี้เคลียร์คนโดน ม.44

    นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่าจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) ในสัปดาห์นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมเอาไว้ เบื้องต้นจะให้คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สนช.ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะไม่ทราบว่ารัฐบาลและ มท.จะเสนอแก้กฎหมายอะไรมาบ้าง ซึ่งการพิจารณากฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นจะไม่กระทบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะเหลืออีกเพียง 3 ฉบับเท่านั้น

    นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.กล่าวว่า อยากให้ คสช.พิจารณาผู้บริหารท้องถิ่นที่อยู่ระหว่างการสอบสวนตามมาตรา 44 ให้เสร็จโดยเร็วก่อนเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่บริสุทธิ์ได้พิสูจน์ตัวเองในการเลือกตั้ง รวมถึงตำแหน่งรักษาการผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งหมดวาระไปแล้ว แต่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ตามคำสั่งมาตรา 44 ควรให้คนกลางมาปฏิบัติหน้าที่แทน

    “เชื่อว่า คสช.ไม่มีเจตนาที่จะเช็กเรตติงของตัวเองหรือพรรคการเมือง ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมจะปลดล็อกพรรคการเมืองเมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับ คสช.เป็นผู้พิจารณา” นายพีระศักดิ์กล่าวถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นการหยั่งเสียงของ คสช.ก่อนเลือกตั้งทั่วไปหรือไม่

    ส่วนนายอภิสิทธิ์เรียกร้องเช่นกันว่า มาตรา 44 ได้แขวนผู้บริหารท้องถิ่นเยอะมาก โดยที่ไม่ได้มีข้อกล่าวหาและกระบวนการที่ชัดเจน และยังไม่มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. ถ้าจะเลือกตั้งจะเป็นธรรมต่อคนที่ถูกมาตรา 44 หรือไม่ ดังนั้นควรทำให้ชัดเจน

    วันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เข้ายื่นหนังสือเพื่อสอบถามแนวทางการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เนื่องจากเห็นว่ายังไม่มีความชัดเจนใน 5 ประเด็น คือ 1.การแจ้งเปลี่ยนแปลงจำนวนสมาชิกพรรคภายใน 90 วัน 2.ทุนประเดิมพรรค 1 ล้านบาท 3.การตั้งสาขาพรรค 4.การแก้ไขข้อบังคับพรรคและการประชุมใหญ่ ข้อบังคับพรรคที่มีการแก้ไขแล้ว และ 5.การสรรหาผู้สมัครพรรคเลือกตั้ง

    “พรรคต้องการความชัดเจนในประเด็นเหล่านี้ เพราะถ้าจะให้ทำก่อนการปลดล็อกแต่ไม่มีความชัดเจน พรรคการเมืองก็ไม่สามารถทำได้ แต่หากรอคำสั่งปลดล็อกก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ หากดำเนินการหลังปลดล็อกก็เกรงว่าทำไม่ทัน” นายนิกรกล่าว

    ด้านความเคลื่อนไหวในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คงเร็วๆ นี้ ส่วนที่มีข่าวว่าบ่นน้อยใจหรือเป็นตัวถ่วงในรัฐบาลนั้น ไม่มีอะไรก็พูดกันไป และไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกฯ ให้นายกฯ เป็นผู้ตัดสินใจเอง

    เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าถ้าปรับ ครม.แล้วรัฐบาลจะดีขึ้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะดีหรือไม่ดีอยู่ที่คนดูเป็นคนตัดสิน ถ้าไม่ชอบกันเขาก็ต้องบอกว่าไม่ดี ถามอีกว่านายกฯ ฟังโพลที่อยากให้ปรับ ครม.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า "ฟังๆ" ส่วนที่โพลอยากให้ปรับกระทรวงเศรษฐกิจและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นไม่ทราบ เพราะไม่ได้อยู่กระทรวงเศรษฐกิจ.

  • เปลว สีเงิน

    ไม่อยากให้สับสน ประเด็นการซ่อม หรือการลงโทษทหาร เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว ธรรมดามาก... วงการทหารทั่วโลก ล้วนมีการซ่อมกันทั้งนั้น และที่เหมือนๆ กันคือ กติกาที่ว่า "ห้ามแตะตัว"! ฉะนั้นถ้าจะพูดถึงประเด็นนี้ ไม่ต้องโลกสวย กรรมการสิทธิมนุษยชนไม่เกี่ยว ไม่ต้องดึงมาจุ้นจ้าน การซ่อมจะสลบหรือเปล่าไม่รู้....ไม่ถึงตายแน่ ส่วนการ "ซ้อม" จะเป็นอีกเรื่อง
  • บทบรรณาธิการ

    จนถึงช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา รายชื่อคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 5 ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมา หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้นำรายชื่อรัฐมนตรีที่มีการปรับเปลี่ยนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้ว
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ชวนชาวพุทธทั่วโลกร่วมด้วย รัฐบาลเตรียมจัดสวดมนต์ข้ามปีถวายเป็นพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วไทย ทั้งวัดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ 23,577 แห่ง รวมทั้งวัดไทยในต่างประเทศอีก 120 วัดและสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน
    ตูนหยุดพักวิ่ง 2 วันรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังไปมอบทุนการศึกษาให้โรงเรียนเขตบางสะพาน ขณะที่หลายฝ่ายจัดกิจกรรมรับบริจาคสมทบทุน
    เสี่ยรับเหมาก่อสร้างเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ระแวงพริตตี้เมียสาวตีตัวออกห่างจนทะเลาะกันรุนแรง บันดาลโทสะคว้าไม้หน้าสามตีแล้วแทงคอซ้ำ ก่อนโทร.แจ้งแม่ผู้ตายไปจัดการศพ
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว